
27 พฤษภาคม 2553 15:53 น.ข่าวในประเทศ - ไทยยังคงเนื้อหอม ค่ายรถทุ่มลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้จะเกิดเหตุจราจลเผาบ้านเผาเมือง จน "ฟอร์ด" ไม่สามารถประกาศลงทุนโครงการใหม่มูลค่า 2 หมื่นล้านบาทได้สักที แต่ใจสู้เดินหน้าลุยตอกเสาเข็มก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช ติดกับโรงงานผลิตอีโคคาร์ของซูซูกิต่อไป เพื่อผลิตรถยนต์นั่ง " ฟอร์ด โฟกัส" โฉมใหม่ ที่ย้ายมาจากประเทศฟิลิปปินส์ และปิดไลน์ผลิตในออสเตรเลีย มารวมไว้ที่ไทยทั้งหมด และเตรียมเพิ่มไลน์ผลิตรุ่นอื่นๆ อย่าง " ฟอร์ด มอนเดโอ" ที่โรงงานแห่งใหม่นี้ด้วย ส่งผลให้พันธมิตร "มาสด้า" ต้องตัดสินใจโยกไลน์ผลิต "มาสด้า3" ที่ประกอบแห่งเดียวกับ ฟอร์ด โฟกัส ในฟิลิปปินส์มายังประเทศไทยเช่นกัน แต่คราวนี้แยกไปผลิตที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ฯ หรือเอเอที ฐานผลิตแรกเริ่มของฟอร์ดและมาสด้าในไทย โดยสองโมเดลนี้จะเริ่นเดินไลน์การผลิตช่วงปีหน้า และทำให้ไทยยกระดับเป็นฐานการผลิตโมเดลหลักของ "ฟอร์ด-มาสด้า" ในภูมิภาคนี้ไปnแม้จะเกิดความผันผวนทางการเมืองต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และล่าสุดเกิดการจราจลเผาบ้านเผาเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่กลุ่มทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมยานยนต์ ยังคงเชื่อมั่นและลงทุนโครงการใหม่ๆ ในไทยอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากโครงการอีโคคาร์ที่ขอรับส่งเสริมไปแล้ว หรือโครงการลงทุนของเจนเนอรัล มอเตอร์ส (GM) มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท และไม่เพียงแค่นี้ยังมีค่ายรถอื่นๆ ที่ได้ตัดสินใจลงทุน รวมถึงย้ายไลน์การผลิตจากต่างประเทศมาไทย เพียงแต่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ นั่นก็คือสองค่ายพันธมิตร "ฟอร์ด-มาสด้า" ที่กำลังปลุกปั้นโครงการใหม่ในไทย แต่คราวนี้แตกต่างจากโครงการอื่นๆ เพราะได้มีการแยกดำเนินงานกันอย่างชัดเจนn"การลงทุนของฟอร์ดในประเทศไทย ยังเดินหน้าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ทุกประการ ไม่ได้ชะลอการดำเนินงานแต่อย่างใด แม้จะมีความผันผวนทางการเมืองเป็นอย่างมากก็ตาม"nnสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย ยืนยันนโยบายการลงทุนของฟอร์ดในไทย ซึ่งตามกำหนดฟอร์ดจะประกาศการลงทุนตั้งโรงงานแห่งใหม่ในไทย เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร ทำให้มีการเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการเลื่อนประกาศโครงการลงทุนใหม่ออกไปชั่วคราวnnทั้งนี้การลงทุนของฟอร์ดในไทยดังกล่าว ตามรายงานข่าวถือเป็นโครงการใหญ่มูลค่าการลงทุนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อตั้งโรงงานแห่งใหม่เพื่อผลิตรถยนต์นั่ง " ฟอร์ด โฟกัส" โฉมใหม่ ซึ่งจะเริ่มทยอยผลิตจากโรงงานต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไปnnในส่วนของประเทศไทยยังไม่ได้ประกาศให้เป็นฐานการผลิต ฟอร์ด โฟกัส พร้อมกับโรงงานอีก 5 แห่งทั่วโลก เพราะเมื่อปลายปีที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องพื้นที่ตั้งโรงงานของฟอร์ดในไทยแห่งใหม่ ติดปัญหาเรื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อม และเมื่อปัญหาดังกล่าวแก้ไขบรรลุแล้ว ฟอร์ดจึงเตรียมแถลงข่าวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ที่สุดต้องเลื่อนออกไปจากเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงรัฐบาลของกลุ่มคนเสื้อแดงnnอย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนตั้งโรงงานแห่งใหม่ของฟอร์ดในไทยยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่มีการเปลี่ยนหรือชะลอการลงทุน ตามที่รองประธานอาวุโสของฟอร์ดประเทศไทยได้กล่าวไป และจากรายงานข่าวได้มีการตอกเสาเข็มก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ของฟอร์ดแล้ว ซึ่งตั้งอยู่เฟสใหม่ของนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ระยอง โดยอยู่โซนใหม่ไม่ใช่พื้นที่ติดกับโรงงานออโตอัลลายแอนซ์ หรือเอเอที(AAT) ของฟอร์ดและมาสด้าเดิม แต่จะอยู่ติดกับโรงงานของ ซูซูกิ ออโตโมบิล(ประเทศไทย) จำกัด ที่เพิ่งเริ่มสร้างโรงงานเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับโครงการผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็กมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์nแน่นอนการลงทุนที่มีมูลค่ามากถึงประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จึงไม่ใช่เพียงแค่การผลิต ฟอร์ด โฟกัส รองรับตลาดในประเทศไทย หรือภูมิภาคอาเซียนเท่านั้น แต่เป็นไลน์การผลิตเดิมจากโรงงานในประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึงในประเทศออสเตรเลีย มารวมไว้ที่ประเทศไทยทั้งหมด เพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกในภูมิภาคอาเซียน และออสเตรเลียแทน โดยคาดว่าจะสามารถขึ้นไลน์ประกอบประมาณปลายปีหน้า และเริ่มทำตลาดช่วงต้นปี 2555nสำหรับโรงงานใหม่ของ ฟอร์ด เป็นการลงทุนโดยตรงจาก ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ไม่ใช่การลงทุนร่วมกันระหว่าง ฟอร์ด มอเตอร์ และ มาสด้า มอเตอร์ คอปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เหมือนกับโรงงานออโตอัลลายแอนซ์ก่อนหน้านี้ เพราะปัจจุบันมาสด้าได้ซื้อหุ้นจากฟอร์ดคืนแล้ว โดยรายงานข่าวยังระบุว่า โรงงานใหม่ของฟอร์ดยังจะผลิตรถยนต์นั่งขนาดกลาง " ฟอร์ด มอนเดโอ" ซึ่งเป็นตลาดเดียวกับ โตโยต้า คัมรี่ ฮอนด้า แอคคอร์ด และ นิสสัน เทียน่าด้วยnnดังนั้นการขึ้นไลน์ผลิต ฟอร์ด โฟกัส ในประเทศไทย จึงทำให้ทางมาสด้าต้องปรับการดำเนินงานใหม่เช่นกัน เพราะเดิมรถยนต์นั่งรุ่น "มาสด้า3" จะผลิตในโรงงานฟิลิปปินส์ร่วมกับ " ฟอร์ด โฟกัส" ซึ่งล้วนเป็นโฉมเก่าทั้งคู่ เมื่อโฟกัสโมเดลใหม่ชัดเจนว่าจะมาประกอบในไทย มาสด้าจึงต้องทบทวนการผลิตในฟิลิปปินส์ใหม่ และเป็นจังหวะที่จะต้องเปลี่ยนเป็น มาสด้า 3 โมเดลใหมพอดี หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่นและที่อื่นๆ ทั่วโลกไปเกือบ 2 ปีแล้วnnตามรายงานข่าว มาสด้า มอเตอร์ คอปอเรชั่น เพิ่งตัดสินใจย้ายไลน์การผลิตมายังประเทศไทย โดยจะเป็นการจ้างโรงงานออโตอัลลายแอนซ์ผลิตให้ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากนัก เนื่องจากเดิมการผลิต มาสด้า 3 ที่ฟิลิปปินส์ก็นำเข้าชิ้นส่วนจากประเทศญี่ปุ่นมาประกอบเกือบทั้งหมด และคาดว่าจะสามารถเริ่มขึ้นไลน์ผลิตในปีหน้าได้nnการย้ายไลน์ผลิต มาสด้า 3 ครั้งนี้ จึงทำให้ไทยประกอบรถมาสด้าถึง 3 โมเดล เพราะปัจจุบันได้ผลิตปิกอัพ มาสด้า "บีที-50" และล่าสุดได้ขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์นั่งซับคอมแพ็กต์ "มาสด้า2" ที่กำลังได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก และถือเป็นอีกสาเหตุสำคัญในการย้ายไลน์การผลิต มาสด้า 3 มาที่ประเทศไทย หลังจากก่อนหน้านี้ผู้บริหารของ มาสด้า มอเตอร์ ได้เคยกล่าวไว้ว่า หาก มาสด้า 2 ประสบความสำเร็จในไทย อาจจะมีการขึ้นไลน์ประกอบรถรุ่นอื่นๆ ของมาสด้าในไทยก็ได้…nการตัดสินใจย้ายไลน์การผลิต มาสด้า 3 มาไทย จึงเป็นคำตอบถึงความสำเร็จของ มาสด้า 2 ได้เป็นอย่างดี และยังเป็นตัวธงในการผลักดันยอดขายของมาสด้าไทยปีนี้ จากยอดจองเฉลี่ยกว่า 4 พันคันต่อเดือน จนทำให้ยอดขายรวมของมาสด้าในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ เติบโตสูงสุดและทุบสถิติการทำตลาดในเมืองไทยทันที และคาดว่าจะส่งผลให้มาสด้ามียอดขายรถยนต์ในไทยทุกรุ่นปีนี้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคัน แบ่งเป็น มาสด้า 2 จำนวนกว่า 2 หมื่นคัน ตามมาด้วย มาสด้า 3 อีกกว่า 6 พันคัน แม้จะเป็นช่วงปลายโมเดลแล้วก็ตาม ส่วนที่เหลือเป็นปิกอัพ มาสด้า บีที-50 ที่เป็นช่วงปลายโมเดลเช่นเดียวกัน และจะมีการเปิดตัวโฉมใหม่ประมาณปลายปี 2010 หรืออย่างช้าปี 2011 ซึ่งประกอบที่โรงงานออโตอัลลายแอนซ์เหมือนกันnnดังนั้นการปรับย้ายฐานการผลิตของ "ฟอร์ด-มาสด้า" ดังกล่าว โดยเฉพาะการขึ้นไลน์ผลิตโมเดลหลักๆ ในไทย ย่อมทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตของทั้งสองยี่ห้อไปแล้วn(Source)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น