วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553


1 มิถุนายน 2553 12:12 น.ข่าวในประเทศ -คอนติเนนทอลคาด ประเทศไทยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการผลิตรถปิคอัพทั่วโลกจาก 31% ในปี 2552 เป็น 35% ภายในปี 2558 ย้ำ 4 เมกะเทรนด์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้แก่ความปลอดภัย ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และราคาที่ประหยัดคุ้มค่า จะเพิ่มมูลค่าให้กับรถปิคอัพในอนาคตnnนายโธมัส แชมเบอร์ส กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าจากการศึกษาพบว่าผู้บริโภคจัดลำดับความต้องการความปลอดภัยของยานพาหนะอยู่ในลำดับสูงสุด รองลงมาเป็นการบริหารจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขับเคลื่อนที่เฉลียวฉลาด และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการลดมลภาวะและการประหยัดพลังงาน ซึ่งในอนาคตผู้ผลิตรถปิคอัพจะต้องปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มและข้อเรียกร้องเหล่านี้ให้ได้nnแนวคิดเมกกะเทรนด์ยังคงเป็นตัวกำกับทิศทางของอุตสาหกรรมรถยนต์ ในฐานะผู้นำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกด้านชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ ตระหนักถึงความสำคัญของเมกกะเทรนด์ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมรถปิคอัพในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัยและสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพที่หลากหลายของคอนติเนนทอลจะสามารถตอบโจทย์ และเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมรถปิคอัพในประเทศไทยnnประเทศไทยยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำในตลาดรถปิคอัพขนาดกลาง และมีการคาดการณ์ว่า ยอดการผลิตรถจะฟื้นตัวและเติบโตขึ้นอีกระหว่างปี 2552 – 2558 และในปี 2556 จะเติบโตในอัตราที่เคยสูงสุดในปี 2551 เนื่องจากการส่งออกไปยังตลาดเกิดใหม่ทั้งในทวีปเอเชียและตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดในซีกโลกใต้อย่างออสเตรเลีย บราซิล และแอฟริกาใต้ และประเทศไทยจะเพิ่มส่วนแบ่งการผลิตรถปิคอัพในตลาดโลกจาก 31% ในปี 2552 เป็น 35% ภายในปี 2558nnนายฮาจิเมะ ยามาโมโตะ ผู้อำนวยการ บริษัท ซี เอส เอ็ม เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า รถปิคอัพมีความสำคัญและเป็นส่วนเติมเต็มอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในฐานะโปรดักส์แชมเปี้ยนมากว่า 3 ทศวรรษ แม้ว่าอุปสงค์ทั่วโลกต่อรถปิคอัพขนาดกลางและขนาดเล็กจะลดลงในปี 2552 แต่ก็เชื่อมั่นได้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์จะฟื้นคืนอย่างเต็มที่ในปี 2556nnการคมนาคมขนส่งทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมีการคาดการณ์กันว่า อัตราการใช้ทรัพยากรน้ำมันจะเพิ่มขึ้นถึง 55% ในปี 2573 ซึ่งอยู่ในจุดสูงสุดและจะเริ่มลดระดับลง รถปิคอัพในอนาคตจึงต้องลดการใช้น้ำมันได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น ยานพาหนะในอนาคตยังต้องเคร่งครัดต่อข้อกำหนดด้านการก่อมลภาวะในระดับสากลมากขึ้น กล่าวคือ ต้องควบคุมระดับของก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) จนบรรลุเป้าหมายสุดท้ายคือการก่อมลภาวะเป็นศูนย์ (zero emission) โดยมาตรการการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบส่งกำลังที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในระยะสั้นและระยะกลาง ทดแทนเครื่องยนต์ที่ใช้การสันดาปด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และท้ายที่สุดเป็นพลังงานไฟฟ้าในระยะยาวเพื่อบรรลุเป้าหมายของการก่อมลภาวะเป็นศูนย์nnนายไรเนอร์ ดัวร์ไฮเดอร์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประจำโรงงานระบบส่งกำลังของคอนติเนนทอลที่อมตะซิตี้ จ.ระยอง กล่าวว่า "คอนติเนนทอลมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาหัวฉีดดีเซล Piezo ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับว่าประหยัดพลังงานและสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการสร้างมาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด (Emission Standard) ใหม่ และเป็นเทคโนโลยีระดับสูง คุณลักษณะดังกล่าวทำให้ต้นทุนระบบเครื่องยนต์ทั้งหมดลดลง ทั้งยังเป็นโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับรถปิคอัพ"nnเทคโนโลยีหัวฉีดดีเซลคอมมอนเรล และปั๊มแรงดันสูง 3 สูบ ประสบความสำเร็จในการลดขนาดหัวฉีดและลดการรั่วซึมของปั๊มซึ่งมีผลทำให้ประหยัดพลังงานและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง คอนติเนนทอลผลิตหัวฉีด และปั๊มแรงดันสูงที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนระบบส่งกำลังในประเทศไทย โดยเทคโนโลยีดังกล่าวยังได้มาตรฐาน Euro 6 อีกด้วยn(Source)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น