วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

HONDA,SUZUKI


ข่าวในประเทศ-พิษน้ำท่วมยังคงรุนแรงต่อเนื่องสำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ล่าสุดฉุดยอดจำหน่ายเดือนตุลาคมตกต่ำสุดในรอบปี ด้วยตัวเลขยอดจดทะะเบียน 134,811 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา 3% อยู่ที่ 4,340 คันสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไปส่วนงานขาย บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผย สภาพตลาดรถจักรยานยนต์ไทยเดือนตุลาคมว่า ถือว่าเป็นเดือนที่ไม่ดีนักสำหรับวงการรถจักรยานยนต์ไทย เนื่องจากแนวโน้มที่เติบโตมาตลอดตั้งแต่ช่วงต้นปีต้องสะดุดลงจากภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปีนี้ โดยยอดจดทะเบียนตลอดเดือนอยู่ที่ 134,811 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 4,340 คัน หรือปรับตัวลดลง 3%"สำหรับแนวโน้มตลาดเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะยังไม่ฟื้นตัว แม้ระดับน้ำในหลายจังหวัดจะลดลงแล้ว แต่กระบวนการฟื้นฟูสภาพยังต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสาธารณูปโภคพื้นฐาน หรือการฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนหลังน้ำลด ในขณะที่ปัญหาเรื่องการสูญเสียรายได้ระหว่างน้ำท่วมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนกำลังซื้อ และชะลอการตัดสินใจในการซื้อยานพาหนะของผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้" สุชาติ อรุณแสงโรจน์ กล่าวตารางแสดงยอดขายแบ่งตามยี่ห้อตารางแสดงยอดขายแบ่งตามประเภทด้านรายงานตัวเลขตลาดรวมรถจักรยานยนต์ทุกประเภทประจำเดือนตุลาคม 2554 มียอดจดทะเบียนป้ายวงกลมทั้งสิ้น 134,811 คัน แบ่งเป็นรถแบบครอบครัว 69,548 คัน คิดเป็นอัตราส่วน 52% จากตลาดรวมทั้งหมด รถแบบ เอ.ที. 59,826 คัน คิดเป็นอัตราส่วน 44% รถแบบออฟโรด 2,139 คัน คิดเป็นอัตราส่วน 2% รถแบบสปอร์ต 1,776 คัน คิดเป็นอัตราส่วน 1% รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ตและรถแบบอื่นๆ รวมกัน 1,522 คัน คิดเป็นอัตราส่วน 1%ทั้งนี้ เมื่อแบ่งแยกตามกลุ่มผู้ผลิตพบว่าในเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามียอดจดทะเบียนทั้งสิ้น 95,735 คัน เทียบเท่าสัดส่วนครองตลาดที่ 71% ตามด้วย ยามาฮ่า 28,775 คัน สัดส่วนครองตลาด 21%, ซูซูกิ 5,532 คัน สัดส่วนครองตลาด 4% และคาวาซากิ 2,427 คัน สัดส่วนครองตลาด 2%, แพลตินัม 132 คัน, และอื่นๆ อีก 2,127 คันที่มา : บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด หน่วย : คัน (Source)

MERCEDES BENZ

nГлава российского представительства немецкого автоконцерна сообщил, что исходя из договоренностей между представителями компании Daimler и Группы ГАЗ, производство малотоннажного автомобиля в Нижнем Новгороде начнется в первой декаде 2013 года.nРИА Моторn (Source)
nМашина будет работать на бензине и газе. Уже выпущены опытные образцы двухтопливной «Лады Приоры» в кузовах «седан» и «универсал».nРусская Служба Новостейn (Source)

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

CHRYSLER


La firma británica CPP planea construir un Jensen Interceptor totalmente, que verá la luz en el 2014. Este versión del Jensen Interceptor no tienen nada que ver con un nuevo Interceptor que hace algunos años salió al mercado, la cual fue un rotundo fracaso por más que aún hay existencias disponibles para su compra. rnCPP Global Holdings Ltd. ha sido contratado por Healey Sports Cars de Suiza, que posee los derechos totales del Jensen, para diseñar y fabricar el nuevo modelo en su planta de motores en West Midlands, Reino Unido. rnEl Interceptor original era un cupé de dos puertas tipo GT, también estaban en versiones convertible o hatchback. Este coche fue construido por Motores Jensen entre 1966 y 1976 exclusivamente para el Reino Unido. Así mismo, era impulsado por un motor V8 de Chrysler que iba desde 383 hasta 440 cc. rn rnCon la nueva versión del Interceptor se aspira a apelar a la originalidad, manteniendo por supuesto su estilo clásico y único, con una cabina para cuatro pasajeros más algunas nuevas y avanzadas tecnología que lo harán altamente práctico. rnEl precio del nuevo Jensen Interceptor aún está por confirmar, pero se estima que su lanzamiento sea para finales del año 2012 y, así mismo, se harán las entregas a los compradores de este fantástico diseño sólo hasta el año 2014. Tampoco se han confirmados las unidades que se pondrán en venta, pero se cree que será un versión exclusiva que no traerá una producción masiva, estará más bien limitada. rnDe verdad, para un producto de tan alta calidad se debe empezar por implementar una campaña de expectativa que genere ansiedad en los compradores para posteriormente hacer una entrega del coche con todo el protocolo que se merece. rnPor ahora sólo se tienen los bocetos y diseños, además de un poco de las estimaciones de su parte mecánica. Realmente será un camino largo de espera antes de ver salir este coche a las calles o, por lo menos, para saber cuál será su costo y valor en el mercado. Lo que sí es seguro, es que cuando esto se sepa y se comiencen a comercializar no van a durar mucho tiempo. (Fuente)

CHEVROLET,NISSAN,TOYOTA


ข่าวต่างประเทศ - โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เอาใจลูกค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม โดยขอแจ้งเกิดในตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก เคาะราคาของพริอุสแบบเสียบปลั๊ก หรือ PHEV ที่สามารถชาร์จต่อกับไฟบ้านได้ ออกมาเพียง 32,000 เหรียญสหรัฐ หรือคิดแล้วไม่ถึง 1 ล้านบาทพริอุสแบบ PHEV ซึ่งเปิดตัวรุ่นขายจริงในงานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2011 โดยจะเริ่มวางขายในสหรัฐอเมริกา และยุโรปในช่วงต้นปีหน้านั้น จะเป็นรถยนต์รุ่นเด็ดของโตโยต้าในการแข่งขันกับ นิสสัน และ เชฟโรเลต สำหรับเจาะตลาดรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเวอร์ชัน PHEV ของพริอุสยังคงคอนเซ็ปต์ในการขับเคลื่อนภายใต้รูปแบบไฮบริด ซึ่งผสมผสานการขับเคลื่อนระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในกับมอเตอร์ไฟฟ้า แต่เพิ่มโหมดในการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าแบตเตอรี่แบบเดิมที่ใช้แบบนิเกิล เมทัล ไฮดรายในรุ่นปกติ จะถูกเปลี่ยนมาเป็นแบบลิเธียม-ไอออน และยังมีโหมด EV ที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ได้ไกลถึง 15 ไมล์ หรือ 24 กิโลเมตรโดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นมาทำงานบ็อบ คาร์เตอร์ รองประธานกลุ่ม โตโยต้า อเมริกาเหนือ เชื่อมั่นว่า การเข้ามาของรุ่น PHEV ของพริอุสจะมีส่วนในการแง่ของการกระตุ้นตลาดให้กับพริอุส และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของโตโยต้าได้เป็นอย่างดี โดยทางโตโยต้าจะเริ่มขายในสหรัฐอเมริกาช่วงต้นปีหน้าอย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับคู่ปรับอย่าง นิสสัน ลีฟ และ เชฟโรเลต โวลต์แล้ว พริอุส PHEV ได้รับส่วนลดทางด้านภาษี หรือ Federal tax Credit น้อยกว่าคู่แข่ง โดยได้รับส่วนลดเพียง 2,500 เหรียญสหรัฐ หรือ 75,000 บาทเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับทั้ง 2 รุ่นที่ได้ในระดับ 7,500 เหรียญสหรัฐ หรือ 225,000 บาท เพราะได้รับการจัดระดับให้เป็นรถยนต์ในกลุ่มปลอดมลพิษ โดยราคาของพริอุส PHEV ในสหรัฐอเมริกาจะเริ่มต้นที่ 32,760 เหรียญสหรัฐ หรือ 982,000 บาทคาร์เตอร์คาดหมายว่า หลังจากเปิดตัวแล้วเชื่อว่าจะได้รับความนิยมอย่างมาก และมียอดขายต่อปีอยู่ในระดับ 15,000 คัน ส่วนระดับความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจากการทดสอบของโตโยต้าเอง รถยนต์รุ่นนี้ทำตัวเลขสูงถึง 80 ไมล์/แกลลอน หรือ 32.4 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนรุ่นพริอุส วี แวกอนที่จะเปิดตัวขายในปลายปีนี้ ทำได้ 42 ไมล์/แกลลอน หรือ 17 กิโลเมตร/ลิตรเท่านั้น (Source)

FORD FIESTA,MAZDA 2,FORD,HONDA,MAZDA


ข่าวในประเทศ - มาตรการรถคันแรกวุ่นไม่จบ ค่ายรถออกมาใส่กันฝุ่นตลบ "ฟอร์ด" อ้างความเหลื่อมล้ำระหว่างเก๋งขนาด 1500 และ 1600 ซีซี จี้รัฐบาลยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าว "ฮอนด้า" ยุหากจะปรับแก้ต้องยกเลิกขนาดเครื่องยนต์ คุมเฉพาะราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เช่นเดียวกับปิกอัพ ขณะที่ "มาสด้า" เห็นไม่ควรเปลี่ยน จะทำให้ประชาชนสับสน สวนฟอร์ดข้อมูลอ้างอิงคลาดเคลื่อนหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการคืนเงินภาษีรถคันแรกไม่เกิน 1 แสนบาท เมื่อวันอังคารที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา สำหรับประชาชนผู้ซื้อรถยนต์นั่ง หรือเก๋งคันแรก ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1.5 ลิตร และปิกอัพราคาไม่เกิน 1 ล้านบาททุกประเภท โดยต้องเป็นรถประกอบในประเทศเท่านั้น จนทำให้เกิดเสียงท้วงติงจากบริษัทรถที่นำเข้า ว่าเป็นการกีดกันการค้าทางอ้อม ผิดข้อตกลงเปิดเสรีการค้า เช่นเดียวกับผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อรถไทย หวั่นหลังจากครบ 1 ปี จะทำให้ผู้ซื้อทิ้งรถเมื่อได้รับเงินคืนภาษี จนที่สุดกรมสรรพสามิตต้องยอมให้ลิสซิ่ง สามารถยึดรถและขายทอดตลาดได้โดยไม่ต้องรอให้ครบ MAZDA 5 ปีจึงจะเปลี่ยนโอนชื่อตามข้อกำหนดได้ แต่ดูเหมือนปัญหาจะยังไม่จบ และสร้างความสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ โดย ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ได้มีคำแถลงต่อกรณีดังกล่าวว่า มาตรการภาษีของรัฐบาลเพื่อสนับสนุนการมีรถยนต์คันแรกในประเทศไทย ไม่ควรก่อให้เกิดการบิดเบือนการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในตลาด และควรได้รับการบังคับใช้อย่างเสมอภาค เพื่อให้ผู้บริโภคในประเทศไทยสามารถตัดสินใจซื้อสินค้า โดยได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้านทั้งนี้ มาตรการรถคันแรกในปัจจุบัน จำกัดให้รถยนต์นั่งที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1500 ซีซีเท่านั้น จึงจะมีสิทธิได้รับการคืนเงินภาษี แต่ฟอร์ดขอชี้แจงรถที่ประหยัดน้ำมัน และมีอัตราการปล่อยมลภาวะในระดับต่ำ อย่าง ฟอร์ด เฟียสต้า ขนาด 1600 ซีซี ที่ผลิตในประเทศไทย กลับไม่ได้รวมอยู่ในมาตรการดังกล่าว ทั้งที่ประหยัดน้ำมันและลดการปล่อย CO2 ในระดับที่เหนือกว่ารถคู่แข่งทั้งหมด ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 1500 ซีซี ซึ่งอยู่ในขอบข่ายของมาตรการคืนเงินภาษีนี้ และรถเฟียสต้ารุ่นเครื่องยนต์ 1600 ซีซี ยังตั้งราคาเริ่มต้นที่ 644,000 บาท นับว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่ารถขนาดเครื่องยนต์ 1500 ซีซีบางรุ่นด้วยดังนั้น การกำหนดข้อจำกัดขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1500 ซีซี ทำให้มาตรการจูงใจด้านภาษีนี้ ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกในประเทศไทย เลือกขับรถที่ประหยัดน้ำมันน้อยกว่า และยังอาจเป็นรถที่มีราคาแพงกว่าอย่างไม่ตั้งใจ เพื่อมอบความเป็นธรรมให้แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย และสนับสนุนเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานของรัฐบาล ฟอร์ดจึงขอเรียกร้องให้ยกเลิกเกณฑ์ในการกำหนดขนาดของเครื่องยนต์ที่ 1500 ซีซีนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ASTV ผู้จัดการรายวัน" ว่า เกี่ยวกับมาตรการคืนเงินภาษีรถคันแรกของรัฐบาล ฮอนด้ารับได้เกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ แต่จากการที่มีบางบริษัทออกมาเรียกร้อง ให้ตัดข้อกำหนดขนาดเครื่องยนต์ 1500 ซีซี ของรถยนต์นั่งหรือเก๋งออกไป เพื่อให้ครอบคลุมเก๋งขนาด 1600 ซีซี ดูเหมือนจะทำให้เกิดปัญหาตามมาไม่รู้จบ"หากรัฐบาลจะปรับแก้ขนาดเครื่องยนต์ 1500 ซีซี ไปเป็น 1600 ซีซี เรื่องนี้ฮอนด้าไม่เห็นด้วย เพราะจะเป็นการแก้ปัญหาหนึ่ง เพื่อนำไปสู่อีกปัญหาใหม่ตามมา ซึ่งจะทำให้ค่ายรถที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ ออกมาเรียกร้องอีกไม่รู้จบ ดังนั้น ฮอนด้าเห็นว่ารัฐบาลไม่ควรจะแก้ไข หรือหากจะปรับแก้ต้องตัดเงื่อนไขขนาดเครื่องยนต์ทิ้งไปเลย และมากำหนดที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เหมือนปิกอัพแทน"โดยตามมาตรการรถคันแรกปัจจุบัน รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขปิกอัพต้องมีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท และไม่จำกัดว่าจะเป็นเครื่องยนต์ขนาดเท่าใด ซึ่งหากจะแก้ไขในส่วนของเก๋ง ควรจะใช้เกณฑ์เดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และสร้างปัญหาใหม่ตามมาอีก ขณะที่ข้ออ้างเรื่องมลพิษและการประหยัดน้ำมัน ไม่น่าจะใช้วัตถุประสงค์หลักของมาตรการคืนเงินภาษีครั้งนี้ แต่ยืนยันรถยนต์ฮอนด้ามีอัตราสิ้นน้ำมัน และปล่อยมลพิษที่ต่ำ พิสูจน์จากการตอบรับของลูกค้าได้เป็นอย่างดีน.ส.สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ASTV ผู้จัดการรายวัน" ว่า มาตรการคืนเงินภาษีรถคันแรก เพิ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา และประชาชนให้การตอบรับอย่างดี จึงไม่ควรจะเข้าไปปรับหรือแก้ไขในช่วงนี้ ซึ่งไม่ได้หมายความมาสด้าจะเสียประโยชน์ ถึงแม้จะปรับตามที่หลายบริษัทเรียกร้อง มาสด้าก็ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะมีรถที่เข้าเกณฑ์ตามหลายค่ายเสนออยู่แล้ว"แต่มาสด้าต้องการให้เกิดความนิ่ง ไม่สร้างความสับสนกับประชาชน และตามวัตถุประสงค์ของมาตรการรถคันแรก ที่ต้องการลดภาระผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเก๋งจะอยู่ระหว่างขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1500 ซีซี แตกต่างจากปิกอัพที่สามารถทำมาหากิน สร้างรายได้ สร้างงาน และเศรษฐกิจ จึงเห็นด้วยกับการกำหนดปิกอัพราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท"สำหรับกรณีที่บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลพร้อมรายละเอียดของรถยนต์ ซึ่งในนั้นเป็นสเปคของรถ มาสด้า 2 ที่มีจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ อันเป็นข้อมูลที่คาดเคลื่อน จากข้อมูลของรถที่จำหน่ายในประเทศไทย และมาสด้ายืนยันว่ารถยนต์ มาสด้า 2 เครื่องยนต์ 1500 ซีซี เป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดน้ำมัน เห็นได้จากการเป็นเจ้าของรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก ปี 2008 และรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมจากทั่วโลกถึง 57 รางวัล และตลอดช่วง MAZDA 2 ปีที่ทำตลาดในไทย ลูกค้าให้การตอบรับพิสูจน์ได้จาก ยอดขายมากกว่า 40,000 คัน (Source)
nВ ходе тестового заезда в Великобритании на треке Santa Pod Raceway 364-сильный гибридный автомобиль преодолел 400 м со стартом с места за 13,9031 секунды. Подобный результат скорости стал возможен благодаря тому, что эффективный на высоких оборотах бензиновый двигатель и развивающий максимальный крутящий момент электромотор работают в единой связке.nIndependent Newsn (Source)

BMW X6,BMW

nНорберт Райтхофер, генеральный директор BMW, в своем недавнем интервью подтвердил информацию о выпуске нового кроссовера X4. Новый автомобиль будет представлять собой уменьшенный спортивный внедорожник Bmw X6, размеры которого будут соответствовать модели X3, так длина составит 4,65 метра.nВести Автоn (Source)
nАрбитражный суд Свердловской области признал законной покупку "Мерседеса" для сити-менеджера Екатеринбурга Александра Якоба. Как сообщает пресс-служба суда, инстанция не удовлетворила иск областной прокуратуры, которая требовала признать незаконной сделку по покупке автомобиля для главы екатеринбургской администрации.nРИА Новый Регионn (Source)

PORSCHE Panamera,PORSCHE

Allow me to jump headfirst into some significant details regarding the Mansory Porsche Panamera Turbo. Despite what its aggressive stance and gaping air intakes indicate, Mansory's take on Porsche's four-door grand tourer comes up short in nearly all performance categories compared to a bone-stock model. That said, with its quad-pipes protruding from a massive carbon-fiber diffuser, it certainly sounds as good as anything propelled by HEMI V-8 or AMG V-12. As it stands, the massaged Porsche sedan you see here costs around $80,000 more than the $160,000 fully loaded, 2011 model year PORSCHE Panamera it's based upon. Many have claimed the Swiss tuner ushered the already gaudy PORSCHE Panamera into the realm of ridiculous. At first glance, a few staffers LOL'd themselves to the brink of urination. Some gawked silently. Many called it an outright abomination. I beg to differ. You see, with a car so blatantly focused on evoking emotions and tantalizing passing eyeballs, performance is rightly relegated to a second-tier status. I liken the car's emotive affect to that of contemporary art. You either meander away impressed by some aspect of the work, or you end up disappointed, confused -- angry even. However you experience it, you exit the front door different than when you entered it. But unlike work hung in some concrete edifice, this piece happens to roll on semi-truck-sized 22-inch wheels and packs a supercar-like, 585-horse all-wheel-drive kung fu kick.  Prior to founding his own tuning firm in Switzerland in 1986, Kourosh Mansory handcrafted bespoke steering wheels for some of the industry's biggest luxury automakers and aftermarket tuners. Some 25 years later, Mansory and his team of artisans apply the same attention to minutiae to just about every six-figure ride extant. Rolls-Royce, Ferrari, Bentley, Range Rover, Mercedes-Benz, Porsche -- you name it, he's likely revised it in some way or another. He even created an exclusive line of carbon-fiber-bodied Bugatti Veyrons just to show off his firm's immaculate craftsmanship. Peering closer at this Porsche's vented and louvered physique offers insight into Mansory's mad obsession with quality. Double layering of the composite parts improves longevity and in-hand feel. Each part is comprised of nearly 1-inch-thick carbon-fiber threads that match nearby body panels. Take the hood, for instance: Its threads align with the grille's weave, so it appears as if both are cut from a single piece. Same goes for the two-tier rear spoiler and the pedestal it sits upon.  According to Troy Kasbarian of RTW Motoring (Mansory's North American distributor), the 33-piece aerodynamic package is one of the best he and his installers have ever handled. Fitment is near OEM grade, and integrates seamlessly with all factory mounting points and safety systems. So why did it take more than 500 man-hours to install not only the kit, but also the wheels, stainless-steel exhaust, and Power Box ECU? RTW wanted to ensure everything was bolted on correctly the first time. Mansory's commitment to quality goes as far as the last people to touch his rare and expensive parts, Kasbarian said. As previously alluded to, what Mansory isn't famous for is extraordinary performance. Although this Panamera, which has around 85 more horsepower and 55 lb-ft of torque over stock, hits 60 mph from a standstill in 3.6 seconds and devours the quarter mile in 12 seconds flat while traveling 114.8 mph, it is still slower than a stock PDK gearbox-equipped model by a few tenths (3.5 seconds; 11.9 seconds at 114.7 mph). Mash the brake pedal to see it halt to nothing from 60 mph in a scant 107 feet. MT testing director Kim Reynolds noticed the car's tendency towards very touchy handling when driven near ten-tenths on our figure-eight course. It took heaps of constant concentration and correction to keep the 104 pound-heavier Mansory Porsche in check. As a result, it posted a slower time than the stock model from Stuttgart -- 24.8 seconds at an average 0.77 g versus 24.4 seconds at 0.81 g.  Reynolds reckoned the remapped ECU, which surged boost pressure to 11.6 PSI at the grabbing of third gear, could be a reason for the negatively impacted cornering control. The gargantuan turbine-style forged wheels and Pirelli PZero Nero tires likely hindered handling predictability, grip, and steering feel. Lateral acceleration fell from 1.0 g to 0.94 g when compared to the stock model wearing stickier 20-inch Michelin Pilot Sports. Around town, where the Mansory is meant to roam, track numbers don't matter much. The PORSCHE Panamera was still an absurdly quick, vociferous sedan. Even with such shoes attached, the factory air suspension absorbed potholes and mild road scars as well as it did in original form. The unchanged interior remained a comfortable example of an athletically inclined German cockpit. (Mansory offers a full interior conversion with upgraded leather and other materials, but such treatment requires shipping the car back to Germany and Switzerland). Of course, the Mansory attracted ten times the amount of attention, camera phones, and upturned thumbs compared to an unmodified car. When trying to imagine the amount of attention this car gets, think of a bikini-clad Olivia Wilde strutting down Hollywood Boulevard. Some pedestrians chased me to get a better look. On any given day, the Mansory treatment makes every other PORSCHE Panamera look plain, typical, and even, yes, handsome. A Mansory takes gaudy to another level, but that's all right. And yes, this particular PORSCHE Panamera dons a bulky body that likely creates more drag than downforce. Consider it van Gogh rather than van Go. But Mansory's clientele don't care about how quickly their cars conquer the Nurburgring Norsdschleife. They're more concerned with how quickly the valets get every Gallardo and 458 Italia out of the way. And those interested parties have probably already stuffed their garages with faster, more powerful sports cars. For such peculiar millionaires, this rarified art in motion fits the bill splendidly. Mansory 2011 Porsche Panamera Turbo Curb weight (f/r dist) 4590 lb (53/47%) Tires Pirelli PZero Nero, 265/30ZR22 97Y; 295/25ZR22 97Y Engine 4.8L/585-hp/623-lb-ft twin-turbo V-8 Transmission 7-sp twin-clutch auto 0-30 mph 1.2 sec 0-40 1.8 0-50 2.6 0-60 3.6 0-70 4.7 0-80 5.8 0-90 7.4 0-100 9.0 0-110 11.0 0-120 13.2 Passing, 45-65 mph 1.9 Quarter mile 12.0 sec @ 114.8 mph Braking, 60-0 mph 107 ft Lateral acceleration 0.94 g (avg) MT Figure Eight 24.8 sec @ 0.77 g (avg) (Source)

KIA,SEAT

When Kia first started making cars it was known for three things: soft styling, soft suspension and small seats. We have already discussed how it has dramatically changed the styling of its all new Optima, but did they do anything about the seats and suspension? Short answer, yes, but let's look at what they have done. For far too long Kia seats, specifically the Seat bottoms were far too small for our larger American frames. They always felt flat with nothing to support your thighs on the sides or from beneath. It was an extreme case of sitting on the seat, not in it. But, just like the styling, Kia has completely changed its seats.  Thigh bolstering has greatly improved, just as the under thigh support. The seats are wider and longer making it possible to provide the support they have so sorely been missing. The Seat backs have also been improved providing lateral support as well as a comfortable position. Why are we making such a big deal about seats? Because they are a big deal. Without comfortable seats you're not going to enjoy a long road trip. Now, with the good comes the bad, and there is some bad about the Optima's seats. Kia took one page from the Germans they should have skipped, the one that says all seats that give you support must be very firm (Audi, Porsche). Now, not all the German manufacturers make their seats firm, some have managed to craft supportive seats that are also comfortable (BMW). Kia could have taken the route of the latter, but unfortunately it didn't, hence we have larger, more supportive, but hard seats.  Just like the old seats were small, Kia suspension has always been very soft. And not as in a smooth, comfortable ride but soft as in bouncy over bumps in the road and very rolly-polly in turns. Overall, that doesn't make for a fun vehicle to drive, especially if you're a driver that enjoys a twisty stretch of mountain road. Keeping pace with the rest of the changes it has made, Kia has firmed up the suspension of the Optima, not just a little, a lot. Just like Kia over-did the changes to the seats, it over-did the changes to the suspension. Our Car Months/miles in service 4/7334 Avg econ/CO2 22.8 mpg/0.85 lb/mi Energy cons 148 kW-hr/100 mi Unresolved problems None Maintenance cost $0 Normal-wear cost $0 (Source)

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

AUDI A2,JAGUAR S,AUDI,BMW,JAGUAR,KIA,ROVER


Studien sind ein guter Grund zum Besuch einer Automesse. Denn die Zukunftsboten sieht man nur ein Mal, danach verschwinden sie meist im Archivnn Audi A2 Concept und Urban ConceptnAudi startet ab 2015 einen zweiten Versuch mit dem Kleinwagen A2, eine Studie soll auf der IAA in Frankfurt schon mal einen Ausblick geben und die Publikumsreaktionen testen. Der A2 Concept ist 3,80 Meter lang und 1,49 Meter hoch. Ein Elektromotor mit 116 PS Spitzenleistung und 82 PS Dauerleistung treibt die Vorderräder an. Mit der 31 kWh starken Batterie sollen 200 Kilometer Reichweite möglich sein.nnBMW i3 Concept und i8 ConceptnBilliger als ein Fünfer-BMW soll der i3 sein, wenn er 2013 auf den Markt kommt. Damit läge der Preis des Kleinwagens mit Karbonkarosserie unter 40.000 Euro. Deutlich teurer wird der i8. Der Sportwagen soll trotz Fahrleistungen auf M3-Niveau nur 2,7 Liter Super schlucken. Anfang 2014 soll der sparsame Renner auf den Markt kommen.nnCitroën TubiknAn den Transporter HY aus den Sechziger-Jahren soll die Citroën-Studie Tubik erinnern. Und doch reicht die Idee des Vans in die Zukunft. Der Innenraum mit seinen neun Sitzplätzen lässt sich zur Longe umgestalten, jede Menge Entertainment-Systeme sorgen für Unterhaltung. Für den Antrieb sorgt ein Diesel-Hybrid, wie er ab Ende des Jahres im DS5 in Serie geht.nnJaguar C-X16nEin Verbrauch von 6,9 Litern und ein Spitzentempo von 300 km/h – das sind entscheidende Eckdaten der Jaguar Studie C-X16. Der Zweisitzer, den der britische Hersteller für die Internationale Automobilausstellung IAA (15. bis 25. September) in Frankfurt angekündigt hat, gilt als Vorbote für einen neuen Sportwagen mit vergleichsweise sparsamem Hybridantrieb. Das Auto dürfte in rund zwei Jahren serienreif sein.nnKia GTnMit der Designstudie GT will Kia die Chancen für einen neuen Sportwagen ausloten. Das 4,69 Meter lange Coupé mit gegenläufig angeschlagenen Türen ist sehr windschnittig gezeichnet und verzichtet für den bequemen Einstieg aufndie B-Säulen. Hinter dem futuristisch geformten Kühlergrill steckt ein 3,3 Liter großer V6-Benziner. Mit Turbo und Direkteinspritzung leistet er 395 PS und treibt über eine Automatik mit acht Stufen zum ersten Mal bei Kia die Hinterachse an. nn12weiter»Tags: Audi | Audi A2 | Automesse | Bmw | Bmw i3 | Citroën | Citroën Tubik | IAA | Kia | Kia GT | Land Rover | Land Rover DC 100 | Neuheiten | Studien | VW | VW Nils (Quelle)

KIA


Mit der Studie Kia GT will der koreanische Hersteller die Chancen eines Sportwagens ausloten. In drei bis fünf Jahren kommt die Serienversionnn Kia zeigt auf der IAA in Frankfurt (15. Bis 25. September 2011) die Sportwagen-Studie GT. Der Viersitzer mit gegenläufig öffnenden Türen hat keine B-Säulen, was den Einstieg in das Coupé erleichtern soll. nnAngterieben wird die 4,69 Meter lange Studie von einem 3,3-Liter-V6. Der Benzin-Direkteinspritzer leistet 395 PS und treibt die Hinterräder an. Zur Motorshow in Detroit im Januar 2012 will der koreanische Autohersteller eine weitere Sportwagen-Studie zeigen. In drei bis fünf Jahren soll ein Sportwagen von Kia nach Europa kommen. naofnnTags: IAA | Kia | Kia GT | Sportwagen | Studie (Quelle)

HONDA CITY,HONDA


ข่าวในประเทศ-หลังจากเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกกับการเรียกตรวจคืนรถกว่า 9 แสนคัน สำหรับค่ายรถยนต์ฮอนด้าในประเทศญี่ปุ่น (คลิ๊กอ่านรายละเอียด) กระทบชิ่งถึงประเทศไทยในกรณีเดียวกัน ด้วยการประกาศแจ้งขอตรวจสอบ "ซิตี้-แจ๊ซ" ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2548-2551บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเรียกรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นที่ผลิตในปี 2548-2551 และ ฮอนด้า แจ๊ซ รุ่นที่ผลิตในปี 2548-2550 จำนวน 71,460 คัน เข้ารับการตรวจสอบชุดสวิตช์ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับ ทั้งนี้เป็นการเรียกตรวจสอบโดยความสมัครใจของบริษัทเอง ซึ่งถือเป็นมาตรการป้องกันของฮอนด้าสำหรับสาเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นได้ในกรณีที่ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของซิลิคอนต่อเนื่องเป็นเวลานาน และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปฏิกิริยากับวัสดุภายในแผงวงจรของชุดสวิตช์ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับและสะสมเป็นจำนวนมาก จนอาจจะทำให้เกิดการลัดวงจรได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุ หรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีดังกล่าวโดยบริษัทฯ จะเริ่มส่งจดหมายแจ้งเชิญลูกค้าเข้ารับการบริการตรวจเช็คสำหรับรุ่นซิตี้และแจ๊สตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2554 นี้ และตามที่บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นเรียกคืนรถยนต์ฮอนด้ารุ่น ซีอาร์-วี ด้วยนั้น ขอยืนยันว่ารถยนต์รุ่นนี้ที่จำหน่ายในประเทศไทย ไม่มีผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด (Source)

MERCEDES BENZ


ข่าวในประเทศ - เมอร์เซเดส- เบนซ์ ประเทศไทย ปลุกลูกค้าซื้อรถจากตัวแทนตรง ถล่มซ้ำเกรย์มาร์เก็ต หลังจากไม่รับประกันสินค้า ล่าสุดส่งรถใหม่เขย่า 9 รุ่น พร้อมปรับราคาจำหน่ายลง 7 รุ่น ตั้งแต่ 1-2 แสนบาท และเปิดทางเลือกเช่าซื้อง่ายๆ ประกาศเพื่อปกป้องประโยชน์ลูกค้า จึงออกโฆษณาต้าน เผยเจอรถยนต์ที่ซื้อจากเกรย์มาร์เก็ตถูกถอดระบบความปลอดภัย แถมถูกตำรวจเศรษฐกิจยึดรถมาตรวจสอบเพียบดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส- เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เข้ามาทำตลาดในไทย ตั้งแต่ปี 1904 ได้รับการตอบรับและเชื่อมั่นจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จากสมรรถนะและประสิทธิภาพของรถ การดูแลลูกค้า และบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน โดยปัจจุบันยอดขาย 7 เดือนแรกปีนี้ทำได้กว่า 2,700 คัน เติบโตจากปีที่ผ่านมา 5% แม้จะประสบปัญหาการชิงตลาดจากผู้นำเข้ารถอิสระ หรือเกรย์มาร์เก็ต"ปัจจุบันเกรย์มาร์เก็ตมีสัดส่วนยอดขายกว่า 51% ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ประเทศไทย จากเดิมจะอยู่ที่ 13 % เมื่อปี 2008 ซึ่งปัญหาไม่ใช่การเข้ามาแย่งยอดขาย แต่สิ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดเป็นเรื่องของมีผู้นำรถเข้ามาขาย และที่สุดก็ส่งภาระรับผิดชอบการบริการหลังการขายมาให้ นี่จึงทำให้เราต้องออกมาตรการต่างๆ จนล่าสุดรถลูกค้าที่ซื้อจากเกรย์มาร์เก็ตจะเข้ารับบริการจากเรา จะต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า สำหรับการประกันคุณภาพสินค้า (Warranty) 1.5- 5 แสนบาท"ทั้งนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ประเทศไทยยึดมั่นการดำเนินธุรกิจอย่างขาวสะอาด ให้ความเคารพกฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายของประเทศไทย เสียภาษีให้แก่ภาครัฐด้วยความเที่ยงธรรม และครบเต็มจำนวนมาโดยตลอด และมีความห่วงใยในความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ต่อผู้ขับขี่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเข้าจากเกรย์มาร์เก็ต ซึ่งส่งผลกระทบต่อแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์"นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมผู้ที่ชื่นชอบและรักในแบรนด์เมอร์เซเดส- เบนซ์ จึงควรตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส- เบนซ์ จากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพราะผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการมีการลงทุนเป็นเม็ดเงินในจำนวนสูง มีการสร้างงานให้แก่คนไทย สร้างศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน และมีเครื่องมือทันสมัย โดยล่าสุดยังได้มอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าในทุกๆ ด้าน พร้อมกับออกโฆษณาเตือนการซื้อรถนำเข้าที่ไม่ผ่านตัวแทนจำหน่าย"สเตฟาน เมอบิอุส รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 4 เมอร์เซเดส-เบนซ์จะทำตลาดเชิงรุก ด้วยการส่งรถรุ่นใหม่ทุกเซกเมนต์ถึง 9 รุ่น โดยเฉพาะ C200 BlueEFFICIENCY ที่มีราคาเพียง 2.149 ล้านบาท และอีกรุ่น E200 NGT Elegance BlueEFFICIENCY ราคา 3.549 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ต่ำกว่ารุ่นเดิม"ไม่เพียงเสริมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด เรายังได้ปรับราคารถยนต์ใหม่ 7 รุ่น จากที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยเพิ่มระดับความคุ้มค่าและประหยัดทันที 1-2 แสนบาท เพื่อกระตุ้นตลาดและก่อให้เกิดการแข่งขัน พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ดังเช่นรุ่น C200 ที่ราคาเริ่มต้นเพียง 2 ล้านบาทเท่านั้น ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อรถระดับราคา 1.6 ล้านบาทขึ้นไป สามารถขยับมาซื้อได้"นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังให้ความสะดวกในการเป็นเจ้าของรถ โดยมีข้อเสนอทางการเงินหลากหลายรูปแบบ อย่างโปรแกรม StarChoice ลูกค้าที่เลือกซื้อรถยนต์รุ่น C MERCEDES BENZ 200 BlueEFFICIENCY ราคา 2,149,000 บาท สามารถเลือกแคมเปญ StarChoice จากเมอร์เซเดส- เบนซ์ ลีสซิ่งได้ โดยชำระรายเดือนแค่ 25,900 บาท หรือเพียง 864 บาทต่อวันเท่านั้นอรุณ สมุทรสาร รองประธานบริหารฝ่ายหลังการขาย บริษัท เมอร์เซเดส- เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์มุ่งมั่นที่จะให้บริการหลังการขายที่ดีที่สุด แต่เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ลูกค้า พร้อมทั้งรักษาภาพลักษณ์แบรนด์เมอร์เซเดส- เบนซ์ บริษัทจึงได้มีมาตรการบริการหลังการขายรถยนต์นำเข้าจากเกรย์มาร์เก็ต ด้วยการให้บริการตามปกติ แต่ไม่มีรับประกันคุณภาพสินค้า รถยนต์ที่เกรย์มาร์เก็ตนำเข้ามา ที่ผลิตตั้งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นไป ทั้งนี้ราคารถยนต์ของเกรย์มาร์เก็ตบางรายอาจจะต่ำ เพราะเขามีต้นทุนต่ำกว่าจากการไม่ต้องลงทุนต่างๆ อย่างการลงทุนของดีลเลอร์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่มากกว่า MERCEDES BENZ 200 ล้านบาท หรือเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ที่สำคัญเรื่องการบริการหลังการขายที่ไม่ต้องรับผิดชอบมากนัก ซึ่งจากการรับรถของลูกค้าที่ซื้อจากเกรย์มาร์เก็ต พบปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นถูกถอด ESP ระบบความปลอดภัยต่างๆ หรือระบบแอร์ที่ต้องมีฮีทเตอร์ก็ถูกถอดทิ้งไป ส่งผลต่อการควบคุมระบบอากาศให้เท่ากันทั่วรถ และที่สำคัญผู้ซื้อรถยนต์จากเกรย์มาร์เก็ตหลายราย จะถูกตำรวจเศรษฐกิจยึดรถมาตรวจสอบเรื่องการนำเข้า มีการถอดประกอบ รวมถึงจดทะเบียนในอังกฤษมาก่อนหรือเปล่า ตลอดจนมีการแก้เลขระยะไมล์หรือไม่ เป็นต้น (Source)

CHEVROLET


ข่าวในประเทศ- จีเอ็ม ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศเปิดศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซลมูลค่า 6,000 ล้านบาท (200 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในจังหวัดระยอง เพื่อเสริมศักยภาพการผลิตร่วมกับศูนย์การผลิตรถยนต์ของจีเอ็มที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลงทุนที่มีมูลค่าสูงสุดของ จีเอ็ม ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นายมาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จีเอ็มมีความมุ่งมั่นที่จะเติบโตและขยายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นไปตามปณิธานที่ให้ไว้ นั่นคือ การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทรงประสิทธิภาพ และเปี่ยมด้วยสมรรถนะเพื่อลูกค้าของเราจึงดำเนินการเปิดศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซลขึ้นในประเทศไทย "การผลิตเครื่องยนต์ในประเทศไทย ตอกย้ำคำมั่นของเราที่ต้องการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งเสริมการเติบโตของจีเอ็มในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป ขณะเดียวกัน ยังเป็นสัญญาณที่ดีที่ชี้ว่าอุตสาหกรรมภายในประเทศมีประสิทธิภาพ และเรามีความเชื่อมั่นอย่างมาก" ศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซลแห่งนี้มีพื้นที่ 54,275 ตารางเมตรหรือราว 34 ไร่ นับเป็นศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซลของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นแห่งแรกในโลกที่จะผลิตเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ใหม่ล่าสุดในตระกูลดูราแมกซ์ (Duramax)ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 120,000 เครื่องยนต์ต่อปี ศูนย์การผลิตฯ ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่สามารถรองรับการปรับเปลี่ยนแผนการผลิตสำหรับใช้ในยานยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย และส่งออกไปในอีกหลายประเทศทั่วโลก จีเอ็ม คาดการณ์ว่า ภายในปี 2555 จะสามารถสร้างเม็ดเงินได้ราว 2,800 ล้านบาท (94 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากการใช้ชิ้นส่วนและการบริการที่เกี่ยวข้องภายในประเทศเพื่อการผลิตเครื่องยนต์รุ่นนี้เครื่องยนต์ดีเซลเครื่องแรกที่ออกจากสายการผลิตจะถูกติดตั้งอยู่ในรถกระบะ เชฟโรเลต โคโลราโด รุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาด้านวิศวกรรม และผลิตโดยศูนย์การผลิตรถยนต์ของจีเอ็ม ในจังหวัดระยองแห่งนี้เช่นกัน ศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซลของจีเอ็มแห่งนี้ เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อการเติบโตและก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ระดับโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อนหน้านี้ จีเอ็ม ได้ประกาศการลงทุนมูลค่า 4,500 ล้านบาท (150 ล้านเหรียญฯ) เพื่อเปิดดำเนินการศูนย์การผลิตรถยนต์เบกาซี ในอินโดนีเซียอีกครั้ง รองรับการผลิตรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้การผลิตด้วยเทคโนโลยีก้าวล้ำศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งนี้จะดำเนินงานด้วยพนักงานจำนวน 500 คนภายในสิ้นปีนี้ ทำการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ผสมผสานระบบคอมพิวเตอร์และเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อคุณภาพที่ดีเยี่ยม ขณะเดียวกัน ยังมีความสามารถผลิตเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตรสลับกันได้ตามความต้องการของตลาดในขณะนั้น ศูนย์การผลิตฯ แห่งนี้ ยังใช้เทคโนโลยีควบคุมให้ปราศจากฝุ่นละออง และควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมอย่างสูงสุดต่อการทำงานนอกจากนี้ จีเอ็ม ประเทศไทย ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งการดำเนินงานของศูนย์การผลิตฯ ซึ่งรวมถึงการใช้ระบบแสงไฟที่ประหยัดพลังงานกว่าเดิม 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับระบบทั่วไปก่อนหน้าการเปิดศูนย์การผลิตฯอย่างเป็นทางการ จีเอ็ม ได้ทดสอบการผลิตอย่างเข้มข้นเป็นระยะเวลากว่า 9 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถผลิตเครื่องยนต์ตามมาตรฐานสูงสุดที่วางไว้ ตั้งแต่วันแรกที่เปิดดำเนินการ"ดูราแมกซ์" ที่สุดแห่งเทคโนโลยีดีเซลเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตร เป็นเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลดูราแมกซ์ ใช้ฝาสูบอลูมิเนียม เพลาราวลิ้นเหนือฝาสูบ พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ เพียบพร้อมด้วยคุณภาพและความทนทานสูงสุด ไม่เพียงจะได้รับการพัฒนาให้มีแรงบิดสูงสุดในเครื่องยนต์ระดับเดียวกัน รวมทั้งทนทาน และประหยัดน้ำมันเท่านั้น แต่เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ 4 สูบรุ่นนี้ ยังผ่านการทดสอบอย่างถึงขีดสุดในทุกสภาวะการขับขี่ ทั้งในแอฟริกา เอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานไอเสียยูโร 4 และรองรับทั้งระบบเคลื่อนสองล้อหน้า และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อนอกจากนี้ เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตร ยังผ่านกระบวนการพัฒนาและทดสอบแบบเดียวกันกับเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ เทอร์โบดีเซลขนาด 6.6 ลิตรที่จำหน่ายอยู่ในอเมริกาเหนือเวลานี้ มีความโดดเด่นที่สมรรถนะอันยอดเยี่ยม พร้อมกับมีชื่อเสียงในด้านความทนทาน และรองรับการใช้งานในทุกสภาวะ โดยมียอดจำหน่ายนับตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันรวมทั้งหมดถึง 1.3 ล้านเครื่องศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซลแห่งนี้ ทำให้เม็ดเงินลงทุนในประเทศไทยของจีเอ็ม นับตั้งแต่ปี 2541 มีจำนวนทั้งหมดอยู่ที่ 39,000 ล้านบาท (1,300 ล้านเหรียญฯ) (Source)

DODGE CHARGER,MAZDA CX 7,CHRYSLER,DODGE,MAZDA,VOLVO


Durante el año 2012, que ya está a la vuelta de la esquina, Chrysler comenzará a ofrecer a los cuerpos de policía de los Estados Unidos una nueva opción en sus coches patrulla: hacerles un lavado de cara con el paquete de servicios y aplicaciones Mopar. La fabricante de estos coches esta comenzando a mostrar las primeras fotos de cómo sería un Dodge Charger Pursuit con el kit alta gama de motor y aerodinámico. Estas mejoras hacen hincapié no solo en la seguridad si no también en sus prestaciones. rnEn esta foto podréis ver perfectamente como ha cambiado la estética de estos coches patrulla, y sinceramente creo que han mejorado bastante, dándoles un aspecto más irreal, propio de una película de Hollywood, todo esto gracias a un paquete de LEDs bastante visibles. En cada vehículo habrá un dispositivo de escaneo de frecuencias para interceptar conversaciones directamente desde el mismo coche, para ello, se ha optado por cambiar todo el sistema eléctrico de este modelo. rnTodo esto viene motivado porque estos vehículos vienen preparados para cargar con mucho más equipo, por ello, tienen una superficie escamoteable sobre la que podrán instalar y usar cualquier tipo de equipamiento electrónico. Además, su nuevo sistema de refrigeración permite sacar el aire de dentro del coche mucho más velozmente que de normal. También se ha decidido renovar las sirenas y se ha instalado un equipo de 100 Watios para aumentar más la potencia, incluso llegando a rozar el límite permitido de ruido en algunos estados. Artículos relacionados Coches más verdes para el departamento de policía de NY (0) ¿Mazda Cx 7 diésel para E.E.U.U.? (9) ¿Es este el nuevo diseño del Focus? (26) Ya está arreglada la venta de Saturn a Penske. (3) Volvo presenta a su nuevo director de diseño. (11) (Fuente)

HONDA

nВ движение HONDA CIVIC Type R от Mugen приводит специально разработанный двигатель объемом 2156 кубических сантиметров. Отдача агрегата превышает мощность базового мотора на 30% и составляет 260 л.с. Настолько же вырос и крутящий момент, выдающий 240 Нм при 6 000 об/мин. Максимально раскрыть все возможности «прокаченного» хэтчбека позволяют подвеска с новыми настройками и мощнейшие тормозные механизмы.nAcars.run (Source)
nКомпания IBM опубликовала очередное исследование, посвященное транспортной ситуации в 20 крупнейших мегаполисах мира.В списке самых плохих городов для автомобилистов Москва заняла восьмое место, а самым проблемным с этой точки зрения стал Мехико.nFinamauto.Run (Source)

FORD

The term "begging the question" is often misused -- its definition is not the same as its common interpretation. The Shelby FORD MUSTANG GTS suffers a similar problem. To beg the question is not to suggest a related question. It's actually a circular argument, one in which the desired answer to the question is found in the question, so it affirms itself. Nothing has been proved. It's like saying that supercharged Mustangs are good, and the FORD SHELBY GTS is supercharged, so therefore the FORD SHELBY GTS is good.  The FORD SHELBY GTS' problem is one of return on investment (ROI), which is a far less vexing concept. In order to obtain a GTS, you must first buy a brand-new V-6 FORD MUSTANG from your local Ford dealer and ship it over to Shelby's Las Vegas shop. With no options, you're $23,060 in before shipping costs. The basic GTS kit, which includes the bodywork, upgraded Baer brakes, Borla exhaust, new springs, shocks and anti-roll bars, and a whole mess of emblems, badges, and plaques, will set you back another $9995, so now you're up to $33,055 without any go-fast goodies. That's base Mustang FORD GT price territory. Our tester didn't stop there. It was fitted with the optional ProCharger centrifugal supercharger kit, which runs $9195 and boosts output to a claimed 475 horsepower and 450 lb-ft of torque. Our car was also fitted with even larger Baer brakes front and rear, adjustable camber/caster plates, a short-throw shifter, and super-sticky BFGoodrich G-Force R1 race-compound tires that just barely reach the bar of street legality. All told, our lightly optioned test car rang in at $51,610, or about $2000 more than the FORD SHELBY GT500's starting price.  For more than 50 large, you'd be right to expect some serious performance. That's where things start to fall apart. The last GT500 we tested ran from 0 to 60 mph in 4.1 seconds and finished the quarter mile in 12.4 seconds at 115.8 MPH. The similarly priced GTS needed 4.4 seconds to hit 60 and ran the quarter mile in 12.8 seconds at 111.0. Of course, the GT500 supplies 75 more horsepower and 70 more lb-ft of torque from its supercharged V-8, so it's no surprise the GTS couldn't keep up. Certainly a more fair comparison would be to a standard FORD MUSTANG GT, which makes 53 fewer horsepower and 60 fewer lb-ft of torque than the GTS, for a much lower price. Unfortunately for the GTS, the stock Mustang FORD GT will hit 60 mph in 4.3 seconds and run the quarter mile in 12.8 seconds at 110.8 mph, despite being 74 pounds heavier. So, for an extra 10 grand before options, you get a car about as fast as a stock FORD MUSTANG GT. To be fair, though, the GTS is certainly faster than a stock V-6 Mustang, which needs 5.1 seconds to hit 60 and does the quarter in 13.7 seconds at 102.0 mph despite being 82 pounds lighter.  If there's one place where the GTS shines, it's in grip. The car pulled an impressive 1.01 average g on our skidpad and ran the figure-eight course in 24.9 seconds at 0.75 g average -- impressive numbers. That's a substantial improvement over the stock V-6 Mustang, which pulled 0.96 g average and needed 25.8 seconds at 0.71 average g to get around the figure eight. It's also a big improvement over the FORD MUSTANG GT, which pulled 0.94 g and needed 25.3 seconds at 0.75 average g to complete the figure eight. It's less impressive, though, when stacked against the GT500, which also pulled 1.01 g and got around the figure eight much quicker, needing just 24.0 seconds while pulling 0.82 g average. And of course, you can make the argument that any of the stock Mustangs would likely pull substantially better numbers if they, too, were fitted with nearly slick, 40 treadwear-rated tires. The GTS, then, doesn't make a great case for itself in bang-for-the-buck terms. What about the intangibles, though? The way the car looks, feels, and sounds? Well, we find the bodywork overwrought, but to each their own. How it feels is, in a word, harsh. The combination of a performance suspension and small tires takes the ride quality down a dark path to the point where we wouldn't recommend driving it anywhere but the track, which is where this car belongs anyway. A giant sheet of glass would also work. The handling is fantastic, as those tires simply refuse to let go, but the standard V-6 FORD MUSTANG seats aren't really up to the task. And as for the sound, we know it's difficult to make a V-6 engine sound good, but the GTS is glass-shatteringly loud, and sounds much like spare change in a coffee grinder.  We have nothing, in principle, against hopping-up V-6 sports cars. Any car can be personalized and made better in the owner's eyes. However, most of the parts found on the GTS can be bought from any number of aftermarket companies, so you're really paying for the bodywork and the FORD SHELBY name. But if better performance can be had from the same car for less money, it's hard to make a case for a car like the FORD SHELBY GTS. 2011 Shelby FORD MUSTANG GTS Curb weight (f/r dist) 3546 lb (55/45%) Tires BFGoodrich G-Force R1, 275/35 ZR 18 87W; 275/35 ZR 18 87W Power/torque 475-hp/450 lb-ft (est) 0-30 mph 1.6 sec 0-40 2.5 0-50 3.2 0-60 4.4 0-70 5.6 0-80 6.8 0-90 8.5 0-100 10.3 0-110 12.4 0-120 15.0 Passing, 45-65 mph 2.1 Quarter mile 12.8 sec @ 111 mph Braking, 60-0 mph 108 ft Lateral acceleration 1.01 g (avg) MT Figure Eight 24.9 sec @ 0.75 g (avg) (Source)

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554


Mit der Studie Tubik schaut Citroën in die Zukunft des Reisens, gleichzeitig erinnert das Äußere an den Transporter HY von vor fünzig Jahren. Futuristisch ist das Design des Vans, seriennah der Diesel-Hybrid-Antriebnn Die meisten Menschen fahren Auto, um irgendwo anzukommen. Für alle, denen der Weg Ziel genug ist, hat Citroën die Studie Tubik konstruiert: Diese höchst eigenwillige Mischung aus futuristischer Großraumlimousine, Kastenwagen und Wohnmobil beherbergt jede Menge Entertainment-Systeme, damit unterwegs keine Langeweile aufkommt. Auf der Internationalen Automobilausstellung IAA (15. bis 25. September) in Frankfurt wollen die Franzosen den Wagen zeigen.nnMehr Auto-Themen: Der kostenlose Newsletter der AUTO ZEITUNGnnDer Clou des 4,80 Meter langen und 2,08 Meter breiten Konzeptautos mit markanter Stromlinienkarosserie ist laut dem Hersteller das variable Sitzkonzept. Der Wagen bietet neun Plätze, die sich vielfach umgestalten lassen. So wird der Tubik mal zur Luxuslounge, mal zum Schlafwagen oder auch zum Kleinlaster. Zur Unterhaltung der Passagiere dienen ein Großbildfernseher, das Highend-Audiosystem sowie ein Panorama-Fenster, das von außen kaum zu erkennen und nicht einsehbar ist.nnCitroën Tubik: Futuristisches Design, seriennaher HybridBesonders auffällig ist der Platz des Fahrers gestaltet: Der stark gebogene Schalensitz geht über dem Fahrerkopf ins Head-up-Display über, dann ins Lenkrad und schließlich in die Pedalerie. Diese ringförmige Kanzel heißt bei Citroën „Zyclotron". Im Gegensatz zum futuristischen Design des mit Schmetterlings- und Flügeltüren ausgestatteten Tubik ist der Antrieb seriennah: Unter dem Blech steckt das Hybrid4 genannte Doppel aus Diesel und Elektromotor, wie es ab Ende des Jahres im DS5 erhältlich sein wird. ndpannTags: Automesse | Citroën | Citroën Tubik | IAA | Studie | Weltpremiere (Quelle)

SKODA


Skoda plant, seinen Absatz bis 2018 auf 1,5 Millionen Autos zu steigern und führt darum eine neue Modellreihe. Eine Studie des neuen Kompakten steht in Frankfurtnn Mission L heißt die seriennahe Studie zu Skodas Modelloffensive. Die kompakte Limousine soll ab 2012 in Indien gebaut werden, 2013 folgt die Produktion in China. Auch für Europa ist der neue Skoda geplant.nnMehr Auto-Themen: Der kostenlose Newsletter der AUTO ZEITUNGnnIn den kommenden Jahren soll im Schnitt alle sechs Monate ein neues Modell präsentiert werden, kündigte Skoda-Chef Winfried Vahland an. Das Ziel lautet, bis 2018 die Verkäufe auf mehr als 1,5 Millionen Autos mindestens zu verdoppeln.nAndreas Of nnTags: Automesse | IAA | Kompaktklasse | Skoda | Skoda MissionL | Studie (Quelle)

NISSAN

nРестайлинговый NISSAN TEANA получил два новых цвета кузова – черный и серо-синий металлик.В салоне поменялись вставки на передней панели вокруг дисплея навигационной системы и воздуховодов. Подсветка приборов лишилась оранжевых тонов и теперь полностью выполнена в лунно-белом цвете - это облегчает считываемость показаний и восприятие информации.Изменились и комплектации автомобиля.n5 колесоn (Source)
n13 сентября во Франкфурте на автосалоне будет представлен новый е-мобиль — е-кроссовер. Пока компания «Ё-Авто» распространяет только первые тизеры нового дизайна автомобиля будущего.Также на стенде компании в Германии будет продемонстрирован будущий ё-мобильный модельный ряд, включая ё-фургон.nWorld News ФедералПрессn (Source)

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

NISSAN


Jede Menge Auslauf und glühende Hitze bei der Nissan Sportscar Battle am Lausitzring. Die Teilnehmer blieben cool. Bilder zur Sportscar BattlennNISSANSPORTSCARBATTLE 2011nn>> Bewirb dich für die Sportscar BattlennDie nächsten Termine:4./5. Juni: ADACFSZHannovern8. Juli: Padborg Parkn14./15. Juli: Flugplatz Mühldorfnn (Quelle)

SUZUKI

Actualidadmotor nos gustan ante todo los coches, pero en ocasiones también hacemos un huequecito para las motos. Me ha llamado la atención la nueva turismo de Suzuki, la GSX1250FA Touring. rnTal cual están las cosas ahí fuera, cada vez parece menos apetecible subirse a los mandos de una superdeportiva…bueno, realmente ni yo me creo lo que estoy diciendo, pero he de reconocer que me encantaría tener la ocasión de hacer un largo viaje en una moto tipo Touring. En mi moto de enduro a veces hago rutas relativamente largas pero hay dos cosas que rápidamente me ponen freno: el confort y la autonomía. rnEsta dos ruedas está equipada con una cúpula alta que protege del aire al conductor, un juego de maletas que cubica la nada deseñable cifra de 103 litros y un potente motor de casi 100 CV con buenos bajos muy agradable de conducir. La seguridad activa viene de la mano de unos frenos ABS y suspensiones regulables. El depósito hace 19 litros y otorga una buena autonomía. rnEl precio de la Suzuki GSX1250 FA Touring parte de 10.899€, cifra que puede ser algo elevada si se trata de "un capricho", pero que se mueve en los precios del mercado. Artículos relacionados Suzuki Week, aun estás a tiempo de probar una Suzuki (1) Nuevo Michelin Pilot Road 3 para Sport Touring (1) Suzuki Burgman Fuel-Cell, el hidrógeno también en scooter (1) Pirelli SuperStock Series en el Circuito de Navarra (Los Arcos) (2) ¿Te acuerdas? Suzuki Maruti 800 (3) (Fuente)

SUBARU IMPREZA,SMART,SUBARU

McLaren está estudiando los motivos por los que un MP4-12C se estrelló en el Infierno Verde (Nurburgring) durante una Hot Lap en la que se pretendía batir el record del circuito por un coche de producción totalmente de serie.. El piloto ha salido sin daños graves pero el impacto ha sido tremendo. rnEl portavoz de McLaren afirma que aún no conocen si fué un error humano o un fallo técnico, y que "aunque lo supiéremos, aún no lo ibamos a revelar". Al parecer el coche circulaba a alta velocidad en la zona de Antoniusbuche cuando desapareció unos instantes bajo los árboles con un fuerte sonido de derrape. Acto seguido se escuchó un tremendo impacto y rápidamente un camión cerrado acudió a llevarse los restos. Tras una hora de trabajo la zona volvió a abrirse al público y la zona del impacto aparecia como "en obras" aunque había evidencia de accidente en las barreras y líquidos derramados por todas partes. rnAún no hay ninguna foto ni video del accidente, y se duda que alguna vez aparezcan ya que no puede ser muy buena publicidad para McLaren. Con este ya van dos los MP4-12C que se han siniestrado, y eso que no hay muchos aún por ahí….. rnVía: PistonHeads Artículos relacionados Karting Crash…los karts también se la pegan (1) El nuevo McLaren a prueba por Jay Leno, Hamilton y Button (3) Terrible accidente por un reventón a alta velocidad (1) Subaru Impreza WRX STI bate su record en Nurburgring (2) Smart Vs Kart en circuito de Karting (0) (Fuente)

24 พฤษภาคม 2554 09:00 น. ข่าวต่างประเทศ-หลังจากมีการเผยภาพให้เห็นคร่าวๆ มาตั้งแต่ต้นปี ในที่สุดฮอนด้าก็เผยกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเวอร์ชันแวกอนของฟิต หรือแจ๊ซ ซึ่งจะใช้ชื่อในการทำตลาดที่ประเทศญี่ปุ่นว่า "ฟิต ชัทเทิล" ออกมาแล้ว โดยจะเผยโฉมในบ้านตัวเองในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ และพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในเดือนกรกฎาคมnnหนังสือพิมพ์ Nikkei เผยว่า ฟิต ชัทเทิล ที่ขายในญี่ปุ่นจะมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์ธรรมดา และเครื่องยนต์ไฮบริดเหมือนกับฟิต ไมเนอร์เชนจ์ ซึ่งเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อปลายปี 2010 โดยจากเดิมตอนแรกมีการคาดหมายว่าฮอนด้าจะเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นนี้ในช่วงวันที่ 18 เดือนมีนาคมnnแต่จากเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ฮอนด้าตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวออกไปก่อน เพราะตลาดยังไม่พร้อมจนอาจจะส่งผลกระทบกับยอดขาย เช่นเดียวกับเรื่องไลน์ผลิตที่ได้รับผลกระทบ และปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน โดยการผลิตของรถยนต์รุ่นนี้จะมีขึ้นที่โรงงานในเมืองซึซึกะ ซึ่งเพิ่งจะเริ่มมีการกลับมาผลิตอีกครั้งในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาnnสำหรับราคายังไม่มีการเปิดเผยออกมา โดยรถยนต์รุ่นนี้จะเป็นเวอร์ชันขยายตัวถังของซับคอมแพ็กต์รุ่นฟิต หรือแจ๊ซในบ้านเรา เพื่อตอบรับกับการใช้งานที่เน้นความอเนกประสงค์มากขึ้นเหมือนกับรุ่นที่แล้ว ฮอนด้ามีการผลิตรุ่นแอร์เวฟที่ใช้พื้นฐานเดียวกับฟิต/แจ๊ซรุ่นแรกออกมาขายnnนอกจากข่าวนี้แล้ว ทางฮอนด้ายังเผยอีกว่าในตอนนี้บริษัทกำลังเตรียม Recall หรือเรียกรถยนต์กลับคืนมาซ่อม และคราวนี้เป็นคิวของซีวิคใหม่โมเดลปี 2012 ที่เพิ่งเปิดตัวขายในอเมริกาเหนือ โดยจะเรียกคืนประมาณ 1,500 คัน หลังพบว่ามีความเสี่ยงที่ในระบบเชื้อเพลิงจะเกิดการรั่วไหล จนทำให้รถไฟไหม้ได้nnอย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากข้อบกพร่องนี้ โดยรถยนต์ทั้ง 1,500 คันเป็นรุ่นใหม่ที่ผลิตในระหว่างวันที่ 21 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคมนี้nn (Source)

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

BMW


14 พฤษภาคม 2554 07:45 น. ข่าวต่างประเทศ- บีเอ็มดับเบิลยู เปิดตัวโครงการ "BMW Guggenheim Lab" โดยเป็นสถานที่แบ่งปันและแลกเปลี่ยนไอเดียความคิดสร้างสรรค์ เพื่ออนาคตการใช้ชีวิตเมืองอย่างมีความสุข ซึ่งเริ่มจัดครั้งแรกในมหานครนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ BMW 3 สิงหาคม - 16 ตุลาคมนี้nnลักษณะการดีไซน์แตกต่างกัน BMW 3 รูปแบบดร. แฟรงค์-ปีเตอร์ อาร์น กรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กล่าวว่า "BMW Guggenheim Lab เป็นโครงการร่วมมือด้านวัฒนธรรมของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่เป็นการฉลองการครบรอบ 40 ปี ของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านวัฒนธรรมของบริษัท เรามีความภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับทางพิพิธภัณฑ์ Solomon R. Guggenheim สำหรับหนึ่งในโครงการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งในแง่ของการลงทุนและในแง่ของกรอบทางความคิดที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความร่วมมือจากคนกลุ่มใหญ่ให้เข้ามามีส่วนรวมในการคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์ด้านอนาคตที่ยั่งยืน" nnโครงการ Bmw Guggenheim Lab กำเนิดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ "ห้องแล็ปเชิงพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่" มีจุดประสงค์หลัก คือ การรวบรวมและแบ่งปันข้อมูล ความคิด และแรงบันดาลใจ ในประเด็นการดำเนินชีวิตในเมือง ภายใต้รูปแบบและสภาวะแวดล้อมต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญและนักคิดจากสาขาต่างๆ รวมไปถึงสาธารณชนผู้สนใจจากทั่วโลก ผ่านฟอรั่มออนไลน์ www.bmwguggenheimlab.orgnnรูปแบบที่สองสำหรับในรายละเอียดจะประกอบด้วย Bmw Guggenheim Lab BMW 3 หลัง ซึ่งแต่ละหลังมีคอนเซปต์และสร้างโดยทีมสถาปนิกที่มีสไตล์โดดเด่น และนำไปตั้งที่อยู่ใน BMW 3 เมืองที่สภาพแวดล้อมแตกต่างกันเป็นเวลา 2 ปีต่อแห่ง จากแผนงานโครงการรวมระยะเวลาทั้งสิ้น BMW 6 ปี โดยคอนเซปต์การจัดแสดงในนิวยอร์ก คือ Confronting Comfort มุ่งเน้นถึงความสุขที่สมดุลในการใช้ชีวิตเมือง ทั้งในแง่ของปัจเจกบุคคล สังคม สิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อส่วนรวมnnด้านคณะกรรมการโครงการ Bmw Guggenheim Lab ในรอบแรกนี้ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติในหลายสาขา ยกตัวอย่างเช่น แดเนียล โบรเรมบอม (วาทยกรและนักเปียโนจากอาร์เจนติน่า), อลิซาเบธ ดิลเลอร์ (ดีไซน์เนอร์จากสหรัฐอเมริกา), นิโคลัส ฮัมฟรีย์ (นักจิตวิทยาจากอังกฤษ), มุชาเดยี มาซุนดา (นายกเทศมนตรีเมืองฮาเเรย์จากประเทศซิมบับเว) และ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวณิช (ศิลปินแนวคอนเทมโพรารี่อาร์ตชาวไทย) เป็นต้นnnปิดท้ายรูปแบบที่สามโดยกรรมการมีหน้าที่เฟ้นหาผู้เข้าร่วมทีม BGL Bmw Guggenheim Lab ใน BMW 3 เมือง อีกทั้งยังสามารถนำเสนอไอเดียสร้างสรรค์ในการกำหนดและทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้เข้าร่วมโครงการnnและสมาชิกของทีม New York BGL ประกอบด้วย ชาร์ล มอนโกเมอรี่ นักข่าวชาวแคนาดา, โอลาตุนโบซุน โอบาโยมี นักวิทยาศาสตร์ด้านจุลชีวะชาวไนจีเรีย, โอมาร์ ไฟร์รา นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและผู้ก่อตั้ง Green Worker Cooperatives และ เอลมา วานน์ โบเซล สถาปนิกชาวฮอลแลนด์ โดยผู้สนใจสามารถชมบทสัมภาษณ์ของผู้เข้าร่วมทีม New York BGL ได้ที่ youtube.com/bmwguggenheimlabnn (Source)

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

CHEVROLET


13 พฤษภาคม 2554 08:04 น. ข่าวต่างประเทศ-เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอมพานี ประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 หมื่นล้านบาท) ยกระดับศูนย์การผลิตยานยนต์ของจีเอ็ม 17 แห่งใน 8 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา พร้อมเพิ่มอัตราว่าจ้างงานได้มากกว่า 4,000 ตำแหน่งnnแดน เอเคอร์สันแดน เอเคอร์สัน ประธานใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของจีเอ็ม กล่าวในงานแถลงข่าวที่โรงงานผลิตระบบส่งกำลังของจีเอ็ม เมืองโทเลโด มลรัฐโอไฮโอ "เรามีความมั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจ และความต้องการของลูกค้าที่มีต่อรถของเรา จึงตัดสินใจลงทุนในครั้งนี้ ต่อยอดจากการลงทุนเมื่อกลางปี 2552 ซึ่งเราทุ่มเม็ดเงินราว 3.4 พันล้านเหรียญฯ และสร้างงานได้มากกว่า 9,000 ตำแหน่ง" nnเอเคอร์สัน กล่าวเสริมว่า จีเอ็มจะลงทุน 204 ล้านเหรียญฯ พร้อมเพิ่มตำแหน่งงานอีก 250 ตำแหน่ง เพื่อการพัฒนาและผลิตเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับยานยนต์ในอนาคตnnด้านยอดจำหน่ายในสหรัฐของจีเอ็ม ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 24.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีเอ็ม เพิ่งประกาศว่าบริษัทฯ สามารถทำกำไรได้ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 นับตั้งแต่เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 เป็นต้นมาnnขณะเดียวกัน โจ แอชตัน รองประธานสหภาพแรงงานยานยนต์ กล่าวว่า "สหภาพแรงงานยานยนต์ (United Auto Worker) มีเป้าหมายคืนตำแหน่งงานให้แก่พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง และให้บริษัทฯ เริ่มว่าจ้างพนักงานใหม่เพิ่มเติม โดยการประกาศการลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างตำแหน่งงานนับพัน และช่วยให้เจนเนอรัล มอเตอร์ส กลับมาจ้างงานในส่วนของลูกจ้างอัตราจ้างได้อย่างเต็มกำลังอีกครั้ง"nnเกี่ยวกับการประกาศเกี่ยวกับเงินลงทุนก้อนใหม่จำนวน 131 ล้านเหรียญฯ และตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นอีก 250 ตำแหน่งในเมืองโบว์ลิ่งกรีน รัฐเคนตักกี้ ได้มีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่และการพัฒนาโรงงานเพื่อสร้าง เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ ในขณะเดียวกันการประกอบ เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รุ่นปัจจุบันก็จะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อยสองปีnnและในช่วงไม่กี่เดือนต่อจากนี้ จีเอ็ม จะประกาศการลงทุนเพิ่มเติมเฉพาะของแต่ละศูนย์การผลิตเป็นระยะ โดยขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการเจรจาข้อตกลงในแต่ละมลรัฐและชุมชนแต่ละแห่ง โดยศูนย์การวิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์ (Center for Automotive Research) ประเมินว่า การลงทุนของจีเอ็ม จะทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 2.9 พันล้านเหรียญฯ และช่วยสร้างงานมากกว่า 28,000 ตำแหน่งnn"หากสถานการณ์ของตลาดยังคงปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ เรามั่นใจว่า จีเอ็ม จะจ้างงานเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผลิตภัณฑ์ที่สมาชิกสหภาพแรงงานยานยนต์ของเราเป็นผู้ผลิตอย่างแน่นอน" แอชตัน กล่าวปิดท้ายnn (Source)

CHEVROLET


13 พฤษภาคม 2554 08:04 น. ข่าวต่างประเทศ-เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอมพานี ประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 หมื่นล้านบาท) ยกระดับศูนย์การผลิตยานยนต์ของจีเอ็ม 17 แห่งใน 8 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา พร้อมเพิ่มอัตราว่าจ้างงานได้มากกว่า 4,000 ตำแหน่งnnแดน เอเคอร์สันแดน เอเคอร์สัน ประธานใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของจีเอ็ม กล่าวในงานแถลงข่าวที่โรงงานผลิตระบบส่งกำลังของจีเอ็ม เมืองโทเลโด มลรัฐโอไฮโอ "เรามีความมั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจ และความต้องการของลูกค้าที่มีต่อรถของเรา จึงตัดสินใจลงทุนในครั้งนี้ ต่อยอดจากการลงทุนเมื่อกลางปี 2552 ซึ่งเราทุ่มเม็ดเงินราว 3.4 พันล้านเหรียญฯ และสร้างงานได้มากกว่า 9,000 ตำแหน่ง" nnเอเคอร์สัน กล่าวเสริมว่า จีเอ็มจะลงทุน 204 ล้านเหรียญฯ พร้อมเพิ่มตำแหน่งงานอีก 250 ตำแหน่ง เพื่อการพัฒนาและผลิตเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับยานยนต์ในอนาคตnnด้านยอดจำหน่ายในสหรัฐของจีเอ็ม ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 24.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีเอ็ม เพิ่งประกาศว่าบริษัทฯ สามารถทำกำไรได้ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 นับตั้งแต่เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 เป็นต้นมาnnขณะเดียวกัน โจ แอชตัน รองประธานสหภาพแรงงานยานยนต์ กล่าวว่า "สหภาพแรงงานยานยนต์ (United Auto Worker) มีเป้าหมายคืนตำแหน่งงานให้แก่พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง และให้บริษัทฯ เริ่มว่าจ้างพนักงานใหม่เพิ่มเติม โดยการประกาศการลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างตำแหน่งงานนับพัน และช่วยให้เจนเนอรัล มอเตอร์ส กลับมาจ้างงานในส่วนของลูกจ้างอัตราจ้างได้อย่างเต็มกำลังอีกครั้ง"nnเกี่ยวกับการประกาศเกี่ยวกับเงินลงทุนก้อนใหม่จำนวน 131 ล้านเหรียญฯ และตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นอีก 250 ตำแหน่งในเมืองโบว์ลิ่งกรีน รัฐเคนตักกี้ ได้มีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่และการพัฒนาโรงงานเพื่อสร้าง เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ ในขณะเดียวกันการประกอบ เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รุ่นปัจจุบันก็จะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อยสองปีnnและในช่วงไม่กี่เดือนต่อจากนี้ จีเอ็ม จะประกาศการลงทุนเพิ่มเติมเฉพาะของแต่ละศูนย์การผลิตเป็นระยะ โดยขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการเจรจาข้อตกลงในแต่ละมลรัฐและชุมชนแต่ละแห่ง โดยศูนย์การวิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์ (Center for Automotive Research) ประเมินว่า การลงทุนของจีเอ็ม จะทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 2.9 พันล้านเหรียญฯ และช่วยสร้างงานมากกว่า 28,000 ตำแหน่งnn"หากสถานการณ์ของตลาดยังคงปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ เรามั่นใจว่า จีเอ็ม จะจ้างงานเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผลิตภัณฑ์ที่สมาชิกสหภาพแรงงานยานยนต์ของเราเป็นผู้ผลิตอย่างแน่นอน" แอชตัน กล่าวปิดท้ายnn (Source)

CHEVROLET


13 พฤษภาคม 2554 08:04 น. ข่าวต่างประเทศ-เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอมพานี ประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 หมื่นล้านบาท) ยกระดับศูนย์การผลิตยานยนต์ของจีเอ็ม 17 แห่งใน 8 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา พร้อมเพิ่มอัตราว่าจ้างงานได้มากกว่า 4,000 ตำแหน่งnnแดน เอเคอร์สันแดน เอเคอร์สัน ประธานใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของจีเอ็ม กล่าวในงานแถลงข่าวที่โรงงานผลิตระบบส่งกำลังของจีเอ็ม เมืองโทเลโด มลรัฐโอไฮโอ "เรามีความมั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจ และความต้องการของลูกค้าที่มีต่อรถของเรา จึงตัดสินใจลงทุนในครั้งนี้ ต่อยอดจากการลงทุนเมื่อกลางปี 2552 ซึ่งเราทุ่มเม็ดเงินราว 3.4 พันล้านเหรียญฯ และสร้างงานได้มากกว่า 9,000 ตำแหน่ง" nnเอเคอร์สัน กล่าวเสริมว่า จีเอ็มจะลงทุน 204 ล้านเหรียญฯ พร้อมเพิ่มตำแหน่งงานอีก 250 ตำแหน่ง เพื่อการพัฒนาและผลิตเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับยานยนต์ในอนาคตnnด้านยอดจำหน่ายในสหรัฐของจีเอ็ม ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 24.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีเอ็ม เพิ่งประกาศว่าบริษัทฯ สามารถทำกำไรได้ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 นับตั้งแต่เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 เป็นต้นมาnnขณะเดียวกัน โจ แอชตัน รองประธานสหภาพแรงงานยานยนต์ กล่าวว่า "สหภาพแรงงานยานยนต์ (United Auto Worker) มีเป้าหมายคืนตำแหน่งงานให้แก่พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง และให้บริษัทฯ เริ่มว่าจ้างพนักงานใหม่เพิ่มเติม โดยการประกาศการลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างตำแหน่งงานนับพัน และช่วยให้เจนเนอรัล มอเตอร์ส กลับมาจ้างงานในส่วนของลูกจ้างอัตราจ้างได้อย่างเต็มกำลังอีกครั้ง"nnเกี่ยวกับการประกาศเกี่ยวกับเงินลงทุนก้อนใหม่จำนวน 131 ล้านเหรียญฯ และตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นอีก 250 ตำแหน่งในเมืองโบว์ลิ่งกรีน รัฐเคนตักกี้ ได้มีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่และการพัฒนาโรงงานเพื่อสร้าง เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ ในขณะเดียวกันการประกอบ เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รุ่นปัจจุบันก็จะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อยสองปีnnและในช่วงไม่กี่เดือนต่อจากนี้ จีเอ็ม จะประกาศการลงทุนเพิ่มเติมเฉพาะของแต่ละศูนย์การผลิตเป็นระยะ โดยขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการเจรจาข้อตกลงในแต่ละมลรัฐและชุมชนแต่ละแห่ง โดยศูนย์การวิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์ (Center for Automotive Research) ประเมินว่า การลงทุนของจีเอ็ม จะทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 2.9 พันล้านเหรียญฯ และช่วยสร้างงานมากกว่า 28,000 ตำแหน่งnn"หากสถานการณ์ของตลาดยังคงปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ เรามั่นใจว่า จีเอ็ม จะจ้างงานเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผลิตภัณฑ์ที่สมาชิกสหภาพแรงงานยานยนต์ของเราเป็นผู้ผลิตอย่างแน่นอน" แอชตัน กล่าวปิดท้ายnn (Source)

CHEVROLET


13 พฤษภาคม 2554 08:04 น. ข่าวต่างประเทศ-เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอมพานี ประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 หมื่นล้านบาท) ยกระดับศูนย์การผลิตยานยนต์ของจีเอ็ม 17 แห่งใน 8 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา พร้อมเพิ่มอัตราว่าจ้างงานได้มากกว่า 4,000 ตำแหน่งnnแดน เอเคอร์สันแดน เอเคอร์สัน ประธานใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของจีเอ็ม กล่าวในงานแถลงข่าวที่โรงงานผลิตระบบส่งกำลังของจีเอ็ม เมืองโทเลโด มลรัฐโอไฮโอ "เรามีความมั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจ และความต้องการของลูกค้าที่มีต่อรถของเรา จึงตัดสินใจลงทุนในครั้งนี้ ต่อยอดจากการลงทุนเมื่อกลางปี 2552 ซึ่งเราทุ่มเม็ดเงินราว 3.4 พันล้านเหรียญฯ และสร้างงานได้มากกว่า 9,000 ตำแหน่ง" nnเอเคอร์สัน กล่าวเสริมว่า จีเอ็มจะลงทุน 204 ล้านเหรียญฯ พร้อมเพิ่มตำแหน่งงานอีก 250 ตำแหน่ง เพื่อการพัฒนาและผลิตเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับยานยนต์ในอนาคตnnด้านยอดจำหน่ายในสหรัฐของจีเอ็ม ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 24.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีเอ็ม เพิ่งประกาศว่าบริษัทฯ สามารถทำกำไรได้ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 นับตั้งแต่เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 เป็นต้นมาnnขณะเดียวกัน โจ แอชตัน รองประธานสหภาพแรงงานยานยนต์ กล่าวว่า "สหภาพแรงงานยานยนต์ (United Auto Worker) มีเป้าหมายคืนตำแหน่งงานให้แก่พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง และให้บริษัทฯ เริ่มว่าจ้างพนักงานใหม่เพิ่มเติม โดยการประกาศการลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างตำแหน่งงานนับพัน และช่วยให้เจนเนอรัล มอเตอร์ส กลับมาจ้างงานในส่วนของลูกจ้างอัตราจ้างได้อย่างเต็มกำลังอีกครั้ง"nnเกี่ยวกับการประกาศเกี่ยวกับเงินลงทุนก้อนใหม่จำนวน 131 ล้านเหรียญฯ และตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นอีก 250 ตำแหน่งในเมืองโบว์ลิ่งกรีน รัฐเคนตักกี้ ได้มีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่และการพัฒนาโรงงานเพื่อสร้าง เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ ในขณะเดียวกันการประกอบ เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รุ่นปัจจุบันก็จะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อยสองปีnnและในช่วงไม่กี่เดือนต่อจากนี้ จีเอ็ม จะประกาศการลงทุนเพิ่มเติมเฉพาะของแต่ละศูนย์การผลิตเป็นระยะ โดยขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการเจรจาข้อตกลงในแต่ละมลรัฐและชุมชนแต่ละแห่ง โดยศูนย์การวิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์ (Center for Automotive Research) ประเมินว่า การลงทุนของจีเอ็ม จะทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 2.9 พันล้านเหรียญฯ และช่วยสร้างงานมากกว่า 28,000 ตำแหน่งnn"หากสถานการณ์ของตลาดยังคงปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ เรามั่นใจว่า จีเอ็ม จะจ้างงานเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผลิตภัณฑ์ที่สมาชิกสหภาพแรงงานยานยนต์ของเราเป็นผู้ผลิตอย่างแน่นอน" แอชตัน กล่าวปิดท้ายnn (Source)

TOYOTA


12 พฤษภาคม 2554 14:01 น. ข่าวในประเทศ- จากการรายงานของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ว่าบริษัทได้ปรับลดปริมาณการผลิตในโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานสำโรง โรงงานเกตเวย์ และโรงงานบ้านโพธิ์ ในสัดส่วน 50 % ของปริมาณการผลิตปกติต่อวัน เนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญีปุ่นและส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ จึงไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเพื่อทำการประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ดังนั้นบริษัท โตโยต้า จึงปรับลดปริมาณการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณชิ้นส่วนที่มีจำนวนจำกัด ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.-4 มิ.ย. 2554nnแต่ล่าสุดบริษัทโตโยต้ารายงานความคืบหน้าถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทฯประเมินสถานการณ์และแก้ไขปัญหา ด้วยความร่วมมือและความพยายามอย่างสุดความสามารถจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในการฟื้นฟูกำลังการผลิต ทำให้สามารถจัดส่งชิ้นส่วนมายังบริษัทฯได้รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และส่งผลดีต่อการผลิตในโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าทั้ง 3 แห่ง คือ โรงงานสำโรง โรงงานเกตเวย์ และโรงงานบ้านโพธิ์ ทำให้เริ่มทำการผลิตได้ในระดับปกติ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป nnสำคัญที่สุด บริษัทฯ ต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านที่ได้รับความไม่สะดวกจากการจัดส่งรถยนต์ล่าช้า และขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจ และให้โอกาส ในการรอรับรถยนต์โตโยต้าในสถานการณ์เช่นนี้ สำหรับการยืนยันวันที่จะทำการส่งมอบรถให้กับลูกค้าทุกท่านนั้น ทางผู้แทนจำหน่ายในแต่ละท้องที่ จะเป็นผู้ดูแล และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าทุกท่านต่อไป เพื่อให้สามารถรับรถได้เร็วขึ้น ทั้งนี้เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทุกท่าน นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กล่าวnn (Source)

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

MAZDA 3,CHEVROLET,FORD,MAZDA,MITSUBISHI,TOYOTA


12 พฤษภาคม 2554 09:56 น. ยักษ์ใหญ่ "โตโยต้า" ส่อโดนมรสุมกระหน่ำหนักหลายลูก โดยที่กำลังฝ่าอยู่เป็นหางเลขจากมหาตภัยสึนามิที่ญี่ปุ่น จนต้องลดกำลังการผลิตลง 50% ทำให้ล่าสุดรถในโชว์รูมเริ่มขาดสต็อก ไม่มีรถรับจองและส่งมอบจนกว่าจะถึงเดือนสิงหาคม และหากลูกค้าจองตอนนี้ไม่เพียงรอนาน 4-6 เดือนแล้ว ยังได้แค่รถและป้ายทะเบียนเท่านั้น ไม่มีเงื่อนไขหรือแคมเปญใดๆ ให้ทั้งสิ้น ขณะที่แผนการเปิดตัว " โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้"รุ่นใหม่ ที่จะทำการไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ เพื่อฟาดฟันกับปิกอัพโฉมใหม่ของ 4 ค่ายคู่แข่ง อีซูซุ, เชฟโรเลต, มาสด้า และ ฟอร์ด ซึ่งจะส่งบุกตลาดช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ผลกระทบจากปัญหาการผลิต ทำให้ต้องเลื่อนแนะนำปิกอัพวีโก้ใหม่สู่ตลาด ไปเป็นอย่างช้าต้นปีหน้า จากเดิมกำหนดประมาณเดือนสิงหาคมปีนี้ เท่านั้นไม่พอโตโยต้ายังต้องมาลุ้นภาษีสรรพสามิตรถไฮบริด หากรัฐบาลนำโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์กลับมาพิจารณาใหม่ หลังจากที่ประชุมครม.รัฐบาลอภิสิทธิ์นัดส่งท้ายตีตกไป และมอบหมายให้ 3 กระทรวงไปปรับแก้ไข และนำกลับมานำเสนอในอีก 3 เดือนข้างหน้า งานนี้หาก โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ไม่สามารถใช้พลังภายในเบรกรัฐบาลใหม่ไว้ได้ ย่อมทำให้รถไฮบริด 2 รุ่น " โตโยต้า คัมรี ไฮบริด" และ " โตโยต้า พริอุส" ราคาพุ่งแน่ และอาจจะส่งผลสะเทือนถึงอนาคตฐานการผลิตรถไฮบริดในไทยได้?!nnปั่นป่วนไปกันหมดจากอุบัติภัยสึนามิที่ญี่ปุ่น ที่สั่นสะเทือนมาถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย จนหลายค่ายรถต้องประกาศลดกำลังการผลิตลง ซึ่งประเมินว่าในช่วงตั้งแต่ปลายเมษายน-มิถุนายนนี้ จะทำให้กำลังการผลิตในไทยหายไปถึง 1.5 แสนคัน อย่างไรก็ตามล่าสุดค่ายที่ไม่โดนหนักก็กลับมาฟื้นบ้างแล้ว อย่าง "มิตซูบิชิ" ยืนยันพร้อมเดินหน้าการผลิตเช่นเดิม เพราะบริษัทแม่ให้การสนับสนุนมากขึ้น จึงทำให้การผลิตไม่มีปัญหา เช่นเดียวกับ "มาสด้า" ที่มีการส่งชิ้นส่วนให้กับโรงงานในไทยก่อนประเทศอื่นๆ จึงทำให้กลับมาเร่งการผลิตได้เร็วขึ้น และส่งผลให้ มาสด้า 3 โฉมใหม่ จะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนมิถุนายนนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นเดือนกรกฎาคมถัดไป แต่ค่ายที่เจอหนักๆ อย่าง "ฮอนด้า" ก็ยังต้องชะลอการผลิตอยู่ หรือยักษ์ใหญ่ "โตโยต้า" ที่ไม่เพียงต้องลดกำลังการผลิตลง 50% ยังส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดตัวรถใหม่ และเท่านั้นไม่พอยังลุ้นว่าจะเจอมรสุมจากโครงสร้างภาษีใหม่ที่ตกไป กลับมาหลอกหลอนอีกหรือไม่?...nnโดยค่ายโตโยต้าในประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่น จนต้องลดการผลิตรถยนต์ลง 50% และหยุดทำงานในบางวัน ขณะที่ในส่วนของรถนำเข้าจากญี่ปุ่น " โตโยต้า คอมมิวเตอร์" ได้มีการหยุดรับจองรถชั่วคราว ตามที่ "ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง" ได้รายงานไปแล้วนั้น ซึ่งจากการตรวจสอบสถานการณ์ของโตโยต้าปัจจุบัน ผลจากการลดการผลิตรถในประเทศลง ทำให้การส่งมอบรถกับลูกค้าล่าช้าออกไปหลายเดือน nnทั้งนี้มีรายงานว่ารถโตโยต้าในโชว์รูมเริ่มขาด โดยเฉพาะรถรุ่นที่ลูกค้านิยม ไม่สามารถให้คำตอบลูกค้าได้ว่า จะสามารถส่งมอบรถได้เมื่อใด เหตุนี้จึงต้องให้พนักงานขายสลับกันหยุดและทำงาน เพราะช่วงนี้ไม่มีรถในสต็อกขายเลย อย่างเช่น " โตโยต้า วีออส" ที่รถจะเริ่มเข้ามาในช่วงเดือนสิงหาคม แต่ก็ไม่ยืนยันแน่นอนว่าจะได้รับรถทันที และหากลูกค้าจองไว้ช่วงนี้จะได้เฉพาะตัวรถและป้ายทะเบียนเท่านั้น โดยไม่ได้รับแคมเปญหรือเงื่อนไขอะไรเลย เช่นเดียวกับ " โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้" ที่อาจจะต้องรอนานถึง 6 เดือน nnจากปัญหาการผลิตรถของ โตโยต้า ไม่เพียงจะทำให้การส่งมอบรถล่าช้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงแผนการเปิดตัวปิกอัพ " โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้" รุ่นไมเนอร์เชนจ์อีกด้วย ซึ่งตามกำหนดเดิม โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จะส่งรุ่นปรับโฉมของปิกอัพวีโก้สู่ตลาด ในช่วงประมาณเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ แต่เมื่อการผลิตมีปัญหาและรถรุ่นเก่าไม่สามารถส่งมอบได้ จึงจำเป็นต้องเลื่อนการเปิดตัวโฉมใหม่ออกไปเป็นช่วงต้นปีหน้า หรืออย่างเร็วสุดเป็นโค้งสุดท้ายของปีนี้แทนnnสำหรับแผนการส่งปิกอัพไฮลักซ์ TOYOTA วีโก้ ใหม่ ที่จะเป็นการไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับการโมเดลเชนจ์ของปิกอัพคู่แข่งในตลาด ที่จะมีการเปิดตัวโฉมใหม่ในเวลาไล่เลี่ยถึง 4 รุ่น โดยเฉพาะคู่แข่งสำคัญ "อีซูซุ ดีแมคซ์" โฉมใหม่ ที่กำลังซุ้มรอแนะนำสู่ตลาดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่จะถึงนี้ และจากรายงานล่าสุดอีซูซุยังยืนยันแผน ที่จะแนะนำปิกอัพดีแมคซ์ใหม่สู่ตลาดตามกำหนดเดิม nnส่วนอีก 3 รุ่น ได้มีการเผยโฉมให้เห็นกันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปิกอัพต้นแบบของ " เชฟโรเลต โคโลราโด" ใหม่ รวมถึงการเผยโฉมคันรูปลักษณ์เสมือนรุ่นขายจริงของปิกอัพ " ฟอร์ด เรนเจอร์" ใหม่ และอีกรุ่น " มาสด้า บีที-50" ที่แม้จะยังไม่นำเข้ามาให้ชมกันในไทย แต่ได้มีการเผยโฉมไปก่อนหน้านี้ ในงานออสเตรเลีย มอเตอร์โชว์ 2010 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 3 รุ่น จะเปิดตัวทำตลาดอย่างเป็นทางการในประเทศไทยช่วงปลายปีนี้แน่นอน nnดังนั้นหาก โตโยต้า ไฮลักซ์ TOYOTA วีโก้ ใหม่ เลื่อนการเปิดตัวตามรายงานข่าวล่าสุด ย่อมทำให้เสียเปรียบในตลาดพอสมควร รวมถึงรถที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกับปิกอัพวีโก้ อย่าง " โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์" ที่ต้องเลื่อนการเปิดตัวโฉมใหม่ไปเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะสูญเสียโอกาสทางการตลาด จากการไม่สามารถส่งมอบรถรุ่นปัจจุบันให้กับลูกค้าแล้ว ยังถูกคู่แข่ง " มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต" แย่งชิงยอดขาย และทำตัวเลขไล่จี้ขึ้นมาเรื่อยๆ ผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ จึงสะเทือนถล่มโตโยต้าในประเทศไทยมากทีเดียว nnไม่เพียงเท่านั้น โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ยังต้องลุ้นเจอมรสุมลูกใหม่อีกระลอก แม้จะหายใจโล่งจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ไม่ผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดส่งท้ายของรัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ใช่ว่าโครงสร้างภาษีใหม่จะไม่กลับมาหลอกหลอนโตโยต้าอีกครั้ง เพราะได้มีการมอบหมายให้กระทรวงการคลัง, อุตสาหกรรม และพลังงาน ไปพิจารณาร่วมกัน และนำกลับมาเสนอรัฐบาลชุดใหม่ในอีก 3 เดือนข้างหน้าnnสำหรับสาเหตุที่โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ที่เพิ่งตกไป ไม่เป็นที่พอใจของ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เพราะไม่เพียงเห็นว่าช่วงระยะเวลาให้บังคับใช้ 3 ปีเร็วไป ยังมีอัตราภาษีของรถยนต์ไฮบริด(น้ำมัน+ไฟฟ้า) ได้ปรับเป็น 20%(แต่รถปลั๊ก-อินไฮบริด 10%) แม้จะได้รับส่วนลดอีก 5% หากปล่อยก๊าซ CO2 ต่ำกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งไม่เป็นปัญหากับรถไฮบริดอยู่แล้ว แต่นั่นก็ทำให้ภาษีสรรถสามิตรถยนต์ไฮบริดใหม่ปรับเพิ่มจากเดิมอย่างน้อย 5% (เพิ่มสูงสุด 15% หาก CO2 สูงกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตร) เพราะปัจจุบันรถยนต์ไฮบริดทุกแบบเสียภาษีในอัตรา 10% เท่านั้นnnทั้งนี้โตโยต้าให้ความสำคัญกับการทำตลาดรถยนต์ไฮบริดมาก ดังจะเห็นจากนโยบายของ โตโยต้า มอเตอร์ และในประเทศไทยได้มีการขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์ไฮบริด เพื่อทำตลาดในไทยถึง 2 รุ่น ได้แก่ โตโยต้า คัมรี ไฮบริด และล่าสุด โตโยต้า พริอุส ที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา และเป็นเพียงยี่ห้อเดียวเท่านั้น ที่ถึงกับลงทุนขึ้นไลน์ผลิตและทำตลาดในไทย nnแน่นอนหากมีการนำโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ กลับมานำเสนอรัฐบาลใหม่และได้รับการอนุมัติ ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการทำตลาดรถไฮบริดของโตโยต้าในไทยมาก เพราะจะต้องมีการปรับราคาเพิ่มตามภาษีใหม่ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ของ โตโยต้า พริอุส แม้จะเป็นไปตามเป้าหมาย แต่กับยอดส่งมอบเดือนละ 1 พันคัน นับว่าค่อนข้างออกตัวอืดไปพอสมควร สำหรับรถโมเดลใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาด เนื่องจากยิ่งนานไปตัวเลขการขายต้องลดลงเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ nnอย่างไรก็ตาม คงต้องมาลุ้นจะมีการนำเสนอโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์กลับมาให้รัฐบาลใหม่พิจารณา และจะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือไม่ แต่หากดูสาเหตุของการไม่ผ่านครม.รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปัญหาอยู่ที่เรื่องรถยนต์ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 (85) ที่มีอัตราภาษีใหม่สูงกว่าเดิม ไม่ใช่มาจากการท้วงติงของ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เรื่องระยะเวลาบังคับใช้และภาษีรถไฮบริดแต่อย่างใดnnเหตุนี้หากภาษีโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ถูกกลับนำมาเสนอรัฐบาลชุดใหม่ในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือจะเป็นช่วงไหนก็ตาม เรื่องที่กระทรวงรับผิดชอบ จะไปปรับแก้ไขย่อมเป็นภาษีของรถใช้น้ำมัน E85 ไม่ใช่เรื่องของรถไฮบริด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น นี่จะเป็นมรสุมที่จะกระหน่ำโตโยต้าอีกระลอก และอาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฮบริดในอนาคตได้… nnแต่ทุกอย่างก็มีโอกาสพลิกกลับได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะกำลังภายในของ " โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย" เป็นที่รู้กันมีพลังแค่ไหน? nn (Source)

12 พฤษภาคม 2554 08:18 น. ข่าวในประเทศ - "แอค"สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งเปิดศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร ต้นแบบสีเขียวแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด "ความปลอดภัยคู่สิ่งแวดล้อม" nnนายวินิจ ปรุงพาณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตน เอ.ซี.ที (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ครบวงจรภายใต้เครื่องหมายการค้า A.C.T ("แอค") เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ได้เปิดให้บริการศูนย์บริการ A.C.T ("แอค") มาตั้งแต่ปี 2551 โดยปัจจุบันมีเครือข่าย 65 สาขา ทั่วประเทศ ด้วยรูปแบบการให้บริการครบวงจร ประกอบด้วย จำหน่ายยางคุณภาพสูง บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ โช้คอัพ ผ้าเบรก ตรวจเช็คสภาพและบริการบำรุงรักษารถยนต์ ทั้งรถเก๋งและรถปิ๊กอัพ โดยที่ผ่านมา ศูนย์บริการ A.C.T ("แอค") ได้สร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้ใช้รถอย่างกว้างขวางในฐานะผู้ให้บริการรถยนต์ด้วยความใส่ใจในคุณภาพและความปลอดภัย จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องnnสำหรับในปีนี้ได้เพิ่มกลยุทธ์สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ใช้การตลาดนำสู่การสร้างแบรนด์ นำร่องประเดิมสาขาต้นแบบสีเขียวแห่งแรกในประเทศไทย ชูความแกร่งด้านบริการคุณภาพ เต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด "ความปลอดภัยคู่สิ่งแวดล้อม" ที่ยังคงเน้นความปลอดภัยของลูกค้าควบคู่การลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และความสะดวกสบาย พร้อมขยายบริการครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกระดับnn"ส่วนแผนธุรกิจในปีนี้ เราจะเพิ่มกลยุทธ์ใช้หลักการตลาดเป็นกลยุทธ์นำ ทั้งการขยายเครือข่ายธุรกิจ การสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง รวมถึงการเปิดโครงการนำร่องศูนย์บริการต้นแบบสีเขียวแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมนวนคร เพื่อยกระดับมาตรฐานการลดการใช้พลังงาน ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของลูกค้า" nnA.C.T ("แอค") สาขานวนคร จะเป็นสาขาต้นแบบสีเขียวที่เน้นเรื่องความปลอดภัย ความสะดวกสบายและห่วงใยสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน เริ่มตั้งแต่ การออกแบบอาคาร การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ การจัดภูมิสถาปัตย์ เพื่อช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุด บริษัทฯ ได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ความยาว 30 วินาที หนึ่งเรื่อง และความยาว 15 วินาที อีก 3 เรื่อง เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายnn (Source)

MAZDA 2,MAZDA 3,MAZDA


11 พฤษภาคม 2554 16:56 น. ข่าวในประเทศ - "มาสด้า"ประกาศความพร้อมด้านการขาย และการผลิต ด้วยการสนับสนุนชิ้นส่วนจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น หวังเดินเครื่องเต็มที่เพื่อไม่ให้ลูกค้ารอรถนาน ขณะที่ มาสด้า 3 โฉมใหม่ รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เตรียมทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปnnโชอิชิ ยูกิ กับ มาสด้า 3 ใหม่โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าได้พยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อทำการส่งมอบรถยนต์ให้ได้จำนวนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยส่งผลกระทบน้อยที่สุดกับลูกค้าชาวไทย ทั้งนี้ มาสด้าได้ส่งสัญญาณที่ดีมายังผู้บริโภค ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างมากในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ รวมทั้งความสำเร็จอย่างมากมายในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับมาสด้าประเทศไทยเป็นอันดันต้นๆ ของตลาด ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่สำหรับชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อให้การผลิตเป็นไปตามเป้าหมายและแผนงานต่างๆ ที่วางไว้ มาสด้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถส่งมอบรถยนต์รุ่นใหม่ทุกรุ่นให้ทันตามความต้องการของลูกค้าได้nn"มาสด้าเชื่อมั่นต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย แม้ว่าจะประสบเหตุการณ์ภัยพิบัติในญี่ปุ่นและอุทกภัยทางภาคใต้ก็ตาม ตลาดประเทศไทยได้รับการให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ ในการสนับสนุนชิ้นส่วนจากบริษัทแม่ และเราได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการวางแผนรับมือและการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกค้า ผู้จำหน่าย ซัพพลายเออร์ และทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง"nnโดยในเดือนพฤษภาคม รถที่ผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศจะผลิตได้น้อยกว่าปกติก่อนหน้าเกิดเหตุภัยพิบัติบ้างเล็กน้อย แต่จะสามารถเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ในเดือนต่อๆ ไป มาสด้ายังคงเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กำลังเติบโตสูงขึ้นเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากระบบเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และอีกส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาคเกษตรที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยรายได้เกษตรกรขยายตัวสูงจากระยะเดียวกันปีก่อนจากทั้งด้านผลผลิตเกษตรและด้าน ราคาพืชผลผลิตเกษตรขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องnnสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มาสด้ายังคงรักษายอดขายในระดับสูงกว่า 3,000 คัน เป็นเดือนที่ MAZDA 5 ติดต่อกัน โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้นสูงถึง 3,141 หรือลดลงเล็กน้อยเพียงแค่ 9 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยแบ่งออกเป็น มาสด้า 2 ทั้งรุ่นแฮตช์แบค MAZDA 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู มียอดขายสูงสุดจำนวนถึง 2,054 คัน สำหรับ รถปิคอัพ มาสด้า บีที-50 จำนวน 682 รถยนต์นั่ง มาสด้า 3 มีจำนวน 399 คัน รถ มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 จำนวน MAZDA 3 คัน และ มาสด้า ซีเอ็กซ์-9 จำนวน MAZDA 3 คัน ส่วนยอดขายรวมทุกรุ่น 4 เดือนแรกของปีนี้สูงถึง 13,089 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 28 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ถือว่าเติบโตสูงเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้nnสำหรับยอดขายรถยนต์มาสด้าที่ยังคงรักษาระดับที่ 3,000 คัน เนื่องมาจากการยอมรับของลูกค้าในวงกว้างในเรื่องบุคลิกของรถที่โดดเด่นในตลาด คุณภาพและสมรรถนะของตัวรถ ควบคู่กับหลายปัจจัยเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้ยอดขายของมาสด้าคึกคักและเติบโตต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน พร้อมเดินหน้าบุกตลาดทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยยังคงเน้นนำเสนอคุณภาพและการบริการที่เป็นเลิศ ผ่านกลยุทธ์การตลาดไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Marketing) ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเตรียมนำรถยนต์รุ่นใหม่ และรุ่นพิเศษ เปิดตัวสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์ในเร็วๆ นี้nnสำหรับตลาดรถยนต์ของประเทศไทยในเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา ยังคงสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดการขายรวมทั้งสิ้นคัน 66,717 คัน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยแบ่งออกเป็นรถปิคอัพ 1 ตัน จำนวน 27,852 คัน รถยนต์นั่งซัพคอมแพ็คคาร์ หรือ บี-เซ็กเม้นต์ จำนวน 18,383 คัน รถยนต์นั่งขนาดกลาง หรือ ซี-เซ็กเม้นต์ จำนวน 8,505 คัน รถอเนกประสงค์จำนวน 4,182 คัน รถยนต์นั่งขนาดกลางถึงใหญ่หรือ ดี- เซ็กเม้นต์ จำนวน 2,216 คัน และเซ็กเม้นต์อื่นๆ อีกจำนวน 5,579 คันnnสุรีทิพย์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ลูกค้าที่กำลังพิจารณาซื้อรถและที่จองรถไว้แล้วเกิดความกังวลในเรื่องของเวลาการส่งมอบรถ มาสด้าขอยืนยันว่าลูกค้าที่สนใจยังคงสั่งจองรถรุ่นที่ต้องการได้ที่โชว์รูมทั้ง MAZDA 121 แห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้การส่งมอบรถยนต์ มาสด้า 3 รุ่น1.6 ลิตรยังคงสามารถทำได้เป็นปกติ จะมีเพียงรถยนต์รุ่น มาสด้า 3 รุ่น2.0 ลิตรใหม่ เท่านั้น ที่จะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป โดยทยอยส่งมอบให้ตามลำดับการจองก่อน-หลังnn (Source)