วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553


14 พฤษภาคม 2553 14:45 น.ข่าวในประเทศ - ม็อบแดงพ่นพิษ! "เชลล์" เผยช่วงชุมนุมฉุดธุรกิจน้ำมันร่วง 10% ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง และน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ตลาดไตรมาสสองทรงตัว แต่ยังหวังครึ่งปีหลังกลับเติบโตเช่นเดียวกับไตรมาสแรก ทำให้ภาพรวมตลาดน้ำมันเครื่องทั้งปี น่าจะกลับมาพุ่ง 5% หรือมีปริมาณยอดขายกว่า 450 ล้านลิตรnnพิศวรรณ อัชนะพรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดน้ำมันหล่อลื่น หรือน้ำมันเครื่อง ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มีการขยายตัวค่อนข้างดี เทียบกับปีที่ผ่านมาเติบโตกว่า 6% และสำหรับเชลล์มีอัตราการขยายตัวมากกว่าตลาด โดยเติบโตถึงกว่า 15% แต่เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ภาพรวมทั้งตลาดกลับมาอยู่ระดับทรงตัวใกล้เคียงกับปีที่แล้วnn"สาเหตุมาจากการชุมนุมของนปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งปกติเดือนเมษายนจะเป็นช่วงของการเดินทางท่องเที่ยว แต่เมื่อมีการชุมนุมของคนเสื้อแดงและเกิดเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาเมืองไทย เห็นได้จากรถตู้หรือรถบัสท่องเที่ยววิ่งน้อยมาก แม้แต่นักท่องเที่ยวคนไทยเองก็ไม่เดินทางเช่นกัน ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันหล่อลื่น หรือแม้แต่น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดงนี้ลดลงกว่า 10%"nnดังนั้นจึงคาดว่าภาพรวมตลาดน้ำมันหล่อลื่นไตรมาสสอง จะทรงตัวระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไปทิศทางจะกลับมาดีขึ้น หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อไปนานอีกหลายเดือน โดยน่ามีอัตราการเติบโตเช่นเดียวกับช่วงไตรมาสแรก ทำให้ภาพรวมตลาดน้ำมันหล่อลื่นปีนี้จะขยายตัวประมาณ 5% หรือมีปริมาณการใช้น้ำมันหล่อลื่น 450 ล้านลิตรnnอย่างไรก็ตามเชลล์ยังคงวางเป้าหมายในการเป็นผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูง โดพลิกกลยุทธ์รูปแบบขายใหม่ พร้อมแต่งตั้ง "ดีเคเอสเอช" เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นอย่างเป็นทางการของเชลล์ ในการกระจายสินค้าของเชลล์ไปยังอู่ซ่อมรถ และร้านจำหน่ายอะไหล่และน้ำมัน ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีช่องทางการจำหน่ายสู่บริโภคได้มากกว่า 20,000 แห่งในปีนี้ จากเดิมที่มีอยู่กว่า 10,000 แห่ง และเชื่อว่าจะทำให้เชลล์มีอัตราการเติบโตกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ทำได้ประมาณ 100 ล้านลิตรnn(Source)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น