วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

MAZDA 2,MAZDA 3,MAZDA


1 มีนาคม 2554 12:08 น. ข่าวในประเทศ-ในที่สุดก็ถึงเวลาเปิดสายการผลิตในประเทศไทย สำหรับ มาสด้า 3 โฉมใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโฉมทั้งคัน และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 17 มีนาคม 2554 nnบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งว่าทางคณะผู้บริหารมาสด้าและผู้บริหารจากโรงงานผลิตรถยนต์ มาสด้า ได้ทำการเปิดสายการผลิต และเผยโฉมอย่างเป็นทางการสำหรับรถยนต์นั่งสปอร์ต มาสด้า 3 เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งเป็น All New Mazda3 รุ่นที่เปลี่ยนโฉมใหม่หมดทั้งคัน (ในประเทศญี่ปุ่นใช้ชื่อว่า มาสด้า เอ็กเซลา Mazda Exela) คันแรกที่ผลิตในประเทศไทย ที่โรงงานผลิตรถยนต์นั่ง บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอเอที โดยมีเป้าหมายผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายในตลาดกลุ่มคอมแพกต์คาร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนnnเตรียมเปิดตัววันที่ 17 มีนาคม 2554 โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า " มาสด้า 3 ใหม่ เป็นรถยนต์ที่ลูกค้าให้การรอคอยเป็นอย่างมาก และจะเป็นรถธงอีกรุ่นหนึ่งของมาสด้าในการก้าวขึ้นสู่หนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์นั่งในประเทศไทย เนื่องจากเห็นว่าเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของ มาสด้า หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมในการเปิดสายการผลิตรถยนต์นั่ง มาสด้า 2 ที่โรงงานเดียวกันนี้ เมื่อช่วงปลายปี 2552 ที่ผ่านมา และสามารถทำยอดขายได้มากถึงเกือบ 23,000 คันภายในเวลาเพียง 1 ปี ซึ่งคาดว่า มาสด้า 3 เจเนอเรชั่นใหม่ที่ใช้ฐานการผลิตในไทย จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน เพราะเป็นตลาดที่ความต้องการรถยนต์คอมแพกต์คาร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง"nnขณะที่รถยนต์นั่ง มาสด้า 3 เจนเนอเรชั่นแรก ประสบความสำเร็จอย่างมากในทุกตลาดที่จำหน่าย เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2546 ในตลาดต่างประเทศ รวมยอดผลิตกว่า 2,900,000 คันทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเปิดตัวในปลายปี 2548 โดยนับตั้งแต่เปิดตัวเป็นครั้งแรกจนถึงปี 2554 มาสด้า 3 มียอดขายถึง 28,000 คัน และได้รับการยอมรับในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ และการออกแบบสไตล์สปอร์ตที่โดดเด่น จนถูกขนานนามให้เป็นรถสปอร์ตคอมแพกต์คันแรกเมื่อเทียบกับรถในเซ็กเมนต์เดียวกันnnเมื่อเร็วๆ นี้ สื่อมวลชนได้ลองขับโฉมเอ็กเซลา คันที่ผลิตจากญี่ปุ่น สำหรับข้อมูลบางส่วนของ มาสด้า 3 โฉมใหม่ ออกแบบตามแนวคิด Center Focus Design ที่เน้นความสมดุลในการออกแบบทุกองค์ประกอบไปที่จุด Center ของรถ อันเป็นแนวคิดการออกแบบของรถต้นแบบ Mazda KIYORA นอกจากนี้ การดีไซน์กระจังหน้า MAZDA 5 เหลี่ยมและการออกแบบภายใน นำมาจากรถต้นแบบ Mazda RYUGA ที่ได้รับรางวัลการออกแบบยานยนต์ต้นแบบยอดเยี่ยม ด้านความคิดสร้างสรรค์จากแบรนด์ดีไซน์เนอร์ชั้นสูงระดับโลก หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton Classic Concept Award) ปี 2551 ส่วนข้อมูลอื่นๆ รวมไปถึงราคายังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการnn (Source)

MITSUBISHI


28 กุมภาพันธ์ 2554 19:40 น. มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส ซีเอ็นจี (ขวาสุด) ตัวเลือกที่ตามมาล่าสุด ข่าวในประเทศ- มิตซูบิชิ รุกตลาดกระบะ ส่ง "ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส ซีเอ็นจี" เป็นทางเลือกให้ลูกค้าอีกรุ่น หลังยอดขายรุ่นเมกะแค็บและซิงเกิ้ลแค็บทะลุเป้า เน้นชูจุดเด่นการรับประกันคุณภาพจากโรงงานนาน 3 ปี และความประหยัดจากการเลือกใช้งานได้ 2 ระบบ ทั้ง ซีเอ็นจี (CNG) และน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์อี 20 เตรียมส่งพร้อมขายโชว์รูมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2544 เป็นต้นไปnnโคจิ นากาฮาร่า กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ได้เตรียมแนะนำรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส ซีเอ็นจี เพิ่มเติมอีกรุ่น เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้า ภายหลังจากรุ่นซิงเกิ้ลแค็บ และเมกะแค็บ ซีเอ็นจี ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในเมืองไทย โดยในปี 2553 ที่ผ่านมา มียอดขายไทรทัน ซีเอ็นจี รวมอยู่ที่กว่า 3,600 คัน และเชื่อว่าในปีนี้ตลาดรถกระบะซีเอ็นจีจะยังคงเติบโตต่อเนื่องต่อไปnn"จากผลการสำรวจพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเลือกซื้อรถกระบะไทรทัน ซีเอ็นจี ของ มิตซูบิชิ เพราะมองว่าเป็นรถที่มีความประหยัดน้ำมัน จากการที่สามารถขับขี่ได้ระยะทางโดยรวมได้มากกว่า สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องประหยัด โดยเฉพาะในยุคน้ำมันแพงได้เป็นอย่างดี มีอัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่กิโลเมตรละไม่ถึง 1 บาท เหตุผลที่สองคือรู้สึกมั่นใจในผลิตภัณฑ์ จากการรับประกันคุณภาพนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ในขณะที่เหตุผลด้านความคุ้มค่าจากเครื่องยนต์สองระบบที่สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์อี 20 รวมถึงก๊าซธรรมชาติ ซีเอ็นจี ก็ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้รับความนิยมดังกล่าว ทั้งนี้หากพิจารณาตัวเลขยอดขายและอัตราการเติบโตของตลาดรถกระบะซีเอ็นจี เชื่อว่าไทรทัน ซีเอ็นจี จะยังคงได้รับความสนใจจากลูกค้าและมีอัตราการเติบโตต่อไปอีก เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสถานีบริการ NGV ที่มีมากขึ้นกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ " นากาฮาร่า กล่าวnnกระบะท้ายดีไซน์แบบตัดตรง พร้อมการติดตั้งถังก๊าซจากโรงงานสำหรับรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส ซีเอ็นจี ใช้พื้นฐานมาจากรถกระบะไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร นำมาติดตั้งระบบซีเอ็นจี ภายใต้มาตรฐานและการรับประกันคุณภาพของบริษัทฯ สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้ 2 ระบบ ทั้งก๊าซธรรมชาติซีเอ็นจีและน้ำมันเบนซินรองรับแก๊สโซฮอล์ อี 20 กระบะท้ายดีไซน์แบบตัดตรง พร้อมการติดตั้งถังก๊าซแบบ Type II ขนาด 100 ลิตรน้ำ พร้อมการติดตั้ง ลิ้นเปิด-ปิดอัตโนมัติ 2 ตัว โดยตัวแรกติดตั้งบริเวณอุปกรณ์ลดความดัน และตัวที่สองติดตั้งตรงวาล์วหัวถังก๊าซ โดยจะตัดการทำงานของก๊าซอัตโนมัติเมื่อมีก๊าซรั่วไหล เสริมความลงตัวด้วยพื้นปูกระบะดีไซน์พิเศษแบบชิ้นเดียว เพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการใช้งานnnทั้งนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส ซีเอ็นจี มี 4 สีให้เลือก ได้แก่ บรอนซ์เงิน, บรอนซ์ทอง, เทาดำ และดำ พร้อมราคาจำหน่ายอยู่ที่ 787,000 บาทnn (Source)

BMW X1,BMW


28 กุมภาพันธ์ 2554 18:13 น. ข่าวในประเทศ-หลังจากที่ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้เผยโฉม Bmw X1 sDrive18i รุ่นประกอบในประเทศ ให้สื่อมวลชลได้ยลโฉมในงานแถลงข่าวประจำปีไปแล้ว และขณะนี้ได้เวลาประกาศค่าตัวอย่างเป็นทางการ สนนราคาประมาณ 2,149,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดต่อทดลองขับได้ที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศnnราล์ฟ บิสซิงเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กล่าวว่า การเปิดตัว Bmw X1 sDrive18i ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยูแล้ว ยังเป็นการเปิดเซ็กเมนท์ใหม่ สำหรับตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมรุ่นหลัก ซึ่งเป็นรุ่นประกอบในประเทศด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับตลาดเมืองไทยnn"ด้วยระดับราคา 2,149,000 บาท Bmw X1 sDrive18i จะเป็น Entry Level ใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยูในตลาดเมืองไทย เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริหารยุคใหม่ที่ชื่นชอบคาแรกเตอร์แนว Sports Crossover ที่เน้นความนำสมัย ความปราดเปรียวคล่องตัว และความอเนกประสงค์สำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ต้องการอัพเกรดจากรถยนต์กลุ่ม mass ระดับท๊อปขึ้นสู่รถยนต์ระดับพรีเมี่ยม" ราล์ฟ บิสซิงเกอร์ กล่าวnnเกี่ยวกับ Bmw X1 sDrive18i ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ด้วยเทคโนโลยี EfficientDynamics สามารถผลิตกำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตรที่ 3,600 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ BMW 6 สปีด มีระบบแชสซีที่สามารถกระจายน้ำหนักอย่างสมดุลหน้า-หลัง 50:50 พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก เช่น ระบบไฟหน้าแบบไบ-ซีนอน ควบคุมการเปิด-ปิด อัตโนมัติ, ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางรันแฟลต, เบาะหนังแท้ปรับตำแหน่งด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเมมโมรี่, ระบบรักษาเสถียรภาพ DSC Dynamic Stability Control, ระบบช่วยกะระยะจอด PDC Parking Distance Control สำหรับด้านหน้าและหลัง, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น และระบบ Bluetooth สำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือnn (Source)

วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

BMW


28 กุมภาพันธ์ 2554 09:04 น. ข่าวต่างประเทศ-บีเอ็มดับเบิลยูประกาศสร้างเครือข่ายแบรนด์ใหม่ ภายใต้โลโก้ใบพัดสีฟ้าและเพิ่มอักษรตัวไอ สำหรับการเดินหน้าสร้างยานยนต์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Sustainable Vehicles) และเสริมบริการโซลูชั่นสำหรับการเดินทางส่วนบุคคล (Mobility Solution) ครอบคลุมการใช้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกในการขับขี่nn เอียน โรเบิร์ตสัน เอียน โรเบิร์ตสัน กรรมการบริหาร บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู เอจี รับผิดชอบงานด้านการตลาดและการขาย กล่าวว่า "BMW i เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของบีเอ็มดับเบิลยูในด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Mobility ซึ่งจะเป็นก้าวใหม่สำหรับการเดินทางส่วนบุคคลระดับพรีเมียม ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่จะเป็นก้าวกระโดดในแง่ของการเดินทาง โดยมุ่งเน้นที่การใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อลดและแก้ปัญหามลพิษ อันเป็นการปฏิวัติกฏเกณฑ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีการผลิตยุคใหม่ภายใต้คำขวัญ Bmw i - Born Electric"nnภาพร่าง Bmw i3 และ Bmw i8นอกจากนี้ยังมีโครงการขยายกรอบการทำงานเพื่อให้ครอบคลุมถึงบริการ Mobility Solution หรือบริการโซลูชั่นสำหรับการเดินทางส่วนบุคคล ที่จะมีบทบาทสำคัญในอนาคต ด้วยการตั้งบริษัท Venture Capital ที่มหานครนิวยอร์ก ภายใต้ชื่อ Bmw i Venture เพื่อที่จะลงทุนส่งเสริมการพัฒนาโซลูชั่นสำหรับการเดินทางส่วนบุคคลด้วยงบประมาณลงทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐnnซึ่งก่อนหน้าทีมวิจัยและพัฒนาของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้บุกเบิกริเริ่มการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน หรือ Sustainability ภายใต้โครงการ Project i ซึ่งได้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบขับเคลื่อนใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฮบริด รวมถึงโครงการนำร่องการผลิตแบบ Serial Production และการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในวงกว้างnnมีข้อมูลเปิดเผยบนหน้าแฟนเพจเฟสบุ๊คด้วยโดยก้าวแรกของ Bmw i จะบุกเบิกด้วย 2 ผลิตภัณฑ์ล้ำยุคในปี 2013 ผลงานชิ้นแรก คือ Bmw i3 ที่ผ่านมารู้จักกันภายใต้ชื่อโครงการ MCV Mega City Vehicle เป็นยานยนต์สำหรับมหานครขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและเป็น Zero-Emission Vehicle เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษในเมือง ส่วนอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง คือ Bmw i8 เป็นรถสปอร์ตที่สร้างอยู่บนพื้นฐานของ Bmw Vision Efficient Dynamics ใช้เทคโนโลยีระบบ Plug-in Hybrid พร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลสมรรถนะสูง มีอัตราการประหยัดน้ำมันและอัตราการคายไอเสียอยู่ในระดับต่ำเทียบเท่ารถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งทั้งสองรุ่นจะสร้างอยู่บนพื้นฐานนวัตกรรมโครงสร้าง Life Drive เป็นเทคโนโลยีวิศวกรรมโครงสร้างยานยนต์แบบใหม่ ใช้อลูมิเนียมน้ำหนักเบาสร้างแชสซีและติดตั้งระบบขับเคลื่อนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างด้วย จากนั้นครอบด้วยส่วนของห้องโดยสารที่ผลิตจากวัสดุ CFRP (Carbon Fiber Reinforced Plastic) ที่มีความแข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพื่อชดเชยน้ำหนักของระบบขับเคลื่อนและระบบแบตเตอรี่nnสำหรับ Bmw i3 และ Bmw i8 ที่จะออกสู่ตลาดภายในปี 2013 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้เตรียมการผลิตไว้ที่โรงงานในเมืองไลพ์ซิก ประเทศเยอรมนี โดยมีการลงทุนเพิ่มเติมแล้วกว่า 400 ล้านยูโร อีกทั้งยังมีการวางแผนเครือข่ายการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์โดยความร่วมมือกับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในแต่ละด้าน เช่น บริษัท SGL Group ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เชี่ยวชาญด้านวัสดุ CFRP และบริษัท SB LiMotive ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ Bosch และ Samsung เพื่อผลิตระบบแบตเตอรี่ลีเธียม-ไอออนnnโครงสร้างห้องโดยสารใช้วัสดุ CFRP เกี่ยวกับเครือข่ายแบรนด์ใหม่ Bmw i บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ตั้งบริษัทลงทุนแบบ Venture Capital ชื่อ Bmw i Venture ที่เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างพันธมิตรและร่วมลงทุนในบริษัทพัฒนาโซลูชั่นและให้บริการด้าน Mobility Services หรือโซลูชั่นสำหรับการเดินทางส่วนบุคคล และบริษัทแรกที่ได้เข้าร่วมลงทุน คือ บริษัท My City Way ในเมืองนิวยอร์ก ผู้ให้บริการ Mobile App เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน ข้อมูลในการช่วยหาที่จอดรถ และข้อมูลร้านค้าและบริการ กว่า 40 เมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในอนาคตจะมีการขยายการบริการสู่เมืองต่างๆ ทั่วโลกnnเอียน โรเบิร์ตสัน กล่าวทิ้งท้ายว่า "BMW i จะเปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่ความเป็นจริง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และบริการ โดยอาศัยศักยภาพที่แข็งแกร่งของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั้งในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และในด้านการสร้างสรรค์ดีไซน์ที่ผสมผสานรูปแบบฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างลงตัว โดยทั้งหมดนี้จะอยู่บนจุดยืนแห่งการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน"nn (Source)

วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

BMW X3,BMW X5,BMW X6,BMW


26 กุมภาพันธ์ 2554 08:02 น. จากซ้ายไปขวา Bmw X6, BMW X5 และ X3ข่าวต่างประเทศ-หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปลายปี 2010 Bmw X3 ซึ่งโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ xDrive และรูปลักษณ์การดีไซน์ที่สง่างาม จึงได้รับการโหวตให้เป็นแชมป์ "Off-Roader of the Year" โดยนิตยสาร Off Road ขณะเดียวกัน Bmw X5 ได้รับการโหวตให้เป็นอันดับที่ BMW 3 สำหรับเซ็กเมนท์ "Luxury Off-Roaders" และ Bmw X6 ได้รับการโหวตเป็นอันดับที่ 2 สำหรับกลุ่ม "Crossover"nnBmw X3สำหรับ Bmw X3 ใหม่ ที่เพิ่งออกสู่ตลาดในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว สามารถชนะใจผู้บริโภคคว้ารางวัล "Off-Roader of the Year" มาครอง จากความโดดเด่นในด้านความปราดเปรียวคล่องตัวและความสะดวกสบาย ด้วยมิติตัวถังที่มีความยาวเพิ่มขึ้นถึง 83 มิลลิเมตร และความกว้างเพิ่มขึ้น 28 มิลลิเมตรจากรุ่นก่อนหน้า นอกจากระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ xDrive ที่เหนือชั้นแล้ว ยังมาพร้อมกับอ๊อปชั่นระบบช่วงล่าง VDC (Variable Damper Control) และระบบ DDC (Drive Dynamic Control) ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของระบบแชสซีให้ดียิ่งขึ้นอีกnnBmw X5 ได้ที่ BMW 3 กลุ่ม Luxury Off-Roadersทางด้านรายละเอียดการขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์ Advanced Diesel แบบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตรตลอดช่วงรอบ 1,750-2,750 รอบ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 8.5 วินาที และสามารถทำอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยได้ถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร และการคายไอเสียเฉลี่ยเพียง 149 กรัมต่อกิโลเมตร (ตามมาตรฐานค่าเฉลี่ย EU Cycle) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดในเซ็กเมนท์นี้nnขณะเดียวกันในอีกตัวเลือก Bmw X3 xDrive35i ใช้เครื่องยนต์เบนซิน BMW 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี Bmw Twin Power Turbo และระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VALVETRONIC สามารถผลิตกำลังสูงสุด 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรตลอดช่วงรอบ 1,200-5,000 รอบ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 5.7 วินาที และบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 11.4 กิโลเมตรต่อลิตร และคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เฉลี่ย 204 กรัมต่อกิโลเมตรnnBmw X6 ได้ที่ 2 กลุ่ม Crossoverทั้งนี้ Bmw X5 และ Bmw X6 ยังได้รับรางวัลจากรายการดังกล่าว สำหรับการโหวตให้เป็นอันดับที่ BMW 3 ของเซ็กเมนท์ "Luxury Off-Roaders" และได้รับการโหวตเป็นอันดับที่ 2 สำหรับกลุ่ม "Crossover" ตามลำดับnnบั้นท้าย แชมป์ Off-Roader of the Yearเกี่ยวกับรางวัล "Off-Roader of the Year" ถือเป็นหนึ่งในรางวัลเกียรติยศและสำคัญที่สุดรางวัลหนึ่งในประเทศเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นขวัญใจมหาชน เนื่องจากเป็นการสำรวจความคิดเห็นในวงกว้างจากผู้อ่านนิตยสาร Off Road ซึ่งเป็นหนึ่งในนิตยสารรถยนต์ประเภทขับเคลื่อนสี่ล้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศเยอรมนี โดยมีการจัดอันดับประจำปี เริ่มมาตั้งแต่ปี 1982 จนถึงปัจจุบัน หรือเกือบ 30 ปีมาแล้วnn (Source)

วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

FORD FIESTA,FORD


25 กุมภาพันธ์ 2554 11:51 น. ข่าวต่างประเทศ-ฟอร์ดเผยยอดขายเฟียสต้า ใหม่ ในทวีปยุโรปทะยานครบ 1 ล้านคันเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากรถยนต์ขนาดเล็กที่ขายที่ดีสุดอันดับ 1 ของ ฟอร์ด วางจำหน่ายในยุโรปได้เพียง 28 เดือนเท่านั้นnnสตีเฟน โอเดลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด ยุโรป กล่าว "ผมขอขอบคุณลูกค้าในยุโรปของเราทุกๆ ท่าน หลังจาก ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ คันแรกเดินทางออกจากโชว์รูมเมื่อเดือนตุลาคม 2551และปัจจุบันสามารถทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านคันนับว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และเชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกมากมายรออยู่ในอนาคต เพราะเฟียสต้าเป็นรถที่มอบความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ และยังคงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละประเทศทั่วทั้งทวีปยุโรป"nnเฟียสต้า ใหม่ สร้างยอดขายครบ 1 ล้านคันในยุโรปทั้งนี้ ฟอร์ด เฟียสต้า รถยนต์ขนาดเล็กที่ผลิตและจำหน่ายในทวีปยุโรป ได้รับการผลิตขึ้นที่โรงงานอันทันสมัยของฟอร์ดในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี และเมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน ซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล ด้วยยอดขายมากถึง 14 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในพ.ศ. 2519nn (Source)

FORD FIESTA,FORD


25 กุมภาพันธ์ 2554 11:51 น. ข่าวต่างประเทศ-ฟอร์ดเผยยอดขายเฟียสต้า ใหม่ ในทวีปยุโรปทะยานครบ 1 ล้านคันเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากรถยนต์ขนาดเล็กที่ขายที่ดีสุดอันดับ 1 ของ ฟอร์ด วางจำหน่ายในยุโรปได้เพียง 28 เดือนเท่านั้นnnสตีเฟน โอเดลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด ยุโรป กล่าว "ผมขอขอบคุณลูกค้าในยุโรปของเราทุกๆ ท่าน หลังจาก ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ คันแรกเดินทางออกจากโชว์รูมเมื่อเดือนตุลาคม 2551และปัจจุบันสามารถทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านคันนับว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และเชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกมากมายรออยู่ในอนาคต เพราะเฟียสต้าเป็นรถที่มอบความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ และยังคงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละประเทศทั่วทั้งทวีปยุโรป"nnเฟียสต้า ใหม่ สร้างยอดขายครบ 1 ล้านคันในยุโรปทั้งนี้ ฟอร์ด เฟียสต้า รถยนต์ขนาดเล็กที่ผลิตและจำหน่ายในทวีปยุโรป ได้รับการผลิตขึ้นที่โรงงานอันทันสมัยของฟอร์ดในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี และเมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน ซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล ด้วยยอดขายมากถึง 14 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในพ.ศ. 2519nn (Source)

FORD FIESTA,FORD


25 กุมภาพันธ์ 2554 11:51 น. ข่าวต่างประเทศ-ฟอร์ดเผยยอดขายเฟียสต้า ใหม่ ในทวีปยุโรปทะยานครบ 1 ล้านคันเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากรถยนต์ขนาดเล็กที่ขายที่ดีสุดอันดับ 1 ของ ฟอร์ด วางจำหน่ายในยุโรปได้เพียง 28 เดือนเท่านั้นnnสตีเฟน โอเดลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด ยุโรป กล่าว "ผมขอขอบคุณลูกค้าในยุโรปของเราทุกๆ ท่าน หลังจาก ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ คันแรกเดินทางออกจากโชว์รูมเมื่อเดือนตุลาคม 2551และปัจจุบันสามารถทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านคันนับว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และเชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกมากมายรออยู่ในอนาคต เพราะเฟียสต้าเป็นรถที่มอบความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ และยังคงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละประเทศทั่วทั้งทวีปยุโรป"nnเฟียสต้า ใหม่ สร้างยอดขายครบ 1 ล้านคันในยุโรปทั้งนี้ ฟอร์ด เฟียสต้า รถยนต์ขนาดเล็กที่ผลิตและจำหน่ายในทวีปยุโรป ได้รับการผลิตขึ้นที่โรงงานอันทันสมัยของฟอร์ดในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี และเมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน ซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล ด้วยยอดขายมากถึง 14 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในพ.ศ. 2519nn (Source)

MAZDA 3,MERCEDES BENZ C,CHEVROLET,FORD,HONDA,MERCEDES BENZ


25 กุมภาพันธ์ 2554 08:37 น. ข่าวในประเทศ - งานแสดงรถรายการใหญ่ต้นปี "บางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2011" พร้อมเปิดเวทีแห่งใหม่บนอาคารชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี ประกาศความยิ่งใหญ่กว่าเดิม "ปราจิน" ประธานจัดงานทุ่มงบเพิ่มเท่าตัว 170 ล้านบาท เอาใจผู้ประกอบการและผู้มาชมงาน ขณะที่ค่ายรถแห่นำรถใหม่ป้ายแดง อีโคคาร์ รถตลาด และเก๋งหรู รวมถึงรถต้นแบบ มาเปิดตัวในงานเพียบ เผยเล็งสยายปีกจัดงานแสดงชิ้นส่วนยานยนต์ใน 3 ปี เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยnnปราจิน เอี่ยมลำเนาปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานบริหารกรังด์ปรีซ์กรุ๊ป และประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีความพร้อมในการจัดงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2011 แล้ว โดยปีนี้ได้ย้ายการจัดงานจากที่เดิมศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา ไปยังสถานที่แห่งใหม่อาคารชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี ซึ่งกำหนดจัดงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 5 เมษายน 2554 ที่จะถึงนี้nn"อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการขยายตัวอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการต้องการพื้นที่เพิ่มจำนวนมาก ซึ่งสถานที่เก่าไม่สามารถรองรับได้ แต่เราไม่ใช่เพิ่งจะมาคิดย้าย ได้ให้โอกาสทางไบเทคมาหลายปี ระหว่างนั้นกรังด์ปรีซ์สร้างพื้นที่แสดงงานในร่มเพิ่ม อยู่ด้านนอกอาคารจัดแสดงของไบเทค ต้องลงทุนเองปีละกว่า 30 ล้านบาท แต่เมื่อแน่ชัดทางไบเทคไม่มีแผนจะเพิ่มพื้นที่จัดแสดงแล้ว เราจึงจำเป็นต้องย้ายงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ ไปจัดแสดงยังสถานที่ใหม่อาคารชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี แม้จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพิ่มเป็นตัวเท่าตัว หรือประมาณ 160-170 ล้านบาท จากเดิมใช้งบเพียงกว่า 80 ล้านบาทเท่านั้น"nnทั้งนี้การย้ายสถานที่จัดงานมายังเมืองทองธานี แม้จะทำให้ภาระต้นทุนจัดงานเพิ่มขึ้น แต่กรังด์ปรีซ์พร้อมที่จะแบกภาระตรงนี้ เพราะเป็นการยกระดับการจัดงานให้ก้าวหน้ามากขึ้น และงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ ไม่เพียงแค่เป็นงานแสดงรถยนต์ใหญ่สุดในอาเซียน แต่จะมุ่งสู่การเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และการย้ายสถานที่จัดงานใหม่ครั้งนี้ นับเป็นที่พอใจของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานกันมากnนายปราจินกล่าวว่า สำหรับพื้นที่จัดแสดงแห่งใหม่มีทั้งหมดกว่า 6 หมื่นตารางเมตร มากกว่าที่เดิมเกือบเท่าตัว ทำให้สามารถรวมโซนการแสดงต่างๆ มาไว้ในพื้นที่เดียวกันได้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ในส่วนราคาเช่าพื้นที่ของผู้ประกอบการไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น แต่ที่มีค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม เพราะมีการขยายพื้นที่บูธของแต่ละค่าย ซึ่งผู้ประกอบการต่างก็พอใจ โดยกลุ่มโตโยต้ามีพื้นที่มากที่สุดกว่า 2,600 ตารางเมตร รองลงมาเป็นเมอร์เซเดส- เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยูรายละกว่า 1,600 ตารางเมตรnn"คาดว่าจะมีผู้มาชมงานใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา 1.8 ล้านคน แต่เราไม่ต้องการไล่ล่าจำนวนคนดู ขอให้เป็นผู้มาชมงานที่สนใจจริงๆ อาจจะใกล้เคียงหรือต่ำกว่าเดิม 10% ก็ไม่ใช่ปัญหา ที่สำคัญปีนี้จะมีการเก็บเงินในส่วนของผู้มาชมรถจักรยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งด้วย ขณะที่ยอดจองรถใหม่ในงานปีที่ผ่านมา 2.8 หมื่นคัน และปีนี้ไม่อยากคาดเดา แต่คาดว่าจะมีความต้องการซื้อรถมากขึ้น เพราะมีรถยนต์โมเดลใหม่ๆ เปิดตัวสู่ตลาด โดยเฉพาะ ฮอนด้า บริโอ ที่เป็นไฮไลต์เปิดตัวในงานนี้ด้วย"nnส่วนบริษัทรถยนต์ที่เข้าร่วมงานปีนี้ ยังคงมาเกือบครบทุกยี่ห้อ โดยเฉพาะแบรนด์หลักๆ มากันครบหมด โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้เป็น " ฮอนด้า บริโอ" อีโคคาร์ที่จะทำให้ตลาดรถยนต์ไทยคึกคักมากขึ้น และยังมีโฉมใหม่ของ "มาสด้า3" ที่จะเป็นไฮไลต์ของเก๋งคอมแพ็กต์ หรือรถหรูหราจะมีการเปิดตัว "เมอร์เซเดส- เบนซ์ ซี แอลเอส" รุ่นพวงมาลัยขวาคันแรกของโลกในงานนี้ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นจีเอ็มจะนำปิกอัพต้นแบบของ " เชฟโรเลต โคโลราโด" รวมถึงปิกอัพโฉมใหม่ของ " ฟอร์ด เรนเจอร์" และ "อีโคคาร์มิตซูบิชิ" มาเผยโฉมให้ผู้มาชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดด้วยnn"งานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2011 แม้จะย้ายไปจัดแสดงที่ใหม่ แต่ยืนยันมีความยิ่งใหญ่มากกว่าเดิมแน่นอน และกลุ่มกรังด์ปรีซ์จะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เพราะจะขยายงานให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทั้งระบบ โดยกำลังพิจาณาจัดแสดงงานชิ้นส่วนยานยนต์พ่วงอีกงาน อาจจะเป็นขยายพื้นที่ลงไปฮอลล์แสดงสินค้าอิมแพคที่อยู่ติดกัน ซึ่งตอนนี้กำลังคุยกับหลายๆ ฝ่ายอยู่ แต่คาดว่าจะสามารถจัดงานได้ภายใน 3 ปี" นายปราจินกล่าวnn (Source)

MITSUBISHI LANCER,MITSUBISHI


24 กุมภาพันธ์ 2554 16:00 น. ข่าวในประเทศ - มิตซูบิชิ จัดการรีลอนซ์ "แลนเซอร์ อีเอ็กซ์" โดยปรับออปชันและเปิดราคาใหม่ 794,000 บาท พร้อมสื่อสารการตลาดด้วยการดึงดาราดัง "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม"" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์nnรุ่นGTโคจิ นากาฮาร่า กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เตรียมแนะนำ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ ภายใต้แนวคิด เผยเสน่ห์ เร้าใจในตัวคุณ - Be fascinated เน้นภาพลักษณ์รถเก๋งสไตล์โฉบเฉี่ยวของมิตซูบิชิที่มีความลงตัวและสะท้อนตัวตนผู้ขับขี่nnสำหรับ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ใหม่ มาพร้อมความโดดเด่น ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่นำสมัยของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตั้ง ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS ที่ช่วยให้สามารถล็อกหรือปลดล็อก ประตู และฝากระโปรงท้าย รวมไปถึงสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบป้องกันการโจรกรรม "อิมโมบิไลเซอร์"nnนอกจากนี้ MITSUBISHI แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ ยังมาพร้อมอุปกรณ์และการตกแต่งภายในเน้นความลงตัว ความสะดวกสบายในการใช้งาน และประโยชน์ใช้สอยมากยิ่งขึ้น อาทิ มาตรวัดแบบ Hi-Contrast กระจกมองข้างที่พับและปรับได้ด้วยไฟฟ้า กระจกไฟฟ้าแบบอัตโนมัติพร้อมระบบความปลอดภัย และระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกรวมไปถึงระบบไฟนำทางหลังดับเครื่อง ซึ่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ในขณะที่พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น 1.8 GLS Ltd. เป็นต้นไป ส่วนในรุ่น MITSUBISHI GT นอกจากจะมาพร้อมจอภาพระบบสัมผัสแล้วยังมีการติดตั้งระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สายและระบบนำทางอัตโนมัติอีกด้วยnnในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก MITSUBISHI แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ได้รับการตกแต่งให้เร้าใจมากยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งกระจังหน้าแบบใหม่ สเกิร์ตข้าง คิ้วตกแต่งชายฝากระโปรงท้าย พร้อมแนะนำตัวถังสีใหม่ "แดงเมทัลลิก"nnแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ นั้นจะยังคงมีทั้งเครื่องขนาด 1.8 ลิตร FFV ซึ่งรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทุกประเภทตั้งแต่เบนซินธรรมดาไปจนถึงแก๊สโซฮอล์ อี 85 ในขณะที่รุ่น 2.0 ลิตร รองรับได้ถึงแก๊สโซฮอล์ อี 20 โดยมีราคาขายอยู่ที่ 794,000 บาท ถึง 1,051,000 บาท พร้อมถือโอกาสนี้แนะนำ "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" ดารานักแสดงชั้นนำ และตัวแทนคนรุ่นใหม่ซึ่งจะมาช่วยร่วมถ่ายทอดความมีเสน่ห์ และ สมรรถนะที่เป็นเยี่ยมของตัวรถยนต์แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ รวมไปถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้ขับขี่nnรุ่นGLSโดย"อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ของแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ ซึ่งถือเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของรถรุ่นดังกล่าวในเมืองไทย เพราะเชื่อว่าจะสามารถสะท้อนตัวตน และความมีเสน่ห์ที่เร้าใจของแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ ได้ชัดเจนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีของการเป็นพรีเซ็นเตอร์นั้น นอกเหนือจากการเป็น พรีเซ็นเตอร์สำหรับภาพยนตร์โฆษณาและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ แล้ว อนันดาจะได้ร่วมทำกิจกรรมของทางบริษัทฯ ในโอกาสต่างๆ อีกด้วยnn มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มี 6 สีให้เลือก ประกอบด้วย สีแดงเมทัลลิก สีบรอนซ์เงิน สีบรอนซ์ทอง สีเทาดำ สีดำ และสีขาว "ไวท์เพิร์ล"nnราคาขาย MITSUBISHI แลนเซอร์ อีเอ็กซ์nn
รุ่น ราคา(บาท)
1.8 MIVEC GLX 794,000
1.8 MIVEC GLS-Limited 879,000(ภายในสีดำ)
1.8 MIVEC GLS-Limited 879,000(ภายในสีเบจ)
2.0 MIVEC MITSUBISHI GT 1,051,000
nn***รุ่นสีขาว "ไวท์เพิร์ล" ราคาเพิ่มอีก 10,000 บาทnn (Source)

วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

AUDI,MAZDA,MITSUBISHI


24 กุมภาพันธ์ 2554 12:11 น. คลาสสิคคาร์ หรือรถสไตล์วินเทจในไทยคึกคัก เมื่อ "มิทสึโอกะ" ตัดสินใจยึดไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น เพื่อขึ้นไลน์ประกอบ "มิทสึโอกะ ฮิมิโกะ" ที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ เคาะราคา 3.75 ล้านบาท และ "มิทสึโอกะ กาลู โฟร์" โฉมใหม่ที่จะมาแทนรุ่นปัจจุบัน โดยมีให้เลือก 2 รุ่น เครื่องยนต์ 2.5 และ 2.0 ลิตร กำหนดเปิดตัวในไทยครั้งแรก ที่งานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2011 ปลายเดือนมีนาคมนี้ และยังเล็งนำเข้า "มิทสึโอกะ วิวท์" มาเสริมทัพอีกรุ่น พร้อมสร้างความมั่นใจและรุกตลาดจังหวัด เตรียมเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการหัวเมืองใหญ่ 2-3 แห่ง มั่นใจปีกระต่ายดันยอดขายเพิ่มเป็น 35 คัน แต่งานนี้ต้องเจอศึกหนัก จากการรุกของค่าย "คุณค่า คอร์ปอเรชั่น" ที่เตรียมนำเข้ารถยนต์ "มอร์แกน" เจ้าตำรับรถสไตล์วินเทจจากอังกฤษมาชิงยอดขาย เปิดราคาตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป และปีแรกได้โควต้ามาประเดิม AUDI 50 คัน สำหรับเอาใจเศรษฐีไทยที่ชื่นชอบรถสไตล์ย้อนยุคจากเมืองผู้ดีแท้ๆnn"มิทสึโอกะ ฮิมิโกะ"ตลาดรถไทยแม้จะไม่ใหญ่โตมากมาย แต่ก็เป็นตลาดเปิดกว้างและให้โอกาสกับทุกยี่ห้อ ดังนั้นจะเห็นรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ และประเภทต่างๆ ตั้งแต่รถราคาประหยัดจากภูมิภาคเอเชียด้วยกัน ไปจนถึงรถสปอร์ตและรถยนต์หรูหราจากฝั่งตะวันตก หรือรถที่ออกแบบเช่นเดียวกับรถแข่งฟอร์มูลาร์วัน(F1) ต่างก็แห่เข้ามาทำตลาดในไทย รวมถึงรถคลาสสิคต่างๆ แนวย้อนยุค หรือรถสไตล์วินเทจ(Vintage Car) อย่างค่าย "มิทสึโอกะ" (Mitsuoka) จากประเทศญี่ปุ่น ได้เข้ามายืนหยัดเปิดตลาดในไทยได้ร่วม 3 ปีแล้ว และล่าสุดตลาดรถสไตล์วินเทจดูเหมือนจะคึกคักมากขึ้น เมื่อยี่ห้อใหม่ๆ เห็นช่องเตรียมเข้ามาแย่งชิงยอดขายเช่นกันnnทั้งนี้ "มิทสึโอกะ" ไม่เพียงเข้ามาทำตลาดในไทย แต่เมื่อปลายปี 2553 ที่ผ่านมา มิทสึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตรถยนต์คลาสสิคหรู รถซูเปอร์คาร์ และไมโครคาร์ ได้ตัดสินใจใช้ไทยเป็นฐานการผลิตนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โดยร่วมลงทุนกับ "ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น" หรือยนตรกิจ คอร์ป ผู้จำหน่ายรถยนต์หลายยี่ห้อในไทย อย่างรถยนต์เกีย และ ออดี้ เป็นต้น เพื่อขึ้นไลน์ประกอบรถมิทสึโอกะ ที่โรงงานประกอบรถยนต์ยนตรกิจอุตสาหกรรม (YKI) ลาดกระบัง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือยนตรกิจคอร์ปnnโดยตามแผนการประกอบรถยนต์มิทสึโอกะในไทย จะเริ่มตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป เบื้องต้นจะประกอบด้วยกัน 2 รุ่น คือ มิทสึโอกะ ฮิมิโกะ (Mitsuoka) รถสปอร์ตคลาสสิคสไตล์โมเดิร์น และ มิทสึโอกะ กาลู โฟร์(Mitsuoka Galue IV) รถคลาสสิคซีดานหรูที่จะมาแทนรุ่นกาลูปัจจุบัน ด้วยกำลังการผลิตปีแรกอยู่ที่ AUDI 200 คัน และจะเพิ่มเป็น 300 คันในปี 2555 เพื่อรองรับตลาดส่งออก 90% และอีก 10% ขายในประเทศไทยnnมิทสึโอกะ ฮิมิโกะ เพิ่งเผยโฉมและเปิดรับจองครั้งแรก ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2010 ที่ผ่านมา เคาะราคาขาย 3.75 ล้านบาท และขณะนี้ได้ขึ้นไลน์ประกอบในไทยเรียบร้อย กำลังอยู่ในช่วงทดสอบประสิทธิภาพต่างๆ คาดว่าในเดือนมีนาคมนี้จะสามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้nnโดยมิทสึโอกะ ฮิมิโกะ เป็นรถสปอร์ตคลาสสิคที่นำแนวคิดการออกแบบมาจากเกียรติยศ และรัศมีแห่งความสง่างามของเจ้าหญิงญี่ปุ่นในอดีต มาถ่ายทอดเป็นรถสปอร์ตคลาสสิคสไตล์โมเดิร์น จึงเป็นยนตรกรรมที่งดงามและน่าหลงไหล ซึ่งรุ่นฮิมิโกะวางเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่นำมาจาก มาสด้า เอ็กซ์-5 และได้มีการปรับปรุงสมรรถนะให้เหมาะสม มีกำลังสูงสุด 166 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะnn"มิทสึโอกะ วิวท์" nnในส่วน "มิทสึโอกะ กาลู โฟร์" รถยนต์ซีดานหรูโฉมใหม่ ที่จะมาแทนรุ่นกาลูในปัจจุบัน ขณะนี้กำลังขึ้นไลน์ประกอบในไทยเช่นกัน โดยจะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011 ที่อาคารชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งแนวคิดในการออกแบบยังคงความหรูหราสง่างาม ในรูปทรงคลาสสิคสไตล์ยุโรป ขณะที่ขุมพลังขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์ของนิสสันเช่นเดิม มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 2.5 และ 2.0 ลิตร โดยราคาสูงสุดน่าจะไม่เกิน 4 ล้านบาทnnนอกจากนี้มิทสึโอกะในประเทศไทย ยังเตรียมจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ทำตลาดมากขึ้น โดยสนใจที่จะนำเข้ารถรุ่นใหม่ "มิทสึโอกะ วิวท์" (Mitsuoka Viewt) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์จากัวร์ในการออกแบบ และหากนำเข้ามาน่าจะเปิดตัวในช่วงงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2011 ปลายเดือนมีนาคมนี้nnปัจจุบันในประเทศไทยจำหน่ายรถยนต์มิทสึโอกะ 4 รุ่น คือ มิตซูบิชิ กาลู 250 (Galue III) เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ราคา 3.85 ล้านบาท, มิทสึโอกะ กาลู ลีมูซีน ที่เพิ่มความยาวของตัวรถจากรุ่นกาลู 250 อีก AUDI 50 เซนติเมตร มีให้เลือก 2 รุ่น เป็นรุ่นกาลู ลิมีซีน 250 (2.5L) ราคา 5.89 ล้านบาท และรุ่นกาลู ลีมูซีน 350(3.5L) ราคา 6.98 ล้านบาท และยังมีรถสปอร์ตซูเปอร์คาร์ มิทสึโอกะ โอโรชิ(Mitsuoka Orochi) มาจากชื่ออสรพิษยักษ์ในตำนานโบราณของญี่ปุ่น วางเครื่องยนต์ 3.3 ลิตร ราคา 11.7 ล้านบาท ส่วนอีกรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไป มิทสึโอกะ ฮิมิโกะ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ราคา 3.75 ล้านบาท nnสำหรับปัจจุบันมิทสึโอกะมีโชว์รูมและศูนย์บริการอยู่ที่ถนนพระราม 9 ซึ่งในปี 2554 นี้ มิทสึโอกะในประเทศไทย เตรียมจะเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มขึ้นตามจังหวัดที่สำคัญอีก 2-3 แห่ง โดยมุ่งขยายเครือข่ายจะเน้นเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวและจังหวัดหลักของแต่ละภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศnจากการเปิดตัวรถใหม่ 2-3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นมิทสึโอกะ ฮิมิโกะ, มิทสึโอกะ กาลู โฉมใหม่ และรุ่นวิวท์ในเร็วๆ นี้ ประกอบกับแผนการขยายเครือข่ายการขายมากขึ้นในปีนี้ ทำให้มิทสึโอกะในไทยวางเป้าหมายการขายตลอดทั้งปี 35 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ขายได้ 20 คันnnมอร์แกน แอโรซูเปอร์สปอร์ตอย่างไรก็ตาม ในปีกระต่ายตื่นตูมมิทสึโอกะต้องเจอกับศึกหนัก เมื่อเจ้าตำรับรถคลาสสิคสไตล์วินเทจจากอังกฤษ "มอร์แกน" (Morgan) จะเข้ามาทำตลาดในไทยเช่นกัน… nnทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า บริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ที่สร้างความฮือฮาให้กับตลาดรถเมืองไทย ไม่ว่าจะนำเข้ารถฉีกแนว "แคน-แอม สไปเดอร์" (CAN-AM Spider) บิ๊กไบค์ 3 ล้อ และรถสปอร์ตสไตล์รถแข่งฟอร์มูลาวัน "เคทีเอ็ม" (KTM) มาจำหน่ายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และล่าสุดยังเดินหน้าบุกตลาดรถไทย เตรียมนำเข้ารถยนต์ยี่ห้อ "มอร์แกน" มาทำตลาดเพิ่มอีกแบรนด์nnสำหรับ "มอร์แกน" เป็นรถยนต์คลาสสิคจากประเทศอังกฤษแท้ๆ ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน โดยการออกแบบได้ยึดรูปทรงของรถวินเทจอันโด่งดังของอังกฤษ เพื่อตอบสนองผู้ชื่นชอบรถยนต์รูปลักษณ์ย้อนยุคในช่วงปี ค.ศ. 1919-1960 และเป็นรถทำมือ หรือแฮนด์เมดทั้งคัน เช่นเดียวกับมิทสึโอกะnnมอร์แกน แอโรแมกซ์ตามรายงานข่าวกลุ่มคุณค่าคอร์ปอเรชั่น จะนำรถยนต์มอร์แกนเข้ามาทำตลาดในระดับราคา 4 ล้านบาทขึ้นไป โดยได้รับโควต้าปีแรกจำนวน AUDI 50 คัน เบื้องต้นจะมีการนำรถเข้ามาสต็อกไว้ให้กับลูกค้าประมาณ 5-6 คัน และหากลูกค้าต้องการให้บริษัทแม่ผลิตรถตามความต้องการ จะรอรับรถประมาณ 6 เดือน เพราะเป็นรถที่ผลิตแบบแฮนด์เมดทั้งคันnnดังนั้นการที่ "มอร์แกน" รถสไตล์วินเทจจากอังกฤษแท้ๆ เข้ามาบุกตลาดไทย ย่อมต้องส่งผลสะเทือนกับ "มิทสึโอกะ" ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถคลาสสิคหรูของอังกฤษในช่วงปี 1950-1960 แต่เรื่องนี้มิทสึโอกะยืนยันไม่ส่งผลกระทบแน่นอน เพราะมอร์แกนบุคคลิคลักษณะการขับขี่เป็นแนวยุโรป ขณะที่มิทสึโอกะเป็นเทคโนโลยีญี่ปุ่นอันคุ้นเคยของคนไทย จึงขับขี่ง่ายและสะดวก น่าจะเหมาะสมกับคนไทยมากกว่าnnนั่นเป็นการประเมินจากผู้จำหน่าย แต่ผู้ตัดสินย่อมอยู่ที่ลูกค้าเป็นหลัก และคงได้รู้กันว่า… คนไทยจะเลือกหรูแบบผู้ดีแต่กำเนิด หรือรถเลือดเนื้อตะวันออก ที่ได้ขัดเกลาให้เป็นแบบอังกฤษ?!nn (Source)

MAZDA 2,MAZDA 3,MAZDA


24 กุมภาพันธ์ 2554 10:22 น. โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการและสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ถ่ายภาพคู่กับ MAZDA 2 พรีเซนเตอร์ มาสด้า 2 ข่าวในประเทศ - มาสด้า กระตุ้นตลาด "น้อง2" คว้าดาราหนุ่มสุดฮ็อต "ณเดชน์ คูกิมิยะ" เป็นพรีเซนเตอร์ รุ่นตัวถังซีดาน 4 ประตู ชูคอนเซ็ปต์ "หรูมีสไตล์" พร้อมต่อสัญญากับ "เป้ อารักษ์" เป็นพรีเซนเตอร์ในรุ่นแฮตช์แบค MAZDA 5 ประตูต่อไป หวังทำยอดขายปีนี้ทะลุเป้า 24,000 คัน ย้ำเดินหน้านำรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นพิเศษเปิดตัวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีnn "ณเดชน์ คูกิมิยะ"และ "เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ"โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากสร้างความฮือฮาในการเปิดตัวรถยนต์ มาสด้า 2 ทั้ง พร้อมกับพรีเซ็นเตอร์เป็นครั้งแรกของ มาสด้า คือ "เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ" ส่งผลให้ มาสด้า 2 ได้รับความนิยมอย่างสูง และสามารถทำยอดขายในปีที่ผ่านมาพุ่งเกือบ 23,000 คัน nnสำหรับแผนการตลาดปีนี้บริษัทยังต่อยอดความสำเร็จด้วยการดึง"ณเดชน์ คูกิมิยะ" ดาราหนุ่มสุดฮ็อต มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของ มาสด้า 2 ตัวถังซีดาน ซึ่งจะเป็นตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล เอจ Digital Age ได้เป็นอย่างดี nnโดยการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็วชัดเจน จะเกิดขึ้นด้วยการใช้ "ณเดชน์ คูกิมิยะ" ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น มีบุคลิกและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่สามารถสะท้อนตัวตนของความเป็น มาสด้า 2 ซีดานได้อย่างชัดเจน nnกับคอนเซ็ปต์ใหม่ "ชีวิต...ที่ควบคุมได้ สไตล์ซูม-ซูม (Zoom-Zoom Life in Control)" จะถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ความยาว 30 วินาที เนื้อหาของเรื่องจะถ่ายทอดให้เห็นถึงฟังก์ชั่นที่ครบครันของรถ ผ่านชีวิตในหนึ่งวันของณเดชน์ที่มีไลฟ์สไตล์โดดเด่น นอกจากนี้ยังลงโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ และสื่อออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างรวดเร็วและครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดnnสำหรับ มาสด้า 2 รุ่นแฮตช์แบค MAZDA 5 ประตู บริษัทได้ต่อสัญญากับพรีเซ็นเตอร์ "เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ" โดยสื่อสารการตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์ "เริ่มต้นชีวิต...สไตล์ซูม-ซูม (Zoom-Zoom Life Begins)" ซึ่งมาสด้าวางกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่หลงใหลความเป็นสปอร์ต เป็นกลุ่มคนหนุ่ม-สาวที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ของตัวเอง และไม่ตามใคร เป็นกลุ่มนิสิต-นักศึกษา และผู้เพิ่งเริ่มชีวิตการทำงาน nnในส่วนของแผนการตลาดสำหรับรถยนต์มาสด้าในปี 2554 นี้ มาสด้าเตรียมแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมทั้งรุ่นพิเศษ เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยตั้งเป้ายอดขายปีนี้สูงถึง 38,500 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา โดยมีรถยนต์นั่งสปอร์ต มาสด้า 2 เป็นกำลังสำคัญ รวมทั้งการเปิดตัวรถยนต์ มาสด้า 3 โฉมใหม่ ที่จะมาสร้างความร้อนแรงในช่วงงานมอเตอร์โชว์นี้ พร้อมควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้าหลังการขาย และการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศจาก 120 แห่ง เป็น 130 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโต และสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาวต่อไปnnnn (Source)

23 กุมภาพันธ์ 2554 20:14 น. ข่าวในประเทศ - กลุ่มสิทธิผลปรับโฉม "เซ่งง่วนฮง" ร้านจักรยานเจ้าของตำนานจักรยาน "ราเล่ห์" (RALEIGH) ธุรกิจเริ่มแรกของตระกูล "ลี้อิสสระนุกูล" รุกหน้าสานต่อธุรกิจ จักรยานหรูหวังจับกลุ่มผู้หลงรักความคลาสสิก เชื่อราคาน้ำมันสูงส่งผลยอดขายปีนี้ทะลุ 200 ล้านnnนายทนง ลี้อิสสระนุกูล กรรมการผู้จัดการบริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด กล่าวว่าร้านเซ่งง่วนฮงนับว่าเป็นธุรกิจแรกเริ่มของตระกูล "ลี้อิสสระนุกูล" ที่เป็นผู้นำเข้าจักรยาน "ราเล่ห์" (RALEIGH) จากประเทศอังกฤษ ทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจของกลุ่มสิทธิผลในทุกวันนี้ และตัดสินใจ ปรับปรุงร้านในปี 2553 ที่ผ่านมานั้นเนื่องจากอยากจะอนุรักษ์ธุรกิจครอบครัวอีกทั้ง มีความตั้งใจที่จะให้ร้านเซ่งง่วนฮง เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างคนรักจักรยานnn"ขณะนี้กระแสการอนุรักษ์พลังงานกำลังมาแรงทั่วโลกรวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้คนหันมาสนใจขี่จักรยานกันมากขึ้น ซึ่งทำให้เราเชื่อว่าการปรับปรุงธุรกิจจักรยานนี้จะสามารถต่อยอดให้กลุ่มสิทธิผลมีผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการทำตลาดรถจักรยานนำเข้าในประเทศไทยปัจจุบัน มีโอกาสเติบโตค่อนข้างมาก"nnนอกจากนี้ "เซ่งง่วนฮง" ได้เปิดตัว จักรยานนำเข้ารุ่นใหม่ "มอนทานเต้" (MONTANTE) สัญชาติอิตาลีราคาประมาณ 55,000-250,000 บาท จำนวน 12 รุ่น พร้อมกันนี้ยังได้นำผลิตภัณฑ์อานจักรยานและอุปกรณ์ตกแต่งยี่ห้อ "บรู๊คส์" (BROOKS) มาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นลูกค้าระดับบนและกลุ่มนักสะสมnn"ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ใช้จักรยานประมาณ 10 ล้านคน ถึงแม้ว่าผู้ซื้อจะเลือกจักรยานที่มีราคาถูก แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มผู้บริโภคจักรยานนำเข้า และจักรยานโบราณก็มีการขยายวงกว้างขึ้น โดยกลุ่มดังกล่าวได้ให้ความสนใจไปที่งานดีไซน์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว" nnสำหรับเป้าหมายยอดจำหน่ายของปีนี้นายทนงกล่าวว่าตั้งไว้ที่ประมาณ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดจำหน่ายจักรยาน 20 % และยอดจำหน่ายอุปกรณ์ 80%nn (Source)

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554


23 กุมภาพันธ์ 2554 13:19 น. ข่าวในประเทศ-มิชลิน จัดประชุมประจำปีพันธมิตรทางการค้าสำหรับยางรถบรรทุกและยางนอกทางหลวง เพื่อแนะนำแนวทางการดำเนินธุรกิจ มุ่งเน้นการสร้างจุดแข็งในการพัฒนางานบริการและความคุ้มค่าสูงสุดในการใช้งาน ด้วยแนวคิด "มิชลิน มัลติไลฟ์" ผ่านกระบวนการแกะร่องดอกยางและการหล่อดอก โดยมีผู้แทนจำหน่ายจากศูนย์บริการรถบรรทุกและรถโดยสารของมิชลินหรือ MICHELIN Truck Service Center (MTSC) กว่า 40 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมnnใจเพชร เจวาภัทรกุลใจเพชร เจวาภัทรกุล ผู้อำนวยการธุรกิจยางรถบรรทุกและยางนอกทางหลวง บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า การประชุมร่วมกับผู้แทนศูนย์บริการรถบรรทุกมิชลิน หรือ MICHELIN Truck Service Center (MTSC) เป็นประจำทุกปี เพื่อแนะนำทิศทางในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน ซึ่งในปีนี้ได้ส่งเสริมให้ศูนย์บริการ MTSC ที่มีบุคลากรที่มีความชำนาญมากเพียงพอ ขยายฐานตลาดเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น และแนะนำเทคโนโลยีการแกะร่องดอกยางและการหล่อดอก เพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานให้กับยางที่ใช้แล้วnnสาธิตการแกะร่องดอกยาง"ปัจจุบัน ศูนย์บริการ MTSC ได้รับความนิยมจากผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากเป็นศูนย์บริการรถบรรทุกและรถโดยสารครบวงจรที่ได้มาตรฐาน มียางรถบรรทุกบริการอย่างครบถ้วน มีเครื่องมือทันสมัยและพร้อมใช้งาน ด้วยทีมช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการพัฒนาอบรมโดยมิชลิน ที่พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้ขับขี่รถบรรทุกและรถโดยสารในการดูแลรักษาโครงยาง เพื่อทำให้โครงยางอยู่ในสภาพที่ดี พร้อมสำหรับการนำไปต่ออายุการใช้งานด้วยนวัตกรรมเฉพาะ มิชลิน รีเทรท ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนการขนส่งที่จะต้องเสียไปจากการเปลี่ยนยางได้อย่างเห็นผล" ใจเพชร เจวาภัทรกุล กล่าวnnหัวข้อหลักอีกประเด็นที่มิชลินนำมาแนะนำให้กับพันธมิตรทางการค้า MTSC ในครั้งนี้คือ การนำแนวคิดเพื่อสร้างความคุ้มค่าสูงสุดให้กับผู้ใช้ยางรถบรรทุกมิชลิน ทั้งนี้ เนื่องจากการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2554 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการขนส่ง ดังนั้น การลดต้นทุนการผลิตจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการดำเนินธุรกิจ จึงเป็นที่มาของการยืดอายุการใช้งานโครงยางที่มีคุณภาพสูงของมิชลิน ให้สามารถกลับมาใช้งานได้หลายครั้ง ด้วยนวัตกรรมเฉพาะของมิชลินโดยผ่านกระบวนการการแกะร่องดอกยาง (Regroove) และการหล่อดอก "มิชลิน รีเทรท" (Michelin Retread) ซึ่งการแกะร่องดอกยางจะสามารถเพิ่มอายุการใช้งานอีกประมาณ 25% และภายหลังจากแกะร่องดอกยางไปแล้ว 1 ครั้ง ยังสามารถส่งไปหล่อดอก "มิชลิน รีเทรท" โดยโรงงานของ มิชลิน ได้อีกถึง 2 ครั้ง ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานต่อครั้งได้ถึง 90% ในขณะที่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อครั้งเพียง 40% ของยางใหม่เท่านั้น จึงเป็นทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์การลดต้นทุนสำหรับผู้ประกอบการขนส่งในสภาพเศรษฐกิจในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี และยังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้ประกอบการขนส่งในยุโรปและอเมริกาnn (Source)

MERCEDES BENZ C,AUDI,BMW,FORD,LEXUS,MERCEDES BENZ,MITSUBISHI,TOYOTA


23 กุมภาพันธ์ 2554 08:50 น. ข่าวในประเทศ - เลกซัสเขย่าตลาดรถหรู ทุบราคาเก๋งแฮทช์แบกไฮบริดโมเดลใหม่ "เลกซัส ซีที200เอช" เริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท ใกล้เคียงคู่แข่งรถหรูคอมแพ็กต์รุ่นปกติ มั่นใจดันยอดขายพุ่งเท่าตัว ทำสถิติสูงสุดเลกซัสในไทย ขณะที่ "โตโยต้า" เจ้าของแบรนด์ เสียงแข็งเบรกรัฐบาลขึ้นภาษีรถพีพีวี จะส่งผลกระทบต่อการผลิตและลงทุนในไทยnnเคียวอิจิ ทานาดะ คนที่สามจากซ้ายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์หรู "เลกซัส" ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ปีนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของเลกซัสในประเทศไทย เพราะได้มีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ "เลกซัส ซีที200เอช" (Lexus CT200h) สู่ตลาดไทย ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฮบริดแฮทช์แบกคันแรกของโลก และยังเป็นรถขนาดคอมแพกต์ 5 ประตูของเลกซัสด้วยnn"เลกซัส ซีที200เอช เป็นรถยนต์ไฮบริดนำเข้าจากญี่ปุ่น ที่มีราคาต่ำเพียง 2.19 ล้านบาทและสูงสุด 2.69 ล้านบาท เชื่อว่าจะเป็นตัวผลักดันให้ยอดขายของเลกซัสบรรลุ 650 คัน ซึ่งถือเป็นยอดขายมากที่สุดของเลกซัสในประเทศไทย นับตั้งแต่เปิดตัวทำตลาดเมื่อปี 1994 โดยตั้งเป้ายอดขายรถรุ่นใหม่นี้ไว้ถึง 330 คัน หรือเทียบเท่ากับยอดขายของเลกซัสทุกรุ่นในปีที่ผ่านมา 336 คัน"nnส่วนสาเหตุที่มั่นใจรถรุ่นใหม่จะผลักดันยอดขายได้สูงเป็นสถิติของเลกซัสในไทย เนื่องจากเป็นรถยนต์ไฮบริดทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 24.4 กิโลเมตรต่อลิตร สมรรถนะการขับขี่สนุก แต่มีความนุ่มนวลสบาย รูปลักษณ์ทันสมัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน แม้จะไม่มีคู่แข่งโดยตรงในตลาดแต่เทียบกับรถหรูใกล้เคียงอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์1, ออดี้ เอ3 และเมอร์เซเดส- เบนซ์ ซี -คลาสแล้ว นับว่ามีราคาต่ำกว่า หรือใกล้เคียงnn"เลกซัสเชื่อมั่นจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภค และคาดว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มยอดขายเป็น 1,000 คัน และหากสามารถทำให้ตัวเลขยอดขายปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เป็นไปได้ที่จะมองถึงการขึ้นไลน์ประกอบในไทย เพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกด้วย แต่นั่นต้องมีปริมาณมากกว่า 10,000 คันขึ้นไป" นายทานาดะกล่าวและว่าnnทั้งนี้เลกซัส ซีที200เอช ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบ แบบ Atkinson Cycle ขนาด 1.8 ลิตร 99 แรงม้า โดยทำงานผสมผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 650 โวลต์ ให้กำลัง 60 กิโลวัตต์ ทำให้มีกำลังขับเคลื่อนสูงสุดรวมกัน 136 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 10.3 วินาที และเพื่อความมั่นใจของลูกค้า ได้รับประกันแบตเตอรี่เป็นเวลา 5 ปี และรับประกันตัวรถยนต์ 4 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางnnสำหรับเลกซัส ซีที200เอช มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Luxury ราคา 2.19 ล้านบาท, รุ่น F-Sport ราคา 2.39 ล้านบาท, รุ่น Premium พร้อมระบบนำทางจราจร ราคา 2.59 ล้านบาท และรุ่น Premium พร้อมระบบนำทางจราจร และมูนรูฟ ราคา 2.69 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีสต็อกพร้อมส่งมอบรถให้กับลูกค้ากว่า 40 คันnnเลกซัส ซีที200เอชนายทานาดะกล่าวว่า ส่วนการที่รัฐบาลกำลังจะปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ทั้งระบบ หากเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย โตโยต้าพร้อมที่จะสนับสนุนแน่นอน แต่ที่มีข่าวว่าจะปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก หรือพีพีวี(PPV) ขึ้นนั้น โตโยต้าไม่เห็นด้วยที่จะไปแตะต้องภาษีดังกล่าวnn"พีพีวีเป็นรถที่ใช้พื้นฐานมาจากปิกอัพ ซึ่งถือเป็นโปรดักซ์แชมเปี้ยนของไทย หากทำให้ยอดขายพีพีวีลดลงอย่อมส่งผลกระทบต่อการผลิตด้วย ไม่ใช้มีเพียงโตโยต้าแต่ยังมียี่ห้ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อีซูซุ มิตซูบิชิ หรือ ฟอร์ด และที่สำคัญตลาดกำลังต้องการรถพีพีวีมาก จนโตโยต้าผลิตรถรุ่นฟอร์จูนเนอร์ไม่เพียงพอรองรับต้องโยกกำลังการผลิตบางส่วนไปให้อินโดนีเซีย ซึ่งเราหวังว่าอนาคตจะปรับไลน์ผลิต เพื่อดึงกำลังการผลิตจากอินโดนีเซียกลับมา แต่หากปรับภาษีทำให้ความต้องการลดลง ย่อมทำให้ไทยสูญเสียการผลิตให้อินโดนีเซียไป รวมถึงการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ๆ ด้วย"nnสำหรับปัจจุบันโตโยต้ามีกำลังการผลิตรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รองรับตลาดในประเทศปีละกว่า 2 หมื่นคัน และส่งออกอีกประมาณ 2.9 หมื่นคัน รวมแล้วมียอดการผลิตปีละกว่า 5 หมื่นคัน ถือเป็นปริมาณการผลิตที่มาก หากปรับภาษีสรรพสามิตพีพีวีขึ้น และส่งผลกระทบต่อตลาดภายในประเทศ ย่อมทำให้โอการในการผลิตและการลงทุนเพิ่มในอนาคตของไทยต้องสูญเสียไปอย่างน่าเสียดายnn (Source)

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554


22 กุมภาพันธ์ 2554 12:12 น. ข่าวต่างประเทศ - จากอันดับ 10 ตอนนี้ รัสเซียเตรียมขยับตัวเองขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 6 ของการเป็นตลาดรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในโลกภายในปี 2020 โดยเชื่อมั่นว่าจากเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณออกมาว่าเริ่มดีขึ้น และปริมาณประชากรที่มีมากไม่แพ้ตลาดใหญ่ๆ อย่างจีน และอินเดีย ทำให้โอกาสที่เป้าหมายในครั้งนี้จะบรรลุผลมีสูงมากnnสำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยโดยอ้างถึงการวิเคราะห์ของ Boston Consulting Group ซึ่งยืนยันว่า ภายใน 10 ปี ตลาดรถยนต์รัสเซียมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลมาจากปัจจัยโดยรวมทางด้านเศรษฐกิจ และเชื่อว่าว่าตัวเลขยอดขายระดับ 4 ล้านคันต่อปีไม่น่าใช่เรื่องยากnnนอกจากนั้น ยังมีการวิเคราะห์ต่อว่า ถ้าอัตราการขยายตัวของตลาดจะอยู่ในระดับ 8-14% ต่อปี ซึ่งนั่นหมายความว่าภายในปี 2013 ตัวเลขจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 ล้านคันต่อปี และนั่นจะทำให้รัสเซียสามารถแซงหน้าตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ของเยอรมนีซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของยุโรปได้ภายในปี 2018nnช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของรัสเซียอยู่ในลักษณะที่ไม่มีความแน่นอน จนทำให้ตลาดรถยนต์รัสเซียต้องอยู่ในสภาวะยอดขายชะงักตั้งแต่ปี 2009 แต่ดูเหมือนว่า นับจากต้นปีนี้เป็นไป สภาพโดยรวมเริ่มดีขึ้น และนักวิเคราะห์เชื่อว่าทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว และสามารถดึงดูดให้ผู้ผลิตรถยนต์จากต่างแดนเข้ามาลงทุนรวมถึงเพิ่มขึ้น ซึ่งการร่วมทุนกับผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติจะมีส่วนช่วยให้ตลาดรถยนต์ของรัสเซียมีทางเลือกของรุ่นรถยนต์เพิ่มขึ้น และเป็นการช่วยกระตุ้นในเรื่องยอดขายได้เป็นอย่างดีnnปี 2010 ที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กของรัสเซียมียอดขายเพิ่มขึ้น 30% จากปี 2009 โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 1.91 ล้านคัน เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2008 ที่มียอดขายแบบฮ็อตๆ แล้ว ตัวเลขปี 2010 ยังต่ำกว่าปี 2008 ถึง 34% เลยทีเดียวnn (Source)

MITSUBISHI LANCER,MITSUBISHI


21 กุมภาพันธ์ 2554 14:01 น. ข่าวในประเทศ - มิตซูบิชิ ปลื้มยอดขายทะลุ 4 พันคันต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ส่งแคมเปญเด็ดดอกเบี้ยเริ่มต่ำต้นที่ 0% กระตุ้นยอดขาย พร้อมชวนลูกค้าเดิมเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี 27 รายการ และซื้อผลิตภัณฑ์รักษาและบำรุงเครื่องยนต์นำเข้าได้ในราคาสุดพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 เมษายนนี้ ที่โชว์รูมรถยนต์ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศnnโคจิ นากาฮาร่า กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงยอดขายรถยนต์ มิตซูบิชิ ในเดือน มกราคมที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ มียอดขายรวมอยู่ที่ 4,458 คัน เติบโตขึ้น 104.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดขายอยู่ที่ 2,176 คัน ถือเป็นการทำยอดขายที่สูงกว่า 4 พันคันต่อเดือนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมาnnโดยแบ่งเป็นรถกระบะไทรทัน 2,690 คัน เติบโตขึ้นเกือบ 200% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ยอดขายรถ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อยู่ที่ 1,154 คัน เพิ่มขึ้น 107.3% ในส่วนของกลุ่มรถยนต์นั่ง คือ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ และ MITSUBISHI แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ เติบโตขึ้น 28.7% ด้วยตัวเลขยอดขาย 520 คันnnทั้งนี้มิตซูบิชิเชื่อว่าตลาดรถยนต์รวมในปี 2554 นี้จะขยายตัวต่อเนื่องโดยมีอัตราเติบโตประมาณ 4-5% สอดคล้องกับระดับ GDP ซึ่งจะทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศจะมีขนาดประมาณ 820,000 คัน โดยมองเห็นปัจจัยสนับสนุนจากการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการ การขยายตัวของการลงทุนทางธุรกิจ รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของหลายค่ายที่กระตุ้นให้ตลาดมีความคึกคักยิ่งขึ้น ในส่วนของมิตซูบิชินั้น วางเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดที่ 6% หรือประมาณ 50,000 คันnn"เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเมษายนนี้ เรายังได้เตรียมจัดแคมเปญพิเศษภายใต้ชื่อ "ซัมเมอร์สุขใจกับมิตซูบิชิ" ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้นที่ 0%* และข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทฯ ยังได้ขยายรายการฟรีค่าแรงการเช็คระยะสำหรับรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นปี MY11 ทุกรุ่นเป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยลูกค้าสามารถนำรถเข้าเช็คระยะที่ 1,000 กิโลเมตรแรก และทุกๆ 10,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน"nnพร้อมกันนี้ยังเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าในการใช้รถใช้ถนนช่วงเดือนแห่งความรักไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ด้วย บริการตรวจ เช็คสภาพรถฟรีถึง 27 รายการ ที่โชว์รูมรถยนต์ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ โดยข้อเสนอดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ไปจนถึงวันที่ 5 เมษายนนี้nnสำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5เมษายน นี้ หรือ ติดต่อศูนย์ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือประสานงานลูกค้า มิตซูบิชิ Customer Consulting Center โทร. 1800 900 009 ฟรี เฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์เคลื่อนที่เครือข่าย AIS ในวันและเวลาทำการnn (Source)

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

DAEWOO,LANDROVER,ROVER,TATA


21 กุมภาพันธ์ 2554 12:21 น. ข่าวต่างประเทศ - "ทาทา" ค่ายรถอินเดีย แจงยอดขายรถยนต์รวมเดือนมกราคม 2554 เติบโตถ้วนหน้า ในจำนวนนี้รวมถึงแบรนด์ในเครืออย่าง จากัวร์และ แลนด์โรเวอร์ ที่ขยายตัว 25%nn ทาทา นาโน ทาทา มอเตอร์ส กรุ๊ป รายงานว่าในเดือนมกราคม 2554 ยอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกของ ทาทา รวมถึงจากัวร์และ แลนด์โรเวอร์ มีจำนวนทั้งสิ้น 98,998 คัน เพิ่มขึ้น16% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี2553nnในเดือนมกราคม 2554 ทาทาจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์ของ ทาทา ทาทา แดวู และ ทาทา ฮิสปาโน คาร์โรเซรา ได้ทั้งหมด 45,815 คัน เพิ่มขึ้น14% โดยยอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 ถึงเดือนมกราคม 2554 อยู่ที่ 408,761 คัน เพิ่มขึ้น 27% ส่วนรถยนต์นั่งมียอดจำหน่ายทั่วโลก 53,183 คันในเดือนดังกล่าว เพิ่มขึ้น17% และมียอดจำหน่ายสะสม 459,822 คัน เพิ่มขึ้น 28%nnสำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ในเดือนมกราคมปีนี้มีจำนวน 20,377 คัน เพิ่มขึ้น25% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งออกเป็นรถยนต์จากัวร์ 3,056 คัน แลนด์โรเวอร์ 17,321 คัน และรวมยอดจำหน่ายสะสมของทั้งสองยี่ห้อในช่วงเดือนเมษายน 2553 ถึงมกราคม 2554 อยู่ที่ 195,819 คัน เพิ่มขึ้น28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนnnนอกจากนี้รถยนต์นั่งของทาทาและเฟียตซึ่งทาทาเป็นผู้จัดจำหน่ายในอินเดียมียอดจำหน่ายรวมกัน 32,806 คันในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น13% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 ถึงเดือนมกราคม 2554 จำนวน 264,003 คัน เพิ่มขึ้น28%nn (Source)

21 กุมภาพันธ์ 2554 12:27 น. ข่าวต่างประเทศ - ฮอนด้าประกาศเรียกรถยนต์กลับมาซ่อม หรือ Recall โดยคราวนี้เป็นคิวของซับคอมแพ็กต์รุ่นดังอย่างฟิต/แจ๊ซ ซึ่งถูก Recall มากกว่า 6 แสนคันทั่วโลก เพื่อซ่อมแซมชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ เพราะอาจจะมีแนวโน้มของการเสียหายและทำหี้เครื่องยนต์ดับได้หากใช้ไปนานๆnnฮอนด้าเผยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้มาจากสปริง 4 ตัวที่อยู่ในส่วนของระบบวาล์วในเครื่องยนต์และมีการเคลื่อนตัวผิดปกติ โดยเมื่อใช้ไปนานๆ สปริงอาจจะมีการโค้งงอ หรือหักได้ จนเป็นเหตุให้เครื่องยนต์มีเสียงดังผิดปกติ จนนำไปสู่เครื่องยนต์ดับ และเสียหายในที่สุดnnอย่างไรก็ตาม การรีคอลล์ยังไม่มีการระบุถึงอุบัติเหตุที่เป็นผลมาจากความผิดปกติในเรื่องนี้ และทางฮอนด้าจะเริ่มแจ้งปัญหาไปยังเจ้าของรถโดยเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป แต่ถ้าใจร้อน ทางฮอนด้าเผยว่าสามารถเข้าเว็บไซต์ของฮอนด้าพร้อมกับแจ้งเลขตัวถังเพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์คันนั้นจำเป็นจะต้องถูก Recall เพื่อมาเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือไม่nnญี่ปุ่นจะเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบจากการ Recall ครั้งนี้ เพราะมีการ Recall เป็นจำนวน 167,883 คัน ส่วนสหรัฐอเมริกามีการ Recall จำนวน 97,201 คัน โดยเป็นฟิต/แจ๊ซรุ่นปี 2009 และ 2010 โดยคาดว่าการ Recall ครั้งนี้จะทำให้ฮอนด้าต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 39 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1,170 ล้านบาทnn (Source)

BMW,MINI


21 กุมภาพันธ์ 2554 07:38 น. ข่าวต่างประเทศ- บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กวาด 4 รางวัลในงาน ‘2010 GOOD DESIGNTM Award’ ด้วย Bmw ซีรี่ย์ 5, MINI Countryman, มอเตอร์ไซค์ Bmw S 1000 RR และ มอเตอร์ไซค์ต้นแบบ Bmw Motorrad Concept BMW 6 โดยรางวัล 2010 GOOD DESIGNTM Award เป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติจากสถาบัน Chicago Athenaeum พิพิธภัณฑ์การออกแบบด้านสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกnnBMW ซีรี่ย์ 5ในปี 2010 ที่ผ่านมา สถาบัน Chicago Athenaeum ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์กว่า 500 แบบ จาก 37 ประเทศทั่วโลก เพื่อเข้ารอบสุดท้ายตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบ โดยผู้ชนะเลิศที่ได้รับรางวัลสาขาต่างๆ จะได้รับการจัดแสดงที่งาน GOOD DESIGN SHOW ที่เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนมิถุนายนปีนี้ nnโดยผลิตภัณฑ์ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่ได้รับรางวัล ประกอบไปด้วย รถยนต์ Bmw ซีรี่ย์ BMW 5 ใหม่ โดดเด่นเน้นความหรูหรา สะดวกสบาย แฝงความสปอร์ตและปราดเปรียวอย่างเหนือชั้น ถูกสะท้อนผ่านการออกแบบฐานล้อที่ยาวกับลายเส้นแนวขนานด้านข้าง แสดงถึงความพลิ้วไหวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่แนวขอบหลังคาที่ลาดเทลงในแบบรถสปอร์ตคูเป้และขอบหน้าต่างหลังที่หักมุมแบบ Hofmeister ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ บีเอ็มดับเบิลยู ขับเน้นถึงความหรูหราระดับซาลูนเหมาะเป็นรถสำหรับผู้บริหารอย่างลงตัวnnMINI Countrymanตามมาด้วย MINI Countryman ได้รับการสร้างสรรค์ภายใต้นิยาม ‘Urban Mobility + Impressive Flexibility’ ซึ่งมุ่งเน้นการขับขี่ในเมืองอย่างปราดเปรียว เปี่ยมด้วยสไตล์และรสนิยมที่โดดเด่นอารมณ์ Go-kart feeling ในรูปแบบใหม่ พร้อมประโยชน์ใช้สอยด้วยคอนเซ็ปต์ตัวถังแบบ 4 ประตู 4 ที่นั่ง และฝาท้ายขนาดใหญ่ที่เปิดได้กว้าง อีกทั้งห้องโดยสารที่สามารถปรับให้เปลี่ยนได้หลายรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่แตกต่างกัน รวมถึงนวัตกรรมใหม่อย่างระบบ Center Rail Storage ซึ่งเป็นการเพิ่มประโยชน์ใช้สอยสำหรับการจัดเก็บสิ่งของต่างๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างชาญฉลาด พร้อมทั้งยังเสริมศักยภาพการบุกตะลุยทางฝุ่นด้วยอ๊อปชั่นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ MINI ALL4 สำหรับแฟนมินิที่รักความสปอร์ตไปพร้อมๆ กับรักการผจญภัยโดยเฉพาะnnBMW S 1000 RRรวมถึงมอเตอร์ไซค์ Bmw S 1000 RR ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการออกแบบเครื่องยนต์ขนาด BMW 1 ลิตร ที่ใช้งานได้อย่างคล่องตัว คงไว้ซึ่งรสนิยมของรถแข่งในสนาม และความกล้าดีไซน์ไฟหน้าอสมมาตรให้แปลกตาอย่างกลมกลืน ตลอดจน 2 ล้อต้นแบบ Bmw Motorrad Concept BMW 6 ที่กำลังพัฒนาด้านท่าทางของผู้ขับขี่ในจุดศูนย์ถ่วงต่ำเพื่อควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น และโดดเด่นในการควบคุมอากาศไหลเวียนจากภายในถ่ายเทได้สะดวกมากกว่าเดิมnnBMW Motorrad Concept 6เกี่ยวกับรางวัล GOOD DESIGNTM Award เป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบที่เก่าแก่และมีเกียรติที่สุดรางวัลหนึ่งในโลก โดยเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 1950 หรือกว่า 60 ปีมาแล้ว เพื่อมุ่งเน้นและส่งเสริมการสร้างสรรค์ดีไซน์ผลิตภัณฑ์ที่รวมไว้ซึ่งนวัตกรรม วิสัยทัศน์ คอนเซ็ปต์และไอเดีย ที่แหวกแนวอย่างสร้างสรรค์และมีแนวโน้มสามารถนำมาผลิตได้จริงnn (Source)

วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

BMW,CHEVROLET,DAEWOO,FORD,HONDA,HYUNDAI,MAZDA,MERCEDES BENZ,MITSUBISHI,NISSAN,SUBARU,SUZUKI,TATA,TOYOTA


17 กุมภาพันธ์ 2554 17:38 น. ข่าวในประเทศ-ตลาดรถยนต์เดือนมกราคมมีปริมาณการขายทั้งสิ้น 68,398 คัน สูงสุดเป็นสถิติใหม่ของยอดขายเดือนมกราคม ด้วยอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น 38% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่โตโยต้ายังคงครองส่วนแบ่งโดยรวมรถยนต์ทุกประเภทnnวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม 2554 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 68,398 คัน เพิ่มขึ้น 38% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 31,008 คัน เพิ่มขึ้น 49.6% รถเพื่อการพาณิชย์ 37,390 คัน เพิ่มขึ้น 29.7% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 31,638 คัน เพิ่มขึ้น 28.4%nnรายงานดังกล่าวสะท้อนถึงการเติบโตที่ต่อเนื่องของตลาดรถยนต์ ทั้งจากภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ดีขึ้น ราคาสินค้าเกษตรที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะราคายางพารา ซึ่งส่งผลดีต่อกำลังซื้อของเกษตรกร การไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ ประกอบกับการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ และกิจกรรมส่งเสริมการขายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปช่วงปลายปีที่ผ่านมา มียอดจองกว่า 33,000 คัน สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการจัดงานมา แต่ทั้งนี้การใช้นโยบายทางการเงินโดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อนั้นอาจส่งผลต่อตลาดรถยนต์ได้nnขณะที่แนวโน้มในเดือนกุมภาพันธ์ คาดว่าปริมาณการขายยังคงเติบโต จากความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่แนะนำเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วและต้นปีนี้ รวมทั้งส่วนหนึ่งที่ค้างส่งมอบ ประกอบกับข้อมูลสถิติการขายที่เดือนกุมภาพันธ์จะมียอดขายเป็นอันดับ 2 ของไตรมาสแรกnnปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนมกราคมปี 2554 และ 2553nnตลาดรถยนต์รวมn
ยี่ห้อ ยอดขายมกราคม 54 (คัน) ยอดขายมกราคม 53 (คัน)
โตโยต้า 26,819 20,289
อีซูซุ 11,612 10,168
ฮอนด้า 9,772 7,701
นิสสัน 4,508 2,617
มิตซูบิชิ 4,458 2,176
มาสด้า 3,008 1,937
ฮีโน 928 606
ซูซูกิ 574 327
มิตซูบิชิ-ฟูโซ 35 69
นิสสัน-ดีเซล 20 62
ซูบารุ 9 20
รวมรถญี่ปุ่น 61,743 45,972
เชฟโรเลต 1,942 1,022
ฟอร์ด 1,940 513
ทาทา 577 369
โปรตอน 561 542
เบนซ์ 333 305
ฮุนได 269 194
บีเอ็มดับเบิลยู 245 208
วอลโว 110 68
โฟล์คสวาเกน 56 86
เกีย 53 47
วูหลิง 32 27
เปอโยต์ 6 4
แดวู 4 5
ยี่ห้ออื่นๆ 527 198
รวมทุกยี่ห้อ 68,398 49,560
nnตลาดรถยนต์นั่งn
ยี่ห้อ ยอดขายมกราคม 54 (คัน) ยอดขายมกราคม 53 (คัน)
โตโยต้า 12,635 8,665
ฮอนด้า 8,972 7,059
นิสสัน 2,456 962
มาสด้า 2,167 1,583
มิตซูบิชิ 614 532
ซูซูกิ 319 79
ซูบารุ 9 17
รวมรถญี่ปุ่น 27,172 18,897
ฟอร์ด 1,353 107
เชฟโรเลต 898 468
โปรตอน 561 542
เบนซ์ 325 279
บีเอ็มดับเบิลยู 231 185
วอลโว 49 44
เกีย 29 10
โฟล์คสวาเกน 17 41
เปอโยต์ 6 4
ฮุนได 0 7
ยี่ห้ออื่นๆ 367 137
รวมทุกยี่ห้อ 31,008 20,721
nnตลาดรถกระบะขนาด 1 ตันn
ยี่ห้อ ยอดขายมกราคม 54 (คัน) ยอดขายมกราคม 53 (คัน)
โตโยต้า 12,438 10,442
อีซูซู 10,649 9,472
มิตซูบิชิ 3,844 1,644
นิสสัน 2,016 1,642
มาสด้า 840 348
เชฟโรเลต 734 340
ทาทา 577 369
ฟอร์ด 540 391
รวมทุกยี่ห้อ 31,638 24,648
nn (Source)

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

HONDA,MAZDA,MITSUBISHI,NISSAN,SUZUKI,THAI RUNG,TOYOTA


17 กุมภาพันธ์ 2554 11:35 น. ข่าวในประเทศ - ค่าย" ไทยรุ่ง ยูเนียนคาร์" ปรับตัวหนีธุรกิจรถอเนกประสงค์ดัดแปลง หลังจากบริษัทรถลงมาเล่นกันทุกค่าย หันไปรุกธุรกิจชิ้นส่วนที่กำลังเติบโตแทน ทุ่มลงทุนปีนี้กว่า 500 ล้านบาท รองรับคำสั่งซื้อ และโครงการอีโคคาร์ พร้อมลุยหาพันธมิตรต่างชาติร่วมทุน หวังเดินทางลัดเจาะตรงหาผู้ผลิตรถยนต์ และพลิกไปรับจ้างประกอบรถรุ่นพิเศษให้กับค่ายรถแทน มั่นใจปีนี้รายได้พุ่ง 2.5 พันล้านบาท หรือเติบโต 15%nnนายสมพงษ์ เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์เปลี่ยนไปมาก ขณะนี้ผู้ผลิตรถยนต์ต่างเข้ามาลงทุนในไทย และมีการผลิตสินค้าใหม่ๆ ออกมา โดยเฉพาะรถยนต์อเนกประสงค์ ที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานจากปิกอัพ หรือรถพีพีวี(PPV) ซึ่งค่ายรถปิกอัพผลิตออกมาจำหน่ายเอง จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจประกอบรถอเนกประสงค์ปิกอัพดัดแปลง "ทีอาร์" (TR) ของไทยรุ่งฯ เป็นอย่างมาก nn"ปัจจุบันรายได้จากธุรกิจรถอเนกประสงค์ทีอาร์เหลือเพียงกว่า 10% จากเดิมที่เป็นธุรกิจหลักมีสัดส่วนมากกว่า 60% ดังนั้นไทยรุ่งฯ จึงต้องปรับโครงสร้างการทำธุรกิจใหม่ โดยรายได้ 50% จะมาจากกลุ่มผลิตชิ้นส่วนและแม่พิมพ์ และ 30% เป็นการรับจ้างประกอบให้กับบริษัทรถต่างๆ ซึ่งตลาดนี้ปัจจุบันโตมาก ส่วนอีก 20% จะมาจากรถดัดแปลง และอื่นๆ คาดว่ารายได้ปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2,400-2,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 15%" nnทั้งนี้กลุ่มผลิตชิ้นส่วนและแม่พิมพ์มีการเติบโตค่อนข้างดี เนื่องจากการขยายตัวของตลาดรถไทย และมีการย้ายฐานการผลิตของบริษัทรถเข้ามาไทยอย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะโครงการอีโคคาร์ ที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยเพิ่มขึ้นอีกปีละ 5 แสนคันในอนาคต โดยปัจจุบันไทยรุ่งฯ เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้อีโคคาร์หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น นิสสัน มาร์ช, ผลิตแม่พิมพ์ให้กับ ฮอนด้า และกำลังเตรียมชิ้นส่วนอีโคคาร์ให้กับ ซูซูกิ และ มิตซูบิชิ nn"เพื่อรองรับโครงการอีโคคาร์ ไทยรุ่งฯ จึงสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนใหม่ ที่จังหวัดระยอง มูลค่าการลงทุนกว่า 300 ล้านบาท โดยตอนนี้กำลังก่อสร้างโรงงานและจะแล้วเสร็จช่วงเดือนตุลาคม และเริ่มไลน์ผลิตได้ประมาณช่วงปลายปีนี้ ซึ่งโรงงานแห่งใหม่หากเดินกำลังการผลิตเต็มที่ จะทำให้มีรายได้เพิ่มเป็น 500-600 ล้านบาทต่อปี และนอกจากนี้จะลงทุนปรับไลน์ผลิตโรงงานไทยรุ่งฯ ที่หนองแขม อีกประมาณ 200 ล้านบาท รวมปีนี้ไทยรุ่งฯ จะมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท" นายสมพงษ์กล่าวและว่า nnขณะเดียวกันไทยรุ่งฯ พยายามมองหาพันธมิตรต่างประเทศร่วมลงทุน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต และที่สำคัญจะเป็นการเปิดช่องให้เข้าไปเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนบริษัทรถมากขึ้น เพราะแต่ละบริษัทรถจะมีผู้ผลิตชิ้นส่วนในเครือข่ายประเทศตัวเองอยู่แล้ว การที่จะเข้าไปรับงานโดยตรงจึงยาก และช่วงนี้เป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนญี่ปุ่น ได้ย้ายโรงงานออกจากญี่ปุ่นจากปัญหาค่าเงินเยนแข็ง และแน่นอนเขาต้องมาลงทุนในไทย นี่จึงเป็นโอกาสที่จะขยายตลาดชิ้นส่วนของไทยรุ่งฯ nnโดยปัจจุบันไทยรุ่งฯ ได้เข้าไปร่วมทุนกับบริษัทในเครือ โตโยต้า เพื่อผลิตเบาะและอุปกรณ์เสริมให้กับรถ โตโยต้า และได้ร่วมทุนกับบริษัทเดลต้า ภายใต้ชื่อบริษัท เดลต้า- ไทยรุ่ง จำกัด เพื่อผลิตเบาะให้กับรถยนต์ มาสด้า และขณะนี้กำลังมองชิ้นส่วนพลาสติกที่มีแนวโน้มจะขยายตัวมาก ซึ่งไทยรุ่งฯ กำลังพิจารณาหาผู้ร่วมทุนในธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติกอยู่เช่นกันnnนายสมพงษ์กล่าวว่า ส่วนการรับจ้างประกอบรถเป็นอีกธุรกิจที่มีอัตราเติบโตมาก เดิมไทยรุ่งฯ จะเน้นประกอบรถอเนกประสงค์ดัดแปลงทีอาร์ แต่เมื่อสถานการณ์ตลาดเปลี่ยนไป จึงได้หันมารับจ้างประกอบรถแทน เพราะปัจจุบันมีบริษัทรถที่ผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการตลาด หรือรถรุ่นพิเศษต่างๆ ที่มีปริมาณการผลิตไม่มากนัก บริษัทรถก็จะมาจ้างประกอบแทน ซึ่งปัจจุบันไทยรุ่งรับจ้างประกอบกระบะพื้นเรียบให้กับปิกอัพทาทา, อีซูซุเวอร์ชั่นพิเศษ และ นิสสัน นาวารา เป็นต้น nn"ในส่วนการประกอบรถของไทยรุ่งฯ ยังมีอยู่ เพราะจะเป็นการแสดงศักยภาพให้ลูกค้าได้เห็น แต่ได้มีการปรับแนวทางไปทำรถเฉพาะกลุ่ม อย่างล่าสุดได้พัฒนารถตรวจการณ์ลาดตระเวน MU4 รองรับความต้องการใช้งานทางทหาร, ตำรวจ และหน่วยงานราชการอื่นๆ ซึ่งปีหนึ่งมีปริมาณตลาด 3,000-4,000 คัน โดยปีแรกนี้เราคาดว่าจะมียอดขายจากตรงนี้ 300-400 คันได้" nnสำหรับรถตรวจการณ์ลาดตระเวน(Military Utility Vehicle) รุ่น MU4 ได้พัฒนาต่อเนื่องจากรถต้นแบบรุ่นก่อน โดยนำเอาโครงสร้างของปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร ที่มีการผลิตขายในประเทศมาพัฒนาและออกแบบผลิตตัวถังใหม่ทั้งหมด ให้ได้ตามมาตรฐานสากล แต่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า เพราะใช้ชิ้นส่วนหลักเช่นเดียวกับรถทั่วไป ปัจจุบันได้พัฒนาออกมา 2 รุ่น คือ รุ่นหลังคาเหล็ก และรุ่นหลังคาผ้าใบ โดยใช้พื้นฐานของปิกอัพ โตโยต้า ไฮลักซ์ TOYOTA วีโก้ 3.0 ลิตร และในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2011 ปลายเดือนมีนาคมนี้ จะเปิดตัวรุ่นสำหรับประชาชนทั่วไป ราคาน่าจะอยู่ที่ 1.3-1.4 ล้านบาท nn (Source)

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554


16 กุมภาพันธ์ 2554 10:09 น. ข่าวในประเทศ - ตลาดฟิล์มกรองแสดงรถแข่งดุ เจ้าตลาด "ลามิน่า"เร่งส่งเสริมกิจกรรม ประกาศครองแชมป์ตลาดอีกปีมั่นใจโตเพิ่ม 8% ยอดรวม 560 ล้านบาท คาดตลาดรถยนต์ปีนี้ขยายตัวต่อเนื่องและเร่งให้ความรู้ผู้บริโภคป้องกันฟิล์มคุณภาพต่ำ พร้อมเดินหน้าโครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยปีที่ 9 อย่างต่อเนื่องnnนางสาวจันทร์นภา สายสมร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคโนเซล(เฟรย์) จำกัด ผู้จำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร "ลามิน่า" เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดฟิล์มกรองแสงมีการแข่งขันรุนแรงมาก เนื่องจากสภาพตลาดรถยนต์ที่มีการขยายตัวสูงขึ้นจากยอดจำหน่ายรถยนต์รวมในปีที่ผ่านมากว่า 8 แสนคัน โดยคาดว่าตลาดฟิล์มกรองแสงทั้งปีจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านบาท เติบโตขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 1,300 ล้านบาทnn"ตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ส่วนใหญ่จะมาจากรถยนต์ใหม่ประมาณ 50% ทั้งที่ติดเองและมาจากตัวแทนจำหน่าย(ดีลเลอร์)รถ ขณะที่รถเก่าจะอยู่ที่ประมาณ 50% เหตุนี้เมื่อตลาดรถยนต์ขยายตัวย่อมส่งผลต่อยอดขายของฟิล์มกรองแสงด้วย ในส่วนของลามิน่ายังเชื่อมั่นว่าจะรักษาเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ประมาณ 560 ล้านบาทเติบโตประมาณ 8% เมื่อเทียบกับยอดจำหน่าย 520 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์ในปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 860,000 คันเติบโตประมาณ 8%"nnนอกจากนี้ทางลามิน่ายังมีความเป็นห่วงผู้บริโภคในเรื่องของตลาดฟิล์มรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีราคาถูกแต่คุณสมบัติแตกต่างจากฟิล์มมาตราฐานกว่าครึ่ง อย่างไรก็ตาม การที่จะทำความเข้าใจดังกล่าวให้กับลูกค้า นับเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะประเทศไทยภาครัฐไม่ได้กำหนด หรือควบคุมเรื่องมาตรฐานฟิล์มกรองแสง แตกต่างจากสหรัฐอเมริกา หรือยุโรป ที่มีหน่วยงานควบคุมมาตรฐานnn"การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ลามิน่าเป็นห่วงผู้บริโภค เนื่องจากมีบริษัทจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรายใหม่เกิดขึ้นมากมาย บางยี่ห้อ ได้มีการโฆษณาสรรพคุณ โดยเฉพาะเรื่องของการป้องกันแสง ซึ่งแข่งกันหยิบจุดเด่นเพียงบางจุดมาโฆษณา โดยไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด รวมถึงมีราคาที่ถูกกว่าฟิล์มมาตราฐานกว่าครึ่ง ทำให้ผู้บริโภคไม่เข้าใจถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของฟิล์มกรองแสงที่ดี"nnสำหรับแผนการตลาดในปีนี้ลามิน่ายังใช้กลยุทธ์ L Leader อย่างต่อเนื่องโดยเน้นที่กิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างความรู้และความมั่นใจให้กับผู้บริโภคแบบครบวงจรรวมถึงการพัฒนาตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ภายใต้งบประมาณ 40 ล้านบาท นอกจากนี้ลามิน่ายังคงเดินหน้าโครงการสานฝันให้เด็กไทยได้เล่าเรียนปีที่ 9 อย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน และทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในท้องถิ่นทุรกันดารnn (Source)

16 กุมภาพันธ์ 2554 11:26 น. โครานโด ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทด้วยข่าวในประเทศ-เหตุค่าเงินบาทแข็งตัว ซันยองประกาศปรับราคารถใหม่ "โครานโด" ลงอีกกว่าแสนจากราคาตั้งเปิดตัว 1.79 ล้านบาท เหลือ 1.68 ล้านบาท ล็อตแรกส่งมอบได้เมษายนนี้ พร้อมขยายดีลเลอร์สู่ภาคอีสาน เดินหน้าหวังยอดขายทั่วประเทศทะลุพันคัน หลังจากปีที่แล้วกวาดยอดร่วม 800 คัน เติบโตเกือบ 50% ขณะที่เอจีคาร์ฯ มุ่งสร้างมาตรฐานผู้นำเข้าอิสระ เตรียมเปิดศูนย์บริการขนาดใหญ่ภายในเดือนมีนาคม เน้นจุดขายจ่ายเงินรับรถได้โดยไม่ต้องจองnnวิรัตน์ ผลประดับ บริหารงานทั้งซันยองและเอจีคาร์ฯวิรัตน์ ผลประดับ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซันยอง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2011 คือ ซันยอง โครานโด รถยนต์ เอสยูวีรุ่นใหม่ขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ดีเซลคอมมอลเรลเทอร์โบ 176 แรงม้า หลังจากมีการนำเข้ามาเปิดตัวและรับจองภายในงานมหกรรมยานยนต์เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 1.79 ล้านบาท คาดว่ารถยนต์ล็อตแรกจะสามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ราวเดือนเมษายน พร้อมรับสิทธิพิเศษในราคาจำหน่ายที่ลดลงเหลือ 1. 68 ล้านบาท เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และมุ่งใช้การจัดกิจกรรมเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ให้กับลูกค้าnn"กิจกรรมทางการตลาดของซันยองจะเน้นรถยนต์ทุกรุ่นควบคู่ไปกับโครานโดใหม่ โดยมุ่งเน้นให้ผู้ใช้ได้ทดลองขับรถ จากการโรดโชว์ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้รับทราบถึงสมรรถนะและความคุ้มค่าของตัวรถอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่จะจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่มลูกค้าเก่าในการใช้รถร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม และการกุศลอย่างต่อเนื่องราว สองเดือนครั้ง" วิรัตน์ ผลประดับ กล่าวและว่าnn"นโยบายของบริษัทในปี 2011 มุ่งเน้นที่จะดูแลกลุ่มลูกค้าเก่าแบบวีไอพีเพื่อได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ทั้งที่ซื้อรถไปใช้แล้วและกำลังจะตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดปีนี้จะเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มอีก2แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ นครราชสีมาและอุดรธานี ซึ่งทั้งสองแห่งจะเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ให้บริการด้านการขายพร้อมศูนย์บริการเต็มรูปแบบ หลังจากปีที่แล้วได้รับการตอบรับที่ดีจากการเปิดให้บริการสาขาในต่างจังหวัดเพิ่มไปแล้วสองแห่ง คือ พัทยาและเชียงใหม่"nnเน้นมาตรฐานงานบริการขณะเดียวกันได้ชี้แจงภาพรวมของตลาดรถยนต์ในช่วงปี 2010 ที่ผ่านมา มีอัตรายอดจำหน่ายรวมถึงหลัก 8 แสนคัน และเชื่อว่าตลาดโดยรวมยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 840,000 คัน ทั้งกำหนดเป้าหมายการขายโดยรวมไว้ราว 1,000 คัน สืบเนื่องจากปีก่อนมีอัตราการเติบโตที่ดีรวมยอดจำหน่ายเกือบ 800 คัน เพิ่มขึ้นเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2009 ที่มียอดจำหน่ายราว 500 คันnnสตาวิค อีกรุ่นที่ยอดขายมาแรงนอกจากนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมในส่วนธุรกิจค้ารถนำเข้า ภายใต้ บริษัท เอ.จี. คาร์ส จำกัด ไว้ว่า "ตั้งเป้าปีนี้จะมียอดจำหน่ายราว 500 คัน ขณะที่ปีก่อนมีประมาณ 300 คัน ประกอบกับตลาดรถไทยเป็นตลาดเสรี ผู้ค้าอิสระเป็นสีสันของวงการ ถือเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้ใช้รถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างไม่มีข้อจำกัด เราไม่ได้ต้องการเข้าไปแทรกแซงตัวแทนจำหน่าย แต่ผู้ใช้รถควรจะมีโอกาสได้เลือกโดยไม่ถูกปิดกั้น อย่างไรก็ตาม เราพยายามที่จะสร้างมาตรฐานให้กับ เอ.จี. คาร์ส และวงการผู้ค้ารถนำเข้า ด้วยการเน้นให้ลูกค้าได้เห็นรถจริง ไม่ใช่แค่จองและวางเงินจากกระดาษแค่แผ่นเดียวแล้วไม่ได้รถ"nnรถหรูนำเข้าตลาดเกรย์มาร์เกตผู้บริหาร เอ.จี.คาร์ส กล่าวว่า "สำหรับตลาดเกรย์มาร์เก็ตจะยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง เพราะในตลาดโลกจะมีรถรุ่นใหม่ออกมาจำหน่ายเยอะมาก หลังสิ้นสุดเดือนมีนาคมที่จะมีงานโชว์ใหญ่ในกรุงเจนีวา นับว่าเป็นเวลาทองของผู้นำเข้าอิสระอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อยากจะเตือนผู้บริโภคให้มีความระมัดระวังในการสั่งซื้อรถ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการรถรุ่นพิเศษอาจต้องสั่งจองด้วยเงินจำนวนมาก และต้องรอเป็นเวลานาน อาจเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ต่างกับผมมีขายแค่ที่จอดอยู่ในโชว์รูม ไม่มีรับจองล่วงหน้า ชอบใจคันไหนเอาเงินมาและรับรถไปเลยไม่ต้องรอ"nnพร้อมทิ้งท้ายในส่วนของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเกรย์มาร์เกตว่า "เนื่องจากปัจจุบัน ทั้งคุณภาพของสินค้าและบริการของผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ เป็นหน้าตาหรือเครดิตของผู้จำหน่าย เราจึงเน้นนโยบายค้าขายแบบจริงใจ โดยมีศูนย์บริการขนาดใหญ่มาตรฐานที่ลงทุนมากกว่า 50 ล้านบาท และจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมนี้"nn (Source)

SUZUKI


16 กุมภาพันธ์ 2554 12:56 น. ข่าวในประเทศ - ค่ายรถจักรยานยนต์ "ซูซูกิ" ประกาศทุ่มงบ 3 พันล้านบาท ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ เข้าคุมการขายทั่วประเทศ ยกเว้น 14 จังหวัดภาคใต้ ด้วยการซื้อหุ้น "เอส.พี.ซูซูกิ" ทั้งหมดจำนวน 41% กลายเป็นผู้หุ้นเบ็ดเสร็จ 94% คิดเป็นมูลค่านับพันล้านบาท พร้อมปรับภาพลักษณ์และแผนตลาด ใช้งบเพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านบาท และรื้อไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่อีกกว่า 500 ล้านบาท หวังภายใน 3 ปี ดันส่วนแบ่งตลาดพุ่ง 15%nnเลิศศักดิ์ นววิมานเลิศศักดิ์ นววิมาน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไทย ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ เปิดเผยว่า ในปี 2554 นับเป็นปีที่ท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจของซูซูกิเป็นอย่างมาก เพราะได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ พร้อมกับเปิดแคมเปญการตลาด "Change & Challenge" หรือ "เปลี่ยน…สู่ชีวิตที่ท้าท้าย" ซึ่งจะเป็นแผนดำเนินธุรกิจในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ไปnn"ซูซูกิจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ครั้งใหญ่ เพื่อยื่นยันความมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์คู่กับสังคมไทย นับตั้งแต่เรื่องเครือข่ายการขาย แคมเปญการตลาด และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะแนะนำสู่ตลาด โดยซูซูกิตั้งเป้าหมายครองส่วนแบ่งทางการตลาด หรือแชร์ 15% ในระยะเวลา 3 ปี หรือภายในปี 2556 จากปัจจุบันที่มีแชร์อยู่เพียง 4% เท่านั้น"nnทั้งนี้แผนการที่จะให้บรรลุเป้าหมาย ซูซูกิได้เข้ามาดูแลการขายแทนดิสทริบิวเตอร์ หรือผู้แทนการขายเดิม บริษัท เอส.พี. ซูซูกิ จำกัด(มหาชน) ครอบคลุมทั่วประเทศ ยกเว้นใน 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งการเข้ามาดูแลการขายครั้งนี้เป็นการตกลงกันด้วยดี โดยทางเอส.พี.ซูซูกิขอถอนจากการทำธุรกิจจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิทั้งหมด ทำให้บริษัทแม่ ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาซื้อหุ้นในสัดส่วนของกลุ่มเอส.พี.ซูซูกิทั้งหมดจำนวน 41% และส่งผลให้ปัจจุบัน ซูซูกิ มอเตอร์ ถือหุ้นในบริษัทไทยซูซูกิมอเตอร์รวม 94.6% และอีกกว่า 4% ยังเป็นของบริษัทบ้าน ซูซูกิ ที่ดูแลการขายในภาคใต้nn"การเข้ามาซื้อหุ้นเอส.พี. ซูซูกิ คงไม่สามารถเปิดเผยจำนวนเงินได้ทั้งหมด นอกจากในส่วน 17% ของเอส.พี.ซูซูกิที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 17% คิดเป็นมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท ส่วนหุ้นที่ซื้อมาจากบริษัทในกลุ่มเอส.พี.ซูซูกิประมาณ 25% ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่รวมแล้วมีมูลค่านับพันล้านบาท" นายเลิศศักดิ์กล่าวและว่าnnผลจากการซื้อหุ้นในส่วนของเอส.พี. ซูซูกิ ต่อไปนี้จะทำให้ไทยซูซูกิมอเตอร์ เข้ามาดูแลการขายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในไทยทั้งหมด ยกเว้น 14 จังหวัดภาคใต้ที่ดูแลโดยบริษัทบ้าน ซูซูกิ โดยได้ถ่ายโอนดีลเลอร์มาจากเอส.พี. ซูซูกิ มาแล้วกว่า 90% เหลือเพียงประมาณ 50 แห่ง น่าจะเรียบร้อยภายในไม่กี่เดือนนี้ และจะส่งผลให้ไทยซูซูกิมอเตอร์มีดีลเลอร์ทั้งหมด 200 แห่ง และมีโชว์รูมขายกว่า 450 แห่ง เมื่อรวมกับดีลเลอร์ของบ้าน ซูซูกิ จะทำให้มีดีลเลอร์ซูซูกิทั่วประเทศ 250 แห่ง หรือกว่า 600 โชว์รูมnnนายเลิศศักดิ์กล่าวว่า ไทยซูซูกิมอเตอร์มีนโยบายที่จะให้ดีลเลอร์ทำธุรกิจเติบโต และมีกำไร จึงมีการปรับเปลี่ยนการทำตลาดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงภาพลักษณ์แบรนด์ซูซูกิให้ทันสมัย โดยจะเปิดโชว์รูม Suzuki World ให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายใน 2 ปีครึ่ง และเพิ่มศูนย์บริการจาก 300 แห่ง เป็น 330 แห่ง และยังได้ปรับการส่งอะไหล่ให้เร็วขึ้นเป็นอย่างช้าสุด ภายใน 48 ชั่วโมงnn ซูซูกิ สแมช ใหม่"ในส่วนของการทำกิจกรรมการตลาด ปีนี้จะมีไม่น้อยกว่า 1,000 ครั้ง หรือเฉลี่ยเดือนละ 85 ครั้ง เพื่อเป็นการเข้าหาผู้บริโภคอย่างทั่วถึง นอกจากยังจะร่วมมือกับรถยนต์ซูซูกิอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนฟุตบอลรายการ ซูซูกิ เอเชียน คัพ และเป็นผู้สนับสนุนทีมฟุตบอลสโมสรศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี พร้อมกับมีสนาม ซูซูกิ สเตดี้ยม ที่อำเภอศรีราชาเป็นของตนเอง เมื่อรวมกับกิจการตลาดอื่นๆ ในปีนี้ซูซูกิจึงตั้งงบการตลาดไว้กว่า 800 ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่กว่า 500 ล้านบาท"nnสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของ ซูซูกิ จะเน้นไปที่เทคโนโลยีอันทันสมัยของ ซูซูกิ และจะมีการเปิดตัวรถใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้แนะนำรถครอบครัว ซูซูกิ สแมช ใหม่สู่ตลาด พร้อมปรับเพิ่มกำลังผลิตรถรุ่นนี้ใหม่ หลังจากที่ไม่สามารถผลิตให้เพียงพอกับความต้องการตลาดในปีที่ผ่านมา โดยปีนี้จะปรับเพิ่ม 72,000 คัน จากเป้าหมายการขายรถจักรยานยนต์ซูซูกิรวม 100,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ทำได้กว่า 70,000 คัน และตั้งเป้าส่งออกทั้งหมด 140,000 คัน จากปีที่แล้วส่งออก 120,000 คันnn"ไม่เพียงเท่านั้นซูซูกิยังเตรียมปรับรื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยจะมีการออกแบบและพัฒนารถรุ่นที่ยังไม่ออกสู่ตลาดใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากที่สุด ซึ่งในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011 ปลายเดือนมีนาคมนี้ จะแนะนำรถยนต์โมเดลใหม่ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ดังนั้นปีนี้จะใช้เงินลงทุนกับการพัฒนาและปรับไลน์ผลิตภัณฑ์กว่า 500 ล้านบาท"nnส่วนรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวสู่ตลาด ซูซูกิ สแมช ใหม่ เป็นการไมเนอร์เชนจ์ใหม่ พร้อมกับมี 4 สี ในไสตล์สีทูโทนให้เลือก โดยสแมชใหม่นับเป็นรถครอบครัวขนาด 110 ซีซี ที่ให้ความประหยัดเป็นพิเศษ มีให้เลือกเป็นรุ่นสตาร์ทเท้าราคา 3.29 หมื่นบาท, รุ่นดิสก์เบรก/สตาร์ทเท้า ราคา 3.49 หมื่นบาท และรุ่นดิสก์เบรก/สตาร์ทไฟฟ้า ราคา 3.69 หมื่นบาทnn (Source)

CHRYSLER,FERRARI,FORD


15 กุมภาพันธ์ 2554 16:36 น. ข่าวในประเทศ- กลายเป็นเรื่องไม่คาดฝันไปสำหรับทีมแข่งเฟอร์รารี่ เพราะหลังจากที่มีการเปิดตัวรถแข่ง F1 รุ่นใหม่ในชื่อ F150 ออกมาได้ไม่นาน ทางด้าน ฟอร์ด มอเตอร์จัดการฟ้องร้องทันทีเพราะว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่ใช้อยู่ในปิกอัพรุ่นดังอย่าง F-150 ของ F-Series และทำให้เฟอร์รี่ต้องแก้เกมด้วยการเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่ก็ยังอยู่บนพื้นฐานเดิมnnF150 ของเฟอร์รารี่เป็นรถแข่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการแข่งขันซีซั่น 2011 และแทนที่เฟอร์รารี่จะใช้รหัสธรรมดาอย่าง F11 ตามชื่อปีค.ศ.ที่ลงแข่ง ก็เปลี่ยนมาเป็น F150 เพื่อบ่งบอกว่าเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของการรวมประเทศอิตาลี จนนำไปสู่การฟ้องร้องของฟอร์ดในที่สุดnn‘เฟอร์รารี่กำลังทำการล่วงละเมิดเครื่องหมายการค้า F-150 ของเรา และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ฟอร์ดต้องยื่นคำร้องต่อศาลแขวงในดีทรอยต์’ โฆษกของฟอร์ดกล่าว โดยการฟ้องครั้งนี้นอกจากจะเรียกร้องให้เฟอร์รารี่เปลี่ยนชื่อรถแข่งแล้ว ยังมีการเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 3 ล้านบาทอีกด้วยnnอย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานเฟอร์รารี่ก็ออกมาแก้ต่าง และระบุว่าไม่เข้าใจมุมมองของฟอร์ดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะชื่อที่ใช้ถูกใช้กับรถแข่ง F1 ปี 2011 ไม่ได้นำออกมาใช้ในการโฆษณาหรือสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ และที่มาของชื่อทางเฟอร์รารี่ก็ระบุอย่างชัดเจนnn‘เราเชื่อว่า สิ่งทีเกิดขึ้นไม่น่าจะสร้างความสับสนกันระหว่างการแข่งขันในสนาม กับการสร้างประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพราะเราก็ไม่ได้นำชื่อนี้มาใช้ผลิตรถสปอร์ตรุ่นใหม่เพื่อขายในตลาด’ เฟอร์รารี่กล่าว ‘แต่เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจมากไปกว่านี้ ทางเฟอร์รารี่ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนชื่อรถแข่งรุ่นนี้มาเป็น Ferrari F150th Italia’nnแม้จะไม่ได้เป็นคู่แข่งกันโดยตรง แต่เฟอร์รารี่ก็ถือหุ้นโดยเฟียตจำนวน 85% และเฟียตเองก็ถือหุ้นอยู่ใน ไครสเลอร์ 25% และก็ทำหน้าที่บริหารบริษัท ไครสเลอร์ LLC ซึ่งเป็นคู่ปรับของฟอร์ดในตลาดรถยนต์ของเมืองลุงแซม เรื่องนี้ก็เลยถูกจับมาโยงเข้าด้วยกันnnทางด้านฟอร์ดกล่าวเพิ่มเติมว่า พวกเขาเคยแจ้งไปทางเฟอร์รารี่ตอนช่วงที่มีการเปิดตัวรถแข่งรุ่นนี้มาแล้ว ว่าพวกเขาควรจะเปลี่ยนชื่อรุ่นใหม่ แต่ทางเฟอร์รารี่ก็ไม่ได้ดำเนินการหรือมีทีท่าว่าจะทำการใดๆ จนนำไปสู่การฟ้องร้องในที่สุด โดย F-150 เป็นชื่อปิกอัพของฟอร์ดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 1975 และถูกจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตั้งแต่ปี 1995nn (Source)

ISUZU


15 กุมภาพันธ์ 2554 16:35 น. สนับสนุนวงการกีฬาอย่างต่อเนื่องข่าวในประเทศ-3เค แบตเตอรี่ เร่งเดินเครื่องเต็มสูบ ยึดแนวทาง "สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง" หนุนวงการกีฬาไทยสุดตัว จับมือ "อีซูซุและยาง NITTO" สานต่อจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ NITTO 3K RACINGCAR THAILAND 2011 และ NITTO 3K Isuzu ONE MAKE RACE ครั้งที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จและมั่นใจว่า เลือกใช้กลยุทธ์การตลาดได้อย่างถูกทาง หลังประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายอย่างกว้างขวางทั้งผู้เข้าชม นักแข่งมือใหม่ และมืออาชีพทั่วไทยnnวีรวัฒน์ ขอไพบูลย์ (ที่ 2 จากขวา) มาถูกทางด้านสปอร์ต มาร์เก็ตติ้งวีรวัฒน์ ขอไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์ 3เค จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดว่า ที่ผ่านมาได้ใช้กลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ แบตเตอรี่ 3เค ประสบความสำเร็จทั้งด้านภาพลักษณ์และยอดการจำหน่ายแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และที่ต้องเน้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะกลยุทธ์ สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ที่ให้การสนับสนุนและต่อยอดไปสู่การพัฒนาวงการกีฬา ในกิจกรรมล่าสุดกับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ NITTO 3K RACING CAR THAILAND จากการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง เป็นที่ยอมรับทั้งจากนักแข่งหน้าใหม่ และนักแข่งมืออาชีพแถวหน้าของเมืองไทย ขณะที่รายการ NITTO 3K Isuzu ONE MAKE RACE เมื่อปีที่ผ่านมา เปรียบเหมือนเป็นบันไดขั้นแรกของนักแข่งรถยนต์ทางเรียบหน้าใหม่ ที่จะพัฒนาฝีมือให้ก้าวสู่มืออาชีพต่อไปnnฤดูกาลใหม่เพิ่มสีสันในบูธกิจกรรมบอสใหญ่ 3 เค กล่าว "ครั้งที่ผ่านมาแต่ละสนามแข่งขัน ผู้ที่รักความเร็วทั้งจากกรุงเทพฯ และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่างเดินทางมาสัมผัสกับความเร้าใจ ความตื่นเต้นของการแข่งขัน รวมไปถึงเข้าร่วมกิจกรรมภายในบูธเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราเดินมาถูกทางและเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม อันเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ยอดจำหน่ายและภาพลักษณ์จากผลสำรวจที่ไปสอบถามกลุ่มผู้บริโภค มีความเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง"nnนอกจากนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำหนดแคมเปญใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและรองรับกับฤดูกาลแข่งขันใหม่เช่นกัน ทั้งทีมเรซควีนที่มีมากกว่าความสามารถ และกิจกรรมที่น่าสนใจภายในบูธ พร้อมทั้งเน้นการสื่อสารการตลาด ให้ความรู้ความเข้าใจที่ดีต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ 3 เค อย่างถูกต้อง ถือเป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนงบประมาณที่นำมาใช้ดำเนินกลยุทธ์นี้ประมาณ 10 กว่าล้านบาท หรือคิดเป็น 15% ของงบการตลาดทั้งหมด 80 ล้านบาทnn (Source)

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554


15 กุมภาพันธ์ 2554 10:13 น. ข่าวในประเทศ - เอซี ออโต้แก๊สเดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทยเต็มตัว หลังรัฐบาลประกาศตรึงราคาจำหน่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ เดินหน้าจับมือสถาบันการศึกษาให้ความรู้ระบบแก๊สรถยนต์ หวังขยายตัวแทนจำหน่ายเพิ่มอีก 100 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง 50% ในปี 2554 nnนายภัทรวุฒิ เยี่ยมสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีโอ จำกัด ผู้แทนจำหน่าย ผลิตภัณท์ เอซี ออโต้แก๊ส (AC AUTOGAZ) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และผู้ให้บริการติดตั้งและให้คำปรึกษา ระบบแก๊สสำหรับรถยนต์ครบวงจร เปิดเผยว่าหลังจากทำตลาดในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2549 ปีนี้จะเป็นปีที่บริษัทเดินหน้าทำตลาดในวงกว้างอย่างจริงจัง เป็นผลมาจากการที่บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าธุรกิจรับติดตั้งระบบแก๊สรถยนต์จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากภาวะราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นในปีนี้ จากการที่ผู้เชี่ยวชาญออกมาประเมินว่าราคาน้ำมันดิบน่าจะแตะที่ระดับ 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลในช่วงกลางปีนี้ ทำให้ราคาจำหน่ายน้ำมันน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2 บาทต่อลิตรในประเทศไทยnnขณะเดียวกัน ทางรัฐบาลก็ได้ออกมาประกาศตรึงราคาจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ ทั้งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ในส่วนของครัวเรือนและยานยนต์ รวมถึงก๊าซธรรมชาติอัด (ซีเอ็นจี) ซึ่งจะส่งผลให้ราคาจำหน่ายของก๊าซธรรมชาติไม่มีการปรับขึ้น เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ต้องใช้รถยนต์ ในภาวะที่น้ำมันปรับราคาขึ้นได้nn"บริษัท ทีโอ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2549 ในช่วงของการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ทุกชนิด ซึ่งความแตกต่างของเราจากผู้ประกอบการรายอื่นก็คือเราพยายามค้นคว้าหาแหล่งผลิตอุปกรณ์และการบริการที่ได้มาตรฐานในราคาที่เหมาะสม ซึ่งมาถึงตอนนื้ เราพร้อมที่จะทำตลาดในวงกว้างมากขึ้นแล้วในประเทศไทย"nnทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีแรกของการทำตลาด บริษัทมีเครือข่ายศูนย์บริการในประเทศไทยที่กระจายอยู่ทุกจังหวัดกว่า 200 ศูนย์บริการ และตั้งเป้าหมายที่จะขยายเครือข่ายศูนย์บริการเพิ่มอีก 100 แห่งในปีนี้ โดยศูนย์บริการเครือข่ายของบริษัท จะสามารถติดตั้งระบบแก๊สธรรมชาติได้ทั้งระบบแอลพีจีและระบบเอ็นจีวี ด้วยอุปกรณ์และการติดตั้งที่ได้มาตรฐานnnสำหรับแนวทางในการขยายธุรกิจของบริษัทนั้น บริษัทได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และกรมแรงงานในการให้ความรู้และฝึกอบรมนักศึกษาและช่างฝีมือแรงงาน ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบแก๊สธรรมชาติในรถยนต์ ซึ่งผู้ที่เข้าอบรมส่วนใหญ่ หากต้องการเปิดศูนย์บริการติดตั้งระบบแก๊สรถยนต์ ก็จะเลือกใช้อุปกรณ์และระบบของเอซี ออโต้แก๊สnn"ที่ผ่านมามีความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับเรื่องของระบบแก๊สรถยนต์ ซึ่งทางบริษัทฯ พยายามที่จะเข้าไปทำความเข้าใจและให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่นักศึกษาตามสถาบันการศึกษา และช่างฝีมือที่อาจจะมีความต้องการในการเปิดศูนย์บริการของตัวเองในอนาคต โดยส่วนใหญ่เมื่อมีการเปิดศูนย์บริการ ก็มักที่จะเลือกสินค้าของเราในการให้บริการเช่นกัน"nnนายภัทรวุฒิกล่าวถึงเป้าหมายการเติบโตของบริษัทว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทสามารถรักษาอัตราการขยายตัวของธุรกิจได้ตามเป้าหมายที่ปีละ 50% อย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจในปี 2554 ที่ไม่น้อยกว่า 50% เช่นเดียวกัน โดยในปี 2553 ที่ผ่านมา บริษัทมีการติดตั้งอุปกรณ์ให้ลูกค้าไปมากกว่า 30,000 คันnnทั้งนี้ บริษัทจะเดินหน้าในการจัดกิจกรรมทางการตลาด โปรโมชั่น และกิจกรรมส่งเสริมการขายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้ความรู้และทำความเข้าใจกับผู้บริโภคในการใช้งานระบบแก๊สธรรมชาติกับรถยนต์มากขึ้น โดยวางงบประมาณในการทำตลาดไว้ที่ 6 ล้านบาทในปีนี้ จากที่ใช้งบประมาณไป 2-3 ล้านบาทในปีที่ผ่านมาnn (Source)