วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

HONDA


31 กรกฎาคม 2553 10:45 น. ข่าวในประเทศ - ฮอนด้ารายงานยอดส่งออกเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 65% คาดเศรษฐกิจเริ่มฟิ้นตัว แจ๊ซครองแชมป์ ตามด้วยซิตี้และซีวิค มั่นใจสิ้นปียอดส่งออกสูงถึง 715,836 ล้านบาท nnบริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ของฮอนด้าประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียเปิดเผยถึงยอดการส่งออกของฮอนด้าในไตรมาสที่ 2 มีมูลค่า 25,474 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ เมื่อรวมกับยอดส่งออกในไตรมาสแรก ฮอนด้ามียอดส่งออกรวมทุกผลิตภัณฑ์ในครึ่งปีแรกคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 51,688 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 65% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาnnนายฟูมิฮิโกะ อิเคะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ เปิดเผยว่า "ผลประกอบการณ์ในครึ่งปีแรกที่เติบโตอย่างงดงามนี้ แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจทั่วโลก ฮอนด้ามั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่งออก เราคาดการณ์ยอดส่งออกของฮอนด้ารวมทุกผลิตภัณฑ์ในปี 2553 นี้จะสูงถึง 90,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 27% และจากฐานการผลิตที่แข็งแกร่งรวมทั้งการขยายตัวอย่างโดดเด่นของตลาดยานยนต์ในประเทศไทย ในปีหน้าฮอนด้าวางแผนจะผลิตรถอีโคคาร์ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ โดยจะส่งออกไปยังประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนั้นจะเปิดตัวรถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ตรุ่นใหม่ในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกเช่นกัน"nnยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและชิ้นส่วนเพื่อการประกอบในไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 มีมูลค่าทั้งสิ้น 16,288 ล้านบาท ทำให้ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและชิ้นส่วนเพื่อการประกอบในครึ่งปีแรกมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 72% คิดเป็น 31,974 ล้านบาท ทั้งนี้ ฮอนด้าส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในไตรมาสที่ 2 รวมทั้งสิ้น 17,294 คัน เพิ่มขึ้น 174% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่า 9,160 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 148% ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาด โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลียและเอเชีย รวมยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในครึ่งปีแรกมีจำนวนทั้งสิ้น 33,638 คัน เพิ่มขึ้น 82% คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 17,954 ล้านบาท โดยรถยนต์รุ่นยอดนิยมที่ส่งออกสูงสุด คือ แจ๊ซ จำนวน 7,571 คัน ตามด้วยซิตี้ 7,312 คัน HONDA ซีวิค 7,201 คัน ซีอาร์-วี 6,742 คัน และ HONDA แอคคอร์ด 4,802 คัน ด้านยอดส่งออกชิ้นส่วนเพื่อการประกอบรถยนต์ในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 43% หรือคิดเป็นมูลค่า 7,068 ล้านบาท เป็นผลมาจากการฟื้นตัวด้านการผลิตของประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ ยอดส่งออกชิ้นส่วนเพื่อการประกอบรถยนต์ในครึ่งปีแรกมีมูลค่า 14,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62%nnในไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 มูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์สำเร็จรูปและชิ้นส่วนเพื่อการประกอบของฮอนด้าเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 46% คิดเป็น 5,454 ล้านบาท รวมยอดส่งออกในครึ่งปีแรกเป็นมูลค่า 10,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48%จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว การที่ฮอนด้าได้เริ่มส่งออกรถจักรยานยนต์รุ่น PCX ไปยังประเทศในยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกา ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดการส่งออกรถจักรยานยนต์สำเร็จรูปมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 19,422 คัน คิดเป็นมูลค่า 1,178 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 243% นอกจากนั้น การขยายตัวของตลาดในเวียดนามและอินโดนีเซียส่งผลให้ยอดการส่งออกชิ้นส่วนเพื่อการประกอบรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 38% หรือ 9,442 ล้านบาทnnประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องยนต์อเนกประสงค์เพื่อส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของ ฮอนด้า โดยปัจจุบันส่งออกไปจำหน่ายกว่า 80 ประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดหลัก คือ สหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 ฮอนด้าส่งออกเครื่องยนต์อเนกประสงค์และชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น 54% คิดเป็นจำนวน 481,068 เครื่อง หรือคิดเป็นมูลค่า 2,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% ทำให้ยอดรวมของครึ่งปีแรก ฮอนด้าส่งออกเครื่องยนต์อเนกประสงค์เป็นจำนวนทั้งสิ้น 974,104 เครื่อง เพิ่มขึ้น 59% คิดเป็นมูลค่า 5,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52%nnนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มหลักดังกล่าวข้างต้น ฮอนด้ายังได้ส่งออกชิ้นส่วนอะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง และแม่พิมพ์จากประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยยอดส่งออกของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดคิดเป็นมูลค่า 953 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2 ทำให้ยอดการส่งออกในครึ่งปีแรกมีมูลค่า 3,362 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% ทั้งนี้ ฮอนด้าคาดการณ์ว่า ยอดส่งออกของฮอนด้ารวมทุกผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย จะมีมูลค่าสะสมสูงถึง 715,836 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2553 nn(Source)

31 กรกฎาคม 2553 12:14 น. ข่าวในประเทศ -เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก (J.D. Power Asia Pacific 2010 Thailand Customer Service Index (CSI) StudySM)เปิดเผยว่า ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2553 โดยการแจ้งเวลานัดรับรถและการประเมินค่าใช้จ่ายที่แม่นยำ กอปรกับศูนย์บริการสามารถทำได้ตามที่แจ้งไว้อย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าในประเทศไทยมีความพึงพอใจต่อการบริการหลังการขายของศูนย์บริการมากขึ้นnnการศึกษาวิจัยนี้ วัดระดับความพึงพอใจต่อขั้นตอนการบริการหลังการขายที่เจ้าของรถยนต์ใหม่ได้รับจากศูนย์บริการมาตรฐานจาก 5 ปัจจัยหลักตามลำดับความสำคัญได้แก่ คุณภาพการให้บริการ ที่ปรึกษาด้านบริการ การรับรถคืน สิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการ และการเริ่มต้นการให้บริการ ค่าดัชนีดังกล่าวคำนวณจากการให้คะแนนด้านการบริการลูกค้าโดยมีคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ค่าเฉลี่ยความพอใจโดยรวมของปี 2553 คือ 823 ซึ่งดีขึ้น 6 คะแนนจากปี 2552nnสำหรับผลการศึกษาวิจัยรถ 9 ยี่ห้อ โตโยต้าครองอันดับสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ด้วย 829 คะแนน โดยสามารถทำคะแนนได้ดีเป็นพิเศษในด้านการเริ่มต้นการให้บริการ สิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการ การรับรถคืน และคุณภาพการให้บริการ ส่วนฮอนด้าครองอันดับสองด้วย 824 คะแนน โดยทำคะแนนได้ดีเป็นพิเศษในด้านที่ปรึกษาด้านบริการ nnในกลุ่มลูกค้าที่กล่าวว่าพวกเขาสามารถรับรถคืนภายในเวลาที่ศูนย์บริการได้แจ้งไว้ตั้งแต่แรกนั้น คะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ที่ 827 คะแนน ซึ่งสูงกว่ากลุ่มลูกค้าที่กล่าวว่าศูนย์บริการไม่ได้แจ้งเวลานัดรับรถ (801 คะแนนโดยเฉลี่ย) หรือ ศูนย์บริการที่ผิดนัด (730 คะแนนโดยเฉลี่ย) ในทำนองเดียวกัน กลุ่มเจ้าของรถยนต์ที่กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายจริงตรงตามที่ประเมินไว้ตั้งแต่แรก หรือต่ำกว่า มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ที่ 827 คะแนน ซึ่งสูงกว่ากลุ่มลูกค้าที่กล่าวว่า ศูนย์บริการไม่ได้ประเมินค่าใช้จ่าย (815 คะแนนโดยเฉลี่ย) หรือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงสูงกว่าราคาที่ประเมินไว้ (766 คะแนนโดยเฉลี่ย)nnนาย โลอิค เปอ็อง ผู้จัดการประจำประเทศไทย เจ. ดี. พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก ประเทศไทย กล่าว "มุมมองของลูกค้าว่าอะไรคือความเหมาะสมสำหรับเวลาการบริการและค่าใช้จ่ายจึงขึ้นอยู่กับความสามารถของศูนย์บริการในการประเมินเวลาแล้วเสร็จและราคาค่าใช้จ่ายที่แม่นยำก่อนให้การบริการ และการประเมินที่เหมาะสมมีความสำคัญมากต่อความพึงพอใจของลูกค้า"nnสำหรับกลุ่มลูกค้าที่บอกว่ารถของพวกเขาเสร็จเรียบร้อยตรงตามเวลาที่ได้นัดหมายไว้ มีลูกค้าถึง 96 เปอร์เซ็นต์ที่ระบุว่าพวกเขาเชื่อว่าระยะเวลาการให้บริการนั้น "เหมาะสม" แต่กลุ่มลูกค้าที่รถไม่เสร็จตามที่ได้นัดหมายไว้ มีเพียง 59 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่กล่าวเช่นเดียวกัน ส่วนกลุ่มลูกค้าที่กล่าวว่าค่าใช้จ่ายจริงตรงกัน หรือ ต่ำกว่าที่ศูนย์ประเมินไว้ มีลูกค้าถึง 95 เปอร์เซ็นต์ที่ระบุว่าราคานั้นเป็นราคาที่ "เหมาะสม" ส่วนกลุ่มลูกค้าที่พบว่าค่าบริการจริงสูงกว่าที่ประเมินไว้มีเพียง 75 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่กล่าวเช่นเดียวกันnnจากผลการศึกษายังพบว่า มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่ระบุว่าพวกเขา "พอใจ" กับการบริการของศูนย์บริการ (โดยให้ 10 คะแนนในช่วงคะแนน 1-10 ) ได้แนะนำการบริการของศูนย์บริการนั้นให้กับผู้อื่น ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ระบุว่าพวกเขา "ผิดหวัง" (โดยให้ 5 คะแนน หรือต่ำกว่าในช่วงคะแนน 1-10) มีเพียง 17 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่แนะนำศูนย์บริการนั้นต่อผู้อื่นnnผลจากการศึกษานี้ได้มาจากการประเมินคำตอบของเจ้าของรถยนต์ใหม่จำนวน 2,840 ราย ที่ซื้อรถตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 ถึงเดือนเมษายน 2552 และที่นำรถของเขาไปรับบริการจากศูนย์ผู้แทนจำหน่ายหรือศูนย์บริการมาตรฐานในช่วงเดือนกรกฎาคม 2552 ถึงเดือนเมษายน 2553 โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในภาคสนามในระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2553nn(Source)

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

VOLVO S60,VOLVO S80,VOLVO


30 กรกฎาคม 2553 09:18 น. ข่าวในประเทศ วอลโว่โชว์ผลงาน 6 เดือนแรกกวาดยอดขายเกือบเท่ายอดขายของปี 2552 สำหรับครึ่งปีหลังชูธงรุ่น VOLVO S80 ที่มีหลายรุ่นเป็นทางเลือกที่สนองได้ทุกความต้องการของลูกค้าและกระตุ้นยอดขาย ย้ำแนวโน้มตลาดรถหรูหลังจากนี้สดใส เตรียมส่งรถหรูขนาดกลาง VOLVO S60 พร้อมนวัตกรรมความปลอดภัยครั้งแรกของโลกลงตลาดไทยnnฉันทนา วัฒนารมย์ ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เฉันทนา วัฒนารมย์ ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "ในช่วงครึ่งปีแม้จะมีวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ แต่วอลโว่ก็ยังสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าคือ กว่า 400 คัน ทำให้มั่นใจว่าปลายปีจะสามารถทำยอดขายถึง 1,000 คันหรือมีเป้าการเติบโต 100% จากปีก่อน ซึ่งมียอดขายรวม 500 คันได้แน่นอนnnสำหรับตัวเลขยอดขายที่เพิ่มขึ้นช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกิดจากบริษัทฯส่งรถยนต์รุ่นใหม่เสริมทัพในเซ็กเมนต์ต่างๆ ทำให้วอลโว่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น VOLVO S80 2.5FT ซีดานรุ่นใหญ่ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี เครื่องยนต์ FlexiFuel ที่สามารถรองรับการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่น้ำมันเบนซินธรรมดาไปจนถึงเบนซินผสม เอทานอลในทุกอัตราส่วนจนถึง 85% (E85) โดยเพิ่มรุ่น Business Line และ Superior ทำให้วอลโว่มีรถ ซีดานขนาดใหญ่ที่หลากหลายให้ลูกค้าเลือกได้ตามต้องการnn วอลโว่ S60 เตรียมจะเปิดตัวเร็ว ๆนี้ ขณะเดียวกัน รถสปอร์ตซีดานขนาดกลาง ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยมีรถยนต์ให้เลือกอาทิ VOLVO S40 และ VOLVO V50 ที่มียอดขายคิดเป็น 39% ของยอดขายรถยนต์วอลโว่ทั้งหมดในปัจจุบัน รถยนต์ทั้งสองรุ่นโดดเด่นด้วยสไตล์สปอร์ต และนวัตกรรมเกียร์เพาเวอร์ชิฟท์ที่ให้แรงบิดดีต่อเนื่องจึงตอบสนองทันใจในทุกสถานการณ์การขับขี่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 8%nn"ช่วงครึ่งปีหลัง เรามั่นใจว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งดูได้จากภาคการส่งออกที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ก็มีแนวโน้มว่าจะเติบโตได้ดี ถ้าไม่มีเหตุการณ์อื่นมากระทบอย่างรุนแรง เราคาดว่าในปีนี้ ตลาดรถหรูจะมีการเติบโตประมาณ 15-20% จากปีก่อน หรือคิดเป็นยอดขายรวมประมาณ 10,000 คัน ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับค่ายรถยนต์ต่างๆ อีกมากในปีนี้" nnจากแนวโน้มนี้ วอลโว่จึงได้เตรียมการที่จะบุกตลาดในช่วงครึ่งปีหลังโดยการนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพ โดยเฉพาะ VOLVO S60 ซีดานขนาดกลางรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับนวัตกรรมความปลอดภัยครั้งแรกของโลก คือ ระบบตรวจจับคนเดินถนน พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ ซึ่งสามารถตรวจหาคนที่กำลังเดินอยู่บนถนนทางด้านหน้าของตัวรถ และเตือนผู้ขับขี่ รวมถึงจะสั่งงานให้ระบบเบรกทำงานอย่างเต็มแรงหากผู้ขับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ อย่างทันท่วงทีnn วอลโว่ S80 ด้วยนวัตกรรมความปลอดภัยครั้งแรกของโลกทำให้ วอลโว่ S60 พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection System) ได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัล FuturAuto Award จากสมาคมนักข่าวยานยนต์แห่งเบลเยี่ยม (UJPA-BJAP Union of Professional Car Journalists) จากประเทศเบลเยี่ยม และรางวัล Plus X Award ประเภท Bestes Produkt 2010 จากประเทศเยอรมนี เมื่อต้นปีที่ผ่านมาnnนอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แล้ว วอลโว่ยังได้เตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดอีกมากมาย อาทิ แคมเปญ VOLVO XC90 D5 โดยให้สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถรุ่นนี้ สามารถผ่อนประมาณ 47,000 กว่าบาท/เดือน เป็นระยะเวลา 60 เดือน ส่วนลูกค้าปัจจุบัน ยังสามารถนำรถยนต์วอลโว่รุ่น V70, VOLVO XC70 และ VOLVO XC90 รุ่นเก่ามาเป็นค่าดาวน์ โดยจะให้ราคาสูงกว่าท้องตลาด เ สำหรับรถทุกคันที่อยู่ในเงื่อนไขเมื่อซื้อ VOLVO XC90 D5 คันใหม่ พร้อมรับสิทธิพิเศษเงื่อนไขการผ่อนเช่นเดียวกัน nn(Source)

HYUNDAI Tucson,KIA SPORTAGE,HONDA,HYUNDAI,KIA


29 กรกฎาคม 2553 11:36 น. ข่าวในประเทศ - ผ่านไปครึ่งปีภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปีเสือไฟสดใสอย่างยิ่ง ทั้งที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการเมืองอย่างหนัก แต่กลับไม่ได้ผลกระทบใดๆ เลย เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีอัตราการขยายตัวกว่า 54% เหตุนี้ทำให้บรรดาค่ายรถยนต์ต่างมองไปในทิศทงเดียวกัน คาดตลาดรถไทยปีนี้จะมีไม่ต่ำกว่า 6.5 แสนคัน บางรายถึงกับฟันธง! ตลาดรถปี 2553 นี้ จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่ ด้วยยอดขายไม่ต่ำกว่า 7.25 แสนคัน หลังจากเคยทำสถิติสูงสุดเมื่อปี 2548 ด้วยจำนวนกว่า 7.03 แสนคัน ซึ่งเป็นผลมาจากภาพรวมตลาดที่ดีแล้ว ยังมาจากรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่กำลังได้รับความนิยมสูง และมีสินค้ารุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเก๋งเล็กจากค่ายรถญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเก๋งซับคอมแพ็กต์ หรือล่าสุดอีโคคาร์ ส่งผลให้ตลาดเก๋งขนาดเล็กขยายตัวเป็นอย่างมาก แต่ภายใต้ภาพดังกล่าวได้ทำให้เกิดการแข่งขันรุนแรงไปด้วย และส่งผลกระทบต่อแบรนด์ระดับเล็กอย่างหนักเช่นกัน nnผ่านไปครึ่งปีภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปีเสือไฟสดใสอย่างยิ่ง ทั้งที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการเมืองอย่างหนัก แต่กลับไม่ได้ผลกระทบใดๆ เลย เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีอัตราการขยายตัวกว่า 54% เหตุนี้ทำให้บรรดาค่ายรถยนต์ต่างมองไปในทิศทงเดียวกัน คาดตลาดรถไทยปีนี้จะมีไม่ต่ำกว่า 6.5 แสนคัน บางรายถึงกับฟันธง! ตลาดรถปี 2553 นี้ จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่ ด้วยยอดขายไม่ต่ำกว่า 7.25 แสนคัน หลังจากเคยทำสถิติสูงสุดเมื่อปี 2548 ด้วยจำนวนกว่า 7.03 แสนคัน ซึ่งเป็นผลมาจากภาพรวมตลาดที่ดีแล้ว ยังมาจากรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่กำลังได้รับความนิยมสูง และมีสินค้ารุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเก๋งเล็กจากค่ายรถญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเก๋งซับคอมแพ็กต์ หรือล่าสุดอีโคคาร์ ส่งผลให้ตลาดเก๋งขนาดเล็กขยายตัวเป็นอย่างมาก แต่ภายใต้ภาพดังกล่าวได้ทำให้เกิดการแข่งขันรุนแรงไปด้วย และส่งผลกระทบต่อแบรนด์ระดับเล็กอย่างหนักเช่นกันnn"การเข้ามาในตลาดเก๋งขนาดเล็กของยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ย่อมส่งผลกระทบต่อแบรนด์เล็กๆ อยู่แล้ว เพราะเขามีความพร้อมทุกอย่าง จึงยากที่เกียจะไปสู้กับเขาได้"nnเป็นคำกล่าวที่ยอมรับความจริงของ "สาธิต เตชะลาภอำนวย" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เกียจากประเทศเกาหลีในไทย และเปิดเผยกับ "ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง" ต่อว่า… "ที่สำคัญบริษัทรถรายใหญ่เหล่านี้ยังได้เปรียบ จากการสนับสนุนการเข้ามาลงทุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษีการลงทุนและภาษีสรรพสามิต มันจึงแทบจะไม่มีทางที่ผู้นำเข้าอย่างเราจะแข่งขันได้เลย"nnทั้งนี้เกียยนตรกิจมอเตอร์เป็นรายแรกๆ ที่พยายามนำเข้ารถขนาดเล็กมาบุกตลาดรถยนต์ไทย โดยมีรถรุ่นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า "เกีย พิแคนโต" ซึ่งในการบุกตลาดเมื่อ 2 ปีก่อน เปิดราคาออกมาที่กว่า 3.9 แสนบาท จนสร้างความฮือฮาให้กับวงการมากทีเดียว รวมถึง "นาซ่า" แบรนด์รถจากมาเลเซีย ที่ยนตรกิจเกียฯ เคยทำตลาด แต่ปัจจุบันก็ต้องหยุดทำตลาดและปล่อยสิทธิ์การจำหน่ายไปnnดังนั้นเมื่อฟังจากปากคำของสาธิต สถานการณ์ปัจจุบันจึงไม่เอื้อที่จะนำรถขนาดเล็ก ในรูปแบบรถนำเข้าสำเร็จรูป หรือซีบียู (CBU) เข้ามาทำตลาดอีกต่อไป แต่เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่ลงทุนผลิตในไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันกับค่ายยักษ์จากญี่ปุ่นได้ สาธิตถึงกับส่ายหัวและพูดตรงไปตรงมาว่า…nn"ทำยังไงก็ยากที่จะแข่งขันได้ ยิ่งเราเป็นแค่ดิสทริบิวเตอร์ หรือตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของแบรนด์ หรือเป็นบริษัทร่วมทุนด้วยแล้ว การสนับสนุนหรือช่วยเหลือจากบริษัทแม่จึงแทบไม่ต้องหวัง สุดท้ายก็ไม่สามารถที่แข่งขันได้อยู่ดี ถึงแม้จะได้รับการสนับสนุนการลงทุน หรือภาษีรถประกอบในประเทศ(CKD)ที่ต่ำลงก็ตาม"nn"ในเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เราจึงไม่ดื้อที่จะลงไปแข่งอีกต่อไป เกียคงจะลดบทบาทในตลาดรถขนาดเล็กลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกการทำตลาดรุ่นพิแคนโตไป เรายังมีรถให้ลูกค้าที่ชื่นชอบ หรือต้องการอยู่ เพียงแต่จะไม่ได้เน้นการทำตลาดมากเหมือนที่ผ่านมาเท่านั้น"nnส่วนแผนการทำตลาดต่อไป สาธิตบอกว่าจะหันไปจับตลาดที่การแข่งขันไม่รุนแรง หรือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มแทน ซึ่งนอกจากรถที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็น "เกีย คาร์นิวัล" รถอเนกประสงค์แบบเอ็มพีวี รวมถึงรถตู้อเนกประสงค์อย่าง "เกีย เพรจิโอ" และปิกอัพ "เกีย เค2009" แล้ว ล่าสุดในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2009 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำเข้า "เกีย โซล" รถอเนกประสงค์ทรงเหลี่ยมมุมทันสมัย ผสมผสานระหว่างเอสยูวี มินิเอ็พพีวี และรถแบบแฮ็ทช์แบ็ก วางเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร ติดตั้งวาล์วแปรผัน CVVT 124 แรงม้า เข้ามาทำตลาดในไทยที่ราคา 1,343,000 บาทnn"นับว่าประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีสไตล์ นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคันจากประเทศเกาหลี ในราคาเพียงกว่า 1.3 ล้านบาท ทำให้การตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยดีทีเดียว โดยถึงปัจจุบันมียอดขายไปแล้วกว่า 60 คัน แต่ในความเป็นจริงน่าจะทำได้มากกว่านี้ แต่ติดอยู่เรื่องสีตัวรถที่ลูกค้านิยม เช่น สีขาว หรือสีอ่อนๆ ไม่เพียงพอกับความต้องการ ที่เหลืออยู่เป็นสีดำลูกค้าก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ซึ่งกว่าจะสั่งนำเข้าและไม่แน่ใจว่าทางบริษัทแม่ที่เกาหลีจะมีให้ได้แค่ไหน เรื่องนี้จึงเป็นปัญหาอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตามเชื่อว่าปีนี้น่าจะสามารถทำยอดขายรุ่นโซลได้ประมาณ 200 คัน หรืออาจจะถึง 300 คัน หากไม่มีปัญหาหรือแก้ไขเรื่องการสั่งสีที่ลูกค้าต้องการได้"nnสำหรับการนำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาทำตลาดในไทย สาธิตบอกว่าคงเป็นไปตามแนวทางที่จะมุ่งไปจับตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่สนใจและศึกษาถึงความเป็นไปในการทำตลาด เป็นรถอเนกประสงค์แบบเอสยูวี "เกีย สปอร์ตเทจ" โฉมใหม่ ที่เพิ่งเผยโฉมไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาnn"เกีย สปอร์ตเทจ โฉมใหม่ นับเป็นรถที่น่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคในไทยอีกครั้ง หลังจากได้ยุติการทำตลาดรถรุ่นนี้มาระยะหนึ่ง เพราะได้มีการปรับเปลี่ยนให้ดูทันสมัย และเทคโนโลยีต่างๆ ก็ล้ำสมัยกว่าเดิมมาก จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้ แต่แนวโน้มไม่น่าจะนำเข้ามาได้ทันช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากรถเพิ่งเปิดตัวสู่ตลาด และกว่าจะผลิตรุ่นพวงมาลัยขวา จึงคาดว่าเป็นช่วงต้นปีหน้าที่น่าจะนำเข้ามาทำตลาดในไทยได้"nnเกีย สปอร์ตเทจ (Kia Sportage) โฉมใหม่ เป็นรุ่นที่ 3 โดยเจนเนอเรชั่นแรกเปิดตัวเมื่อปี 1993 เคยเข้ามาทำตลาดในไทยประสบความสำเร็จอย่างมาก ภายใต้การเป็นตัวแทนจำหน่ายของ "พรีเมียร์กรุ๊ป" แต่ต่อมาได้ยุติการทำตลาดและสิทธิ์การจำหน่ายในไทยมาอยู่ในมือกลุ่มยนตรกิจ และช่วงแรกๆ ได้นำเข้าเจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่เปิดตัวในตลาดโลกเมื่อปี 2002 มาทำตลาดระยะสั้นๆ ก่อนจะเลิกไปในที่สุด เพราะไม่สามารถแข่งขันรถที่ประกอบในประเทศอย่าง " ฮอนด้า ซีอาร์-วี" ได้ nnส่วนเกีย สปอร์ตเทจ เจนเนอเรชั่นที่ 3 เผยโฉมครั้งแรกในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2010 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้จะเป็นรถที่ออกแบบขึ้นใหม่ แต่ได้ใช้ชิ้นส่วนและพื้นฐานตัวถัง ตลอดจนเครื่องยนต์ร่วมกับ " ฮุนได ทูซอน" (Hyundai Tucson) ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปไม่นาน เนื่องจากเกีย มอเตอร์ ประเทศเกาหลี เป็นบริษัทในเครือของ ฮุนได มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของเกาหลีnnเกีย สปอร์ตเทจ โฉมใหม่ ขยายมิติถังกว้างและความยาวเพิ่มขึ้น เมื่อบวกกับรูปทรงภายนอกที่ดูบึกบึก และติดล้อขนาดโต จึงทำให้รถเต็มไปด้วยมัดกล้ามและทรงพลัง เบื้องต้นเปิดตัวสู่ตลาดยุโรป วางเครื่องยนต์ให้เลือก 4 ขนาด คือ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 1.6 ลิตร 140 แรงม้า และรุ่น 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 163แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคอมมอนเรล ขนาด 1.7 ลิตร 115 แรงม้า และรุ่น 2.0 ลิตร 136 แรงม้า มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า และแบบ 4 ล้อnnแน่นอนหากนำเข้ามาทำตลาดในไทย คงจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ฮุนได ทูซอน ที่เลือกเป็นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร แต่ทาง "ยนตรกิจเกียมอเตอร์" จะเลือกทั้งเบนซินและดีเซลหรือไม่? คงต้องมาลุ้นกันในช่วงต้นปีหน้าต่อไป… nn(Source)

วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

HONDA


29 กรกฎาคม 2553 09:04 น. ข่าวในประเทศ - เจ้าตลาดสองล้อ "ฮอนด้า" ยกบทบาทไทยเป็นฐานพัฒนาและผลิตรถจักรยานยนต์คุณภาพสูง พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย รองรับตลาดภายในและส่งออกทั่วโลก หลังประสบความสำเร็จกับเครื่องยนต์หัวฉีด PGM-FI และเปิดตัวรถรุ่น "พีซีเอ็กซ์" ล่าสุดลุยโครงการยักษ์กว่า ทุ่มลงทุนพัฒนาและขึ้นไลน์ผลิตรถสปอร์ตโมเดลใหม่เปิดตัวปลายปีนี้ และเชื่อมั่นตลาดฟื้นตัวแล้ว คาดภาพรวมยอดขายปีนี้พุ่ง 1.79 ล้านคัน เติบโต 16% ฮอนด้ากวาดไป 1.22 ล้านคันnnจิอากิ คาโตจิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในไทย เปิดเผยว่า ในทุกๆ ปีฮอนด้าได้มีการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง แต่การดำเนินงานของฐานผลิตในภูมิภาคเอเชียได้แยกบทบาทชัดเจน โดยอินเดียและอินโดนีเซียจะขยายการผลิตเน้นเชิงปริมาณ ขณะที่ฐานการผลิตในไทยจะเป็นเรื่องของการพัฒนาและผลิตรถจักรยานยนต์คุณภาพสูง หรือเป็นสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงใหม่ๆnn"ฮอนด้าได้เป็นผู้ริเริ่มนำเทคโนโลยีหัวฉีดมาใช้ในไทยเป็นรายแรก และล่าสุดได้เปลี่ยนทุกรุ่นเป็นรถหัวฉีด PGM-FI ทั้งหมด และเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดตัวรุ่นพีซีเอ็กซ์(PCX) รถโมเดลใหม่ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อรองรับการทำตลาดในประเทศและส่งออกทั่วโลกเป็นครั้งแรก และปลายปีนี้ก็จะมีการแนะนำรถจักรยานยนต์สปอร์ตโมเดลใหม่ ซึ่งเป็นอีกโครงการใหญ่ในไทย ที่ลงทุนพัฒนาและผลิตขึ้นใหม่ เพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกทั่วโลกเช่นเดียวกัน"nnโดยโครงการผลิตรถสปอร์ตโมเดลใหม่ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดและมูลค่าการลงทุนในขณะนี้ได้ แต่จะเป็นโครงการที่มีการลงทุน และมีความสำคัญใกล้เคียงหรือมากกว่า การลงทุนผลิตรถรุ่นพีซีเอ็กซ์แน่นอน ซึ่งการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามแผน กำหนดแนะนำสู่ตลาดไทยประมาณช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ส่วนการส่งออกทั่วโลกน่าจะเริ่มหลังจากนั้น เช่นเดียวกับรุ่นพีซีเอ็กซ์ที่แนะนำสู่ตลาด ช่วงเดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา และส่งออกเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกรุ่นพีซีเอ็กซ์มากกว่าตลาดในประเทศแล้วnnนายคาโตเปิดเผยว่า นอกจากนี้ฮอนด้ายังเตรียมพิจารณา แผนการทำตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ หลังจากต้องเลื่อนแผนการดำเนินงานมาในช่วง 1-2 ที่ผ่านมา จากปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว แต่เมื่อสภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ฮอนด้าจึงเตรียมที่จะนำกลับมาดำเนินการใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะชัดเจนได้ในปี 2554 ที่จะถึงนี้nn"การทำตลาดบิ๊กไบค์ไม่ใช่เพียงนำรถเข้ามาขาย และมีโชว์รูมรองรับเท่านั้น แต่บิ๊กไบค์เป็นรถที่มีเทคโนโลยีสูง จึงจำเป็นจะต้องปรับแต่งให้สอดคล้องกับสภาพในไทย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ให้รองรับน้ำมันในไทย เรื่องของเสียง และมลพิษไอเสีย รวมถึงแสงสว่างของไฟหน้าและท้าย เป็นต้น เหตุนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับบิ๊กไบค์ที่นำเข้ามาทำตลาด ฮอนด้าในไทยจึงต้องลงทุนมากกว่า 10 ล้านบาท ตั้งศูนย์พัฒนาและปรับแต่งบิ๊กไบค์ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับบิ๊กไบค์ที่จะนำเข้ามาทำตลาดในไทยโดยเฉพาะ" nnนายคาโตกล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 นับว่ามีการขยายตัวเป็นอย่างมาก มีตัวเลขยอดจดทะเบียนทุกยี่ห้อรวมกว่า 9.33 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 25% โดยฮอนด้ามียอดขายกว่า 6.41 แสนคัน เพิ่มขึ้น 30% และครองส่วนแบ่งทางการตลาด หรือแชร์สูงสุด 69% ซึ่งการที่ตลาดรถจักรยานยนต์ครึ่งปีแรกเติบโตมาก เนื่องจากช่วงปี 2552 ตลาดลดลงมาก จากผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อรถใหม่ จนมาปีนี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว และค่ายรถแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาด ทำให้ลูกค้ากลับมาเทซื้อรถใหม่มากกว่าปกติnnPCX"คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดจะกลับมาขยายตัวสู่สภาวะปกติ ทำให้ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.79 ล้านคัน หรือเทียบกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 16% โดยฮอนด้าคาดว่าจะมียอดขายตลอดทั้งปี 1.22 ล้านคัน ขยายตัว 20% และครองส่วนแบ่งการตลาด 69%" นายคาโตกล่าวnnสำหรับกลยุทธ์การทำตลาดให้บรรลุเป้าหมาย ฮอนด้ามุ่งเน้นสร้างความพึงพอใจให้ผู้ใช้ และการสื่อสารการตลาด หรือแผนประชาสัมพันธ์ต่างๆ โดยฮอนด้ามุ่งเน้นและรุกทำกิจกรรมสานต่อไลฟ์สไตล์ความสนุกของวัยรุน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของวัยรุ่นยุคใหม่ เช่นจัดกิจกรรม "สกู๊ปปี้ ดี-เดย์" ร่วมกับร้านผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่วนวิธีการทำตลาดฮอนด้าจะคงเน้นเรื่อง Tarเet Marketing และ Relation Marketing เป็นหลัก โดยมีเรื่องของ Music และSport หรือ Lifestyle Marketing เป็นเครื่องมือสู่เป้าหมายnn(Source)

BMW,LEXUS,MERCEDES BENZ


28 กรกฎาคม 2553 15:47 น. ข่าวต่างประเทศ - ปัญหาการเรียกรถยนต์กลับคืนมาซ่อม หรือ Recall ครั้งใหญ่ไม่เพียงแต่ส่งผลประทบต่อโตโยต้าเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเล็กซัสจะโดนหางเลขตรงนี้ไปเต็มๆ ด้วยเช่นกัน และอาจทำให้ความเป็นหมายเลข 1 ในตลาดรถยนต์หรูของสหรัฐอเมริกาที่ถือครองมานานร่วม 10 ปีต้องสั่นคลอน เพราะในตอนนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ทำตัวเลขยอดขายไล่จี้เข้ามาติดๆ และมีสิทธิ์เบียดแซงขึ้นหน้าได้เมื่อถึงปลายปีnnมีการเปิดเผยว่า ยอดขายของเล็กซัสในตลาดสหรัฐอเมริกาช่วงครึ่งแรกของปี แม้ว่าจะดูดีในเรื่องตัวเลข เพราะมียอดขายเพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 107,430 คัน แต่ทว่าส่วนแบ่งในตลาดกลับลดลงจากเดิมอยู่ที่ 2.1% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเหลือเพียง 1.98% ขณะที่ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์กำลังเร่งฝีเท้าเต็มที่ และมียอดขายอยู่ในระดับ 106,972 คัน ตามหลังเพียง 458 คันเท่านั้นnnJesse Toprak รองประธานฝ่ายวิเคราะห์ตลาดและอุตสาหกรรมรถยนต์ของ Truecar.com ในสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ‘ดูเหมือนว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์กำลังมีแนวโน้มที่ดี และอาจจะทำยอดขายแซงหน้าเล็กซัสได้ เพราะปัญหาการ Recall ที่เกิดขึ้นกับรถยนต์หลายรุ่นของ เล็กซัส ส่งผลต่อยอดขายพอสมควรเลยทีเดียว ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับแบรนด์รถยนต์จากเยอรมนีในการยึดครองความเป็นผู้นำกลับคืนมาแล้ว’ โดยเขาเชื่อว่ากลยุทธ์ทางการตลาด และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญของการตัดสินผลแพ้ชนะในครั้งนี้nnอย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิเคราะห์อีกหลายรายที่ก็ยังไม่กล้าฟันธงว่าชัยชนะในปีนี้จะตกเป็นของเมอร์เซเดส-เบนซ์แบบ 100% เพราะในปีที่แล้ว พวกเขาเคยบอบช้ำจากความพ่ายแพ้ในการชิงชัยในลักษณะนี้มาแล้ว เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2009 เล็กซัสมียอดขายตามหลังทั้งเมอร์เซเดส- เบนซ์ และ บีเอ็มดับเบิลยู ด้วยตัวเลขเพียง 90,060 คัน แต่สุดท้ายก็เร่งทำยอดขายในปลายปี และผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของตลาดรถยนต์หรูได้เป็นปีที่ 10 ติดต่อกันnn(Source)

NISSAN


28 กรกฎาคม 2553 17:03 น. ข่าวต่างประเทศ - นิสสัน มาร์ช ที่ญี่ปุ่นขายดีไม่แพ้ประเทศไทย หลังเปิดตัว 2 สัปดาห์ มียอดจองกว่า 12,000 คัน คุยมาตรฐานการผลิตจากไทยเป็นที่ยอมรับnnรายงานข่าวจากบริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า หลังจากแนะนำรถยนต์ นิสสัน มาร์ช ซึ่งผลิตในประเทศไทย ภายใต้โครงการรถยนต์นั่งประหยัดพลังงาน หรือ Eco-Car ให้กับผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นไปเมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่าได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี สามารถสร้างยอดจองได้สูงกว่า 12,000 คันภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์nnเดิมนิสสันคาดว่า นิสสัน มาร์ช จะมียอดจองอยู่ที่ประมาณ 4,000 คันต่อเดือนเท่านั้น แต่ปรากฎว่าได้การยอมรับเกินความคาดหมาย ด้วยยอดจองสูงเกินกว่า 3 เท่า ซึ่งถือเป็นปรากฎการณ์ครั้งสำคัญของตลาดรถยนต์ในญี่ปุ่น เพราะไม่เพียงจะแสดงให้เห็นถึงการยอมรับในคุณภาพการผลิตรถยนต์ของบริษัท นิสสัน ในประเทศไทย เท่านั้น แต่ยังเป็นการยอมรับในคุณสมบัติของรถยนต์ มาร์ช ที่สามารถชนะใจผู้บริโภคได้อีกด้วยnnทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ นิสสัน มาร์ช ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค คือ คุณสมบัติในการประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะในการขับขี่คล่องตัว ครบครันด้วยอุปกรณ์ให้ความสะดวก ในราคาที่เหมาะสม โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมและมียอดจองสูงสุดคือ รถยนต์รุ่น 12X (2WD) ซึ่งมีเทคโนโลยี Idle Stop ที่มีคุณสมบัติที่ช่วยในการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีสัดส่วนในการจองสูงถึง 60%nnอนึ่ง นิสสัน มาร์ช ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของ นิสสัน ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยและส่งออกไปจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โครงการ Eco-Car ซึ่งรัฐบาลไทยให้การสนับสนุนเพื่อให้เป็น Product Champion ตัวที่ 2 ซึ่ง บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการฉลองการส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกขึ้น เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมาnn(Source)

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

FIAT


28 กรกฎาคม 2553 07:16 น. ข่าวต่างประเทศ - หลังจากหายหน้าไปจากตลาดสหรัฐอเมริการร่วม 30 ปี ในตอนนี้ทางผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของอิตาลีอย่าง เฟียต ประกาศเดินหน้าลุยเมืองลุงแซมอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมนี้ และตั้งเป้าว่าจะสามารถกลับมาครองใจอเมริกันชนได้ ด้วยหลักชัยของยอดขายในปีแรกของการทำตลาดที่ตั้งเอาไว้ 50,000-100,000 คัน nnเว็บไซต์ autonews เปิดเผยว่า จะใช้รุ่น FIAT 500 เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาดผ่านทางดีลเลอร์ของไครสเลอร์จำนวน 200 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา และในช่วง 2 ปีแรกจะมีขายเฉพาะ FIAT 500 เท่านั้น แต่มี 4 แบบของตัวถังและรุ่นย่อยให้เลือกสัมผัสตามความต้องการของลูกค้า โดยทางเฟียตเชื่อมั่นว่าด้วยผลสำเร็จของ FIAT 500 ที่ทำยอดขายได้อย่างยอดเยี่ยมทั่วโลก ประกอบกับความต้องการรถยนต์ขนาดเล็กที่มีความประหยัดน้ำมันจะช่วยทำให้กระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดีnnรุ่นแรกที่ทำตลาดจะเป็น FIAT 500 แบบ 3 ประตู พร้อมเครื่องยนต์รุ่นใหม่ FIRE ที่ติดตั้งระบบ MultiAir ช่วยทำให้เครื่องยนต์ 1,400 ซีซีสามารถผลิตกำลังออกมาได้ 100 แรงม้า และมีความประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม โดยไลน์ผลิตของตัวรถยนต์จะอยู่ที่โรงงานในเมือง Toluca ประเทศเม็กซิโก ขณะที่เครื่องยนต์จะประกอบที่เมืองดันดี มลรัฐมิชิแกนnnจากนั้นเมื่อถึงปี 2011 เฟียตจะเพิ่มตัวถังเปิดประทุน และอยู่ในไลน์ผลิตของโรงงานที่ Toluca เช่นเดียวกับรุ่นแฮทช์แบ็ก และในปี 2012 ก็จะมีรุ่น EV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่นี่ พร้อมกับรหัสอาบาร์ธ ตัวแรงที่อัพเกรดเครื่องยนต์ 1,400 ซีซีจนมีกำลังอยู่ในระดับ 160 แรงม้าnnนอกจากนั้น ยังมีข่าวระบุอีกว่า เฟียตกำลังพัฒนารุ่น 4 ประตูซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวถังมินิแวนของ FIAT 500 และจะมีการเปิดตัวในยุโรปปี 2012 ซึ่งทางเฟียตจะนำรุ่นนี้เข้ามาขายในสหรัฐอเมริกาเช่นกัน แต่จะประกอบที่โรงงานในประเทศเซอร์เบียnnหลังจากเข้ามาถือหุ้นและปรับปรุงกิจการของไครสเลอร์เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ในตอนนี้ผลิตภัณฑ์ระหว่างเฟียตและไครสเลอร์มีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น และมีการแชร์พื้นฐานทางวิศวกรรมกันหลายรุ่น โดยนอกจากแบรนด์เฟียตแล้ว ยังมีการนำอัลฟาเข้ามาขาย โดยจะเริ่มกับรุ่น MiTo และจุยเลียตตา ส่วนแลนเซียจะทำตลาดโดยใช้ชื่อของไครสเลอร์แทน nnขณะเดียวกัน เฟียตก็จะนำรถยนต์ของไครสเลอร์บางรุ่นเข้าไปขายในยุโรป และเปลี่ยนชื่อมาเป็นรถยนต์ในเครือของตัวเอง พร้อมกับอาศัยเครือข่ายของตัวแทนจำหน่ายในยุโรปรับหน้าที่นี้ไปnn(Source)

27 กรกฎาคม 2553 16:23 น. ข่าวในประเทศ- นายฤทธิชัย ติงธนาธิกุล กรรมการ บริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด ผู้ผลิตแบตเตอรี่ TPS SPARK เปิดตัวแนะนำแบตเตอรี่ TPS SPARK กลุ่ม HIGH POWER TYPE สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องคอมมอนเรล 2 รุ่น คือรุ่น NX110-5L สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องคอมมอนเรล 2500 ซึ่งเป็นแบตเตอรี่รุ่นล่าสุดที่วางจำหน่าย ส่วนรุ่น 105D31L ใช้เครื่องคอมมอนเรล 3000 เป็นรุ่นที่พัฒนาให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น หลังวางจำหน่ายเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา nnสำหรับคุณสมบัติเด่น4 ประการของ TPS SPARK คือ การออกแบบเฉพาะ ( Specific Design for Commonrail Engine) ,การให้พลังไฟที่ดีกว่า (Powerful and Butter Starting ) ,อายุการใช้งานยาวนานกว่า ( Longer Life) และเพิ่มความสะดวกในการดูแลด้วยตาแมว (Indicator) พร้อมวางจำหน่ายในเดือนหน้า บริษัทฯมั่นใจว่าจะมียอดจำหน่ายแบตเตอรี่รุ่นนี้ประมาณ 20,000 ลูก ภายในปี 2010 และมีเป้าหมายการจัดจำหน่ายแบตเตอรี่ TPS SPARK ทุกรุ่นในปีนี้ประมาณ 250,000 ลูกnn" TPS SPARK ได้ทำการพัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์แต่ละรุ่นที่พัฒนามากขึ้น และต้องการแบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟในการจ่ายไฟให้กับเครื่องยนต์ได้อย่างเหมาะสม TPS SPARK ภายใต้คอนเซ็ปต์ HIGH POWER TYPE จึงเป็นแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพเหนือมาตรฐาน และถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับเครื่องยนต์คอมมอนเรลโดยเฉพาะ โดยสามารถให้กำลังไฟในการสตาร์ทมากขึ้นอย่างมาก และสามารถจ่ายไฟได้มากกว่าและยาวนานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปถึง 35% จึงใช้งานได้ยาวนานกว่าแบตเตอรี่ที่นิยมใช้ทั่วไปในท้องตลาด นอกจากนี้ TPS SPARK HIGH POWER TYPE ยังมีตาแมวเพื่อบอกระดับของน้ำกรดและกำลังไฟในแบตเตอรี่ทุกลูก เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ได้อย่างสะดวกและง่ายในการดูแลรักษา" นายฤทธิชัยกล่าวnnครั้งนี้ได้มีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรกของผลิตภัณฑ์ TPS SPARK กลุ่ม HIGH POWER TYPE ซึ่งทางบริษัทได้รับเกียรติจาก พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กูรูของวงการรถยนต์ไทยที่ได้รับการยอมรับจากวงการรถยนต์ทั่วโลก เป็นพรีเซนเตอร์ของแบตเตอรี่ TPS SPARK HIGH POWER TYPE โดยจะทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพของแบตเตอรี่ TPS SPARK กลุ่ม HIGH POWER TYPE ซึ่งถูกผลิตขึ้นเพื่อรองรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องคอมมอนเรลโดยเฉพาะnnพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กล่าวว่า "การตอบรับเป็นพรีเซนเตอร์ของแบตเตอรี่ TPS SPARK กลุ่ม HIGH POWER TYPE เกิดจากความมั่นใจในบริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจมานานกว่า 58 ปี และยังคงรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้คงมาจากการที่ได้ทดสอบแบตเตอรี่ TPS SPARK สำหรับเครื่องยนต์คอมมอนเรลกับรถที่ผมใช้ประจำแล้วก็พบว่า แบตเตอรี่ TPS SPARK กลุ่ม HIGH POWER TYPE เป็นแบตเตอรี่ที่ได้รับการออกแบบเพื่อเครื่องยนต์คอมมอนเรล สำหรับการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบตเตอรี่ TPS SPARK กลุ่ม HIGH POWER TYPE มีระยะเวลา 1ปี เพื่อทำการประชาสัมพันธ์พร้อมถ่ายภาพโฆษณา"nnนายเกียรติยศ ณ นคร ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ TPS SPARK เปิดเผยถึงแผนการตลาดและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ TPS SPARK กลุ่ม HIGH POWER TYPE ทั้ง 2 รุ่น ว่า "เบื้องต้นวางแผนที่จะใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท สำหรับการทำประชาสัมพันธ์ช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปี 2010 โดยเราเน้นการสื่อสารผ่านทั้งสื่อโทรทัศน์ และสิ่งพิมพ์ ต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักสินค้าของเรามากขึ้น และให้ผู้ใช้รถยนต์เครื่องคอมมอนเรล ได้ตระหนักและเข้าใจ ว่ารถยนต์เครื่องคอมมอนเรล ต้องใช้แบตเตอรี่ในกลุ่ม HIGH POWER TYPE ถึงจะเหมาะสมที่สุด"nn(Source)

วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

LANDROVER,ROVER,TATA


27 กรกฎาคม 2553 09:36 น. ข่าวต่างประเทศ - ทาทา มอเตอร์ส กรุ๊ป รายงานยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทั่วโลกประจำเดือนมิถุนายน 2553 มีจำนวน 91,608 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 46 จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นยอดจำหน่ายรถยนต์ทาทา, ทาทา แดวู, ฮิสปาโน คาร์โรเซรา, จากัวร์, แลนด์โรเวอร์ และแบรนด์อื่นๆ ที่ทาทาเป็นผู้จัดจำหน่ายในประเทศอินเดีย ส่วนยอดจำหน่ายรวมในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนปีนี้อยู่ที่ 249,322 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนnnในเดือนมิถุนายน 2553 ทาทาจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ได้ 39,975 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่วนในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนจำหน่ายได้รวม 111,298 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 รถยนต์นั่งโดยรวมมียอดจำหน่าย 51,633 คันในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 ส่วนยอดจำหน่ายเดือนเมษายนถึงมิถุนายนมีจำนวน 138,024 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 58 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลของทาทาและยี่ห้ออื่นๆ ที่ทาทาจัดจำหน่าย มียอดจำหน่ายรวม 31,444 คันในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 58 ส่วนในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนจำหน่ายได้ 80,871 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 57nnสำหรับรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์มียอดจำหน่ายทั่วโลกในเดือนมิถุนายน 20,189 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 47 แบ่งออกเป็นรถยนต์จากัวร์ 6,776 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 และ แลนด์โรเวอร์ 13,413 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 ยอดขายรวมของทั้งสองยี่ห้อช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2553 มีจำนวน 57,153 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 แบ่งออกเป็นจากัวร์ 15,455 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 และ แลนด์โรเวอร์ 41,698 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 71nn(Source)

CHEVROLET


26 กรกฎาคม 2553 15:16 น. ข่าวในประเทศ - ปิดฉาก"Bangkok Used Car & SuperCar Show 2010" ผู้จัดเผย 5 วัน คนแห่ชมทะลุ 1แสน และทำยอดขายได้กว่า 1,500 คัน มูลค่าประมาณ5,000 ล้านบาท ลั่นปีหน้าขยายพื้นที่อีก 20,000 ตารางเมตรnnปราจิน เอี่ยมลำเนา (ซ้าย) จาตุรนต์ โกมลมิศร์ (กลาง) ร่วมจับรางวัลใหญ่ เชฟโรเลต อาวีโอจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานจัดงาน "Bangkok Used Car & Super Car Show 2010" มหกรรมรถยนต์มือสองและยนตกรรมหรู กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จสำหรับการจัดงานครั้งนี้ และทำให้เชื่อมั่นได้ว่า เศรษฐกิจของไทยเริ่มฟื้นไปในทางที่ดีขึ้น เพราะตลอด 5 วันของการจัดงานเริ่มตั้งแต่ 21-25 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีผู้สนใจเข้าร่วมชมงานมากถึง 101,000 คน และผู้จำหน่ายสามารถปิดยอดขายรวม 1,500 คัน หรือมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทnnนอกจากนี้ยังมีการจับรางวัลผู้โชคดีจากการซื้อรถภายในงาน โดย เฉลียว ลิ่มเรืองโรจน์ จาก จ.สมุทรปราการได้รางวัลใหญ่รถยนต์ เชฟโรเลต อาวีโอ ป้ายแดงมูลค่า 500,000 บาท ขณะที่ วรภร รัตนาภรณ์ และ ยุวดี แซ่ลี้ จาก กรุงเทพฯ เป็นผู้โชคดีรับรางวัลตั๋วเครื่องบินไปดู F1 ที่สิงคโปร์ โดยทั้งหมดจะได้รับการติดต่อจากบริษัท กรังดปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อรับรางวัลและจะมีพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการต่อไปnnนายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กล่าวว่า กรังด์ปรีซ์ยังเดินหน้าการจัดมหกรรมยานยนต์ดีๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการใช้รถยนต์ของคนไทยทั้งรถใหม่ และรถมือสอง โดยในปีหน้าได้มีการวางแผนการจัดงานมหกรรมรถมือสองและยนตรกรรมหรู ปี 3 คาดว่าจะมีพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้นอีก 20,000 ตร.ม. และเตรียมเพิ่มงบในการดำเนินงานอีก 50 ล้านบาทnn(Source)

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553


26 กรกฎาคม 2553 09:39 น. ข่าวในประเทศ - ยีเอสมุ่งสร้างแบรนด์รอยัลตี้มัดใจลูกค้าระยะยาวเจาะเข้าถึงผู้ใช้โดยตรง เปิด "GS Friendly Station" ศูนย์บริการตรวจเช็คแบตเตอรี่และระบบไฟรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดให้บริการฟรี สาขาแรกที่ปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาเอกมัย พร้อมต่อยอดขยายฐานลูกค้า หนุนการขายของดีลเลอร์ทั่วประเทศด้วยกิจกรรมโรดโชว์ตรวจเช็คระบบแบตฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย nnนายประกาสิทธิ์ พรประภา กรรมการ บริษัท สยามยีเอส แบตเตอรี่ จำกัด และบริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ "ยีเอส แบตเตอรี่" เปิดเผยว่า การเปิดให้บริการ "GS Friendly Station" ศูนย์บริการตรวจเช็คแบตเตอรี่และระบบไฟรถยนต์ เป็นการริเริ่มกิจกรรมที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปในการใช้แบตเตอรี่อย่างถูกวิธี ให้บริการทั้งการตรวจเช็คแบตเตอรี่ เติมน้ำกลั่น โดยมีช่างเทคนิคประจำที่มีความรู้ความชำนาญคอยให้บริการ และไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งจะเปิดให้บริการสาขาแรกที่ปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาถนนเอกมัย กรุงเทพฯ ใช้งบประมาณ 1 ล้านบาทnn"GS Friendly Station เป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้าทั้งกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน และลูกค้าใหม่ ทั้งนี้รูปแบบการให้บริการของศูนย์ฯ ดังกล่าว เน้นการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการใช้แบตเตอรี่รถยนต์แก่ผู้ใช้รถยนต์ทุกกลุ่ม โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้ใช้แบตเตอรี่แบรนด์ "ยีเอส แบตเตอรี่" เท่านั้น และให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บริษัทฯ คาดหวังว่า การริเริ่มกิจกรรมดังกล่าวจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ "ยีเอส แบตเตอรี่" ขณะเดียวกัน ยังเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อีกด้วย"nnทั้งนี้บริษัทฯ ร่วมเป็นพันธมิตรกับปั๊มน้ำมันบางจาก เปิด "GS Friendly Station" เพื่อให้บริการลูกค้าในกรุงเทพฯ และสำหรับพื้นที่ในต่างจังหวัด บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้จำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ จัดกิจกรรม "GS Free Inspection" มาอย่างต่อเนื่อง ให้บริการตรวจเช็คแบตเตอรี่และระบบไฟรถยนต์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมๆ กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนการขายของผู้จำหน่าย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในด้านความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการ และยอดขายของผู้จำหน่าย โดยในครึ่งปีหลังนี้ ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าขยายผู้แทนจำหน่ายจากปัจจุบัน 270 แห่งทั่วประเทศ ให้ครบ 300 แห่งทั่วประเทศnnปัจจุบัน แบตเตอรี่ยีเอสยังคงครองความเป็นหนึ่งของตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ ทั้งในตลาดโรงงานประกอบรถยนต์ (OEM) และตลาดทดแทน (REM) โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายในกลุ่มแบตเตอรี่รถยนต์ของตลาดทดแทนในประเทศมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ยอดขายรวมของกลุ่มแบตเตอรี่รถยนต์ในปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตสูงถึง 40% หรือประมาณ 1.8 ล้านลูก ซึ่งเป็นผลจากการเดินหน้าทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มผู้จำหน่ายทั่วประเทศnn(Source)

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

NISSAN


23 กรกฎาคม 2553 08:17 น. ข่าวต่างประเทศ- นิสสัน มอเตอร์ วางเป้าหมายเครื่องยนต์บล็อกใหม่รหัส HR12DDR จะเป็นขุมพลังเบนซินที่มีความประหยัดน้ำมันมากที่สุดในโลก และเตรียมนำมาติดตั้งกับซิตี้คาร์รุ่นดังอย่างมาร์ช หรือไมครา ที่เพิ่งเปิดตัวขายเมื่อต้นปี 2010nnเครื่องยนต์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากพื้นฐานรหัส HR12DE ซึ่งเป็นแบบ 3 สูบ 1,200 ซีซี ติดตั้งซูเปอร์ชาร์จ พร้อมกับปรับปรุงระบบการเผาไหม้มาเป็นแบบ Miller Cycle ใช้ระบบไดเร็กต์อินเจ็กชัน หรือ Gasoline Direct Injection system (DIG) มีการเพิ่มอัตราส่วนการอัด หรือ Compression Ratio ขึ้นมาอยู่ในระดับ 13.0 : 1 ] สำหรับแหวนลูกสูบมีการเคลือบวัสดุที่เรียกว่า DLC หรือ Diamond-Like Carbon ซึ่งจะช่วยลดการเสียดทานของชิ้นส่วนลงได้ 30% เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์แบบ 4 สูบที่มีการผลิตกำลังขับเคลื่อนในระดับเดียวกันnnนอกจากนั้น ยังมีการติดตั้งระบบ Auto Start/Stop ซึ่งจะมีการดับเครื่องยนต์ เมื่อจอดติดอยู่กับที่ เพื่อลดการกินน้ำมัน และช่วยในเรื่องการปล่อยมลพิษออกสู่อากาศnnเรื่องกำลังขับเคลื่อน ทางนิสสันไม่ได้เผย บอกแค่ว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ได้จากเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี พร้อมระดับการคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 95 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการทดสอบรูปแบบใหม่ของยุโรป หรือ New European Drive Cycle โดยการพัฒนาครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางโปรแกรม Nissan Green Program 2010 (NGP 2010) ในการพัฒนาเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมnnนิสสันเผยว่าเครื่องยนต์บล็อกนี้จะถูกนำมาติดตั้งในมาร์ช หรือไมคราที่ขายอยู่ในยุโรป โดยจะเริ่มทำตลาดช่วงกลางปี 2011 เป็นต้นไปnn(Source)

MITSUBISHI LANCER,MITSUBISHI


23 กรกฎาคม 2553 15:49 น. ข่าวในประเทศ - มิตซูบิชิ เผยยอดขายครึ่งปีแรกทำได้ 16,599 คัน โต 114.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ปลื้ม "ไทรทัน ซีเอ็นจี"ขายเป็นเทน้ำเทท่า ผลิตไม่ทันความต้องการลูกค้า ชี้เศรษฐกิจ-ราคาพืชผลทางการเกษตรดี หนุนตลาดโตต่อเนื่องnnโนบุยูกิ มูราฮาชิ โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์มิตซูบิชิในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำได้ 3,474 คัน เติบโต 166% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2552 ซึ่งมียอดขาย1,303 คัน ขณะเดียวกันยอดขายรวมช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.2553) 16,599 คัน เติบโต 114.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี2552 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าตลาดรถยนต์รวมของประเทศ (ไม่รวมรถบรรทุก) ที่เติบโตขึ้น 54.6%nn"ตลาดรถยนต์ในครึ่งปีแรกถือว่าอยู่ในทิศทางที่สดใสและมีอัตราการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยมิตซูบิชิมียอดขายที่เติบโตขึ้นในทุกรุ่น สำหรับรุ่นที่มียอดขายสูงสุดยังคงเป็น มิตซูบิชิ ไทรทัน ซึ่งมียอดขายรวมอยู่ที่ 7,741 เติบโตขึ้น 97.1% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตอบรับในรถกระบะ ไทรทัน ซีเอ็นจี ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจและจำเป็นต้องใช้รถเพื่อการขนส่งสินค้า ซึ่งในขณะนี้ที่โชว์รูมยังคงมียอดจองรถเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ และไม่สามารถผลิตรถได้ทันตามความต้องการของลูกค้า"nnนอกจากนี้ยอดขายของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ก็ถือว่าเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปัจจุบันขยับมาเป็นอันดับสองในกลุ่มปิกอัพอเนกประสงค์ ด้วยจำนวน 5,077 คัน เติบโต 107.3% พร้อมส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มรถดังกล่าวอยู่ที่กว่า 28 % และในส่วนของกลุ่มรถยนต์นั่ง คือ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ และแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ นั้นถือว่ามีอัตราการเติบโตสูงถึง 305.3% ด้วยตัวเลขยอดขาย 3,044 คัน ในขณะที่ สเปซ แวกอน มียอดขายรวมอยู่ที่ 736 คัน เติบโตขึ้น 20.1%nnนายมูราฮาชิ กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น อัตราการจ้างงานที่ดีขึ้น รวมไปถึงราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ดีขึ้นส่งผลให้ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับคืนมาทำให้เชื่อว่ายอดขายรถยนต์ในครึ่งปีหลังน่าจะเติบโตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน โดยคาดว่ายอดขายรวมทั้งปีของบริษัทฯ น่าจะอยู่ที่ 32,000 คันnnในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯจะเน้นกลยุทธ์การจัดกิจกรรมให้กับทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในรูปแบบต่างๆ ต่อไป ภายหลังจากการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยจะมีทั้งการจัดโชว์รถในห้างสรรพสินค้าและแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมไปถึงการเชิญลูกค้ามาร่วมคาราวานท่องเที่ยวพร้อมสังสรรค์ในแบบกันเองในโชว์รูมในภูมิภาคต่างๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสอนการขับขี่ปลอดภัยให้กับลูกค้าและผู้ที่สนใจ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมๆ ไปกับการจัดแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิได้ง่ายขึ้น โดยตลอดช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนนี้ บริษัทฯ ได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อต้อนรับหน้าฝนในชื่อ Happy in the Rain สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถมิตซูบิชิทุกรุ่น พร้อมกันนี้ลูกค้าที่เยี่ยมชมและทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิยังมีสิทธิ์รับร่มฟรี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศnnสำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของทางบริษัทฯ สามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของได้ในเว็บไซต์ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1800 900 009 ในวันและเวลาราชการnn(Source)

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

AUDI TT,AUDI TTS,BMW X3,BMW Z4,FERRARI F430,LOTUS ELISE,LOTUS EVORA,LOTUS EXIGE,MERCEDES BENZ E,MINI COOPER,NISSAN CUBE,NISSAN GT R,PORSCHE 996,PORSCHE CAYENNE,PORSCHE CAYMAN,TOYOTA IQ,TOYOTA YARIS,AUDI,BMW,FERRARI,HONDA,HUMMER,KIA,LEXUS,LOTUS,MAZDA,MERCEDES BENZ,MINI,NISSAN,PORSCHE,TOYOTA


21 กรกฎาคม 2553 12:42 น.เปิดฉากแล้วงาน "บางกอก ยูสคาร์ &ซูเปอร์คาร์ โชว์ 2010" มหกรรมรถยนต์มือสอง ระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ดำเนินการโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้จัดเดียวกันกับงานแสดงรถยนต์รายการใหญ่ของไทย "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์" ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่สองจัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยการรวบรวมผู้ประกอบการรถมือสอง ทั้งบรรดาค่ายรถยักษ์ใหญ่และเต้นท์รถมาแน่นเวที 19 ราย โดยต่างขนรถตลาดและรถระดับหรูหรามาให้เลือกมากมาย พร้อมเงื่อนไขพิเศษทั้งขายรถราคาทุน ราคาพิเศษ และแจกแหลกมูลค่าเป็นแสน ไปจนถึงกว่าล้านบาท ยังไม่นับแคมเปญลดแลกแจกแถม อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงินดาวน์ต่ำอีก ที่สำคัญยังเตรียมสถาบันการเงินชั้นนำมารองรับพร้อม ไม่เพียงเท่านั้นยังเปิดเวทีให้ผู้นำเข้าอิสระ หรือเกรย์มาร์เก็ตอีก 6 ราย ขนยนตรกรรมสุดหรูป้ายแดง ยกขบวนมาให้เศรษฐีไทยเลือกช็อปกันเต็มเวที งานนี้จะกำเงินเพียงแค่กว่า 2 แสนบาท หรือไปจนถึงกว่า 15 ล้านบาท ล้วนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของรถคันใหม่ได้เลย ส่วนใครให้แคมเปญพิเศษ หรือมีทีเด็ดอะไร? เชิญติดตามได้จาก "ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง"…nn โตโยต้า ชัวร์‘ค่ายรถ-เต้นท์’อัดแคมเปญเดือดnn- โตโยต้า ชัวร์ (TOYOTA SURE)nnค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ "โตโยต้า" ขนบรรดารถยนต์มือสองภายใต้ " โตโยต้า ชัวร์" ซึ่งนำรถยนต์มือสองทุกรุ่นของ โตโยต้า ที่ผ่านการรับรองคุณภาพด้วยมาตรฐานของ โตโยต้า มาจัดแสดงและจำหน่ายให้กับลูกค้า พร้อมกับรับโบนัส 2 ต่อ ลุ้นแพ็กเกจชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และของรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม ในงานบางกอกยูสคาร์ฯ และที่โชว์รูมโตโยต้าชัวร์ทุกสาขาทั่วประเทศnnที่สำคัญเพื่อฉลองเปิดโชว์รูม โตโยต้า ชัวร์ ครบ 50 แห่งทั่วประเทศ จึงจัดโปรโมชั่นใหญ่ "รถเก่าแลกรถใหม่ โตโยต้าชัวร์เพิ่มให้อีก 20,000 บาท" โดยเพียงนำรถ โตโยต้า ยาริส , วีออส, อแวนซา และไฮลักซ์ TOYOTA วีโก้ 4x2 ที่อายุใช้งานไม่เกิน 5 ปี และระยะทางไม่เกิน 120,000 กิโลเมตร ไม่ผ่านการชนหนักและดัดแปลงสภาพ นำมาแลกซื้อโตโยต้าคันใหม่ป้ายแดงรุ่นใดก็ได้ จะได้รับเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 20,000 บาท จากราคาประเมินทันทีnn- เชฟวี่ โอเค (CHEVY OK)nnทางค่ายเชฟโรเลตขนรถยนต์มือสอง จาก Chevy OK Used Cars ที่มีให้เลือกทุกรุ่น และล้วนผ่านมาตรฐานการตรวจสอบมากกว่า 105 รายการ ซึ่งไม่เพียงเป็นที่น่าเชื่อถือ เชฟโรเลตยังมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่จองรถในงานมากมาย อาทิ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ของวิริยะประกันภัย เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีค่าแรงในการเปลี่ยนถ่าย และการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 1 ปี หรือ 25,000 กม. รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ทั่วประเทศ และฟรีบัตร Platinum Plus Viiryah Group (สำหรับการนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการเชฟโรเลตในเครือวิริยะกรุ๊ปเท่านั้น)nn- บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ (BMW Premium Selection & MINI Next)nn บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ส่งรถยนต์คุณภาพที่ผ่านการใช้งานแล้ว ภายใต้โปรแกรม Bmw Premium Selection โดยไฮไลต์ที่นำมามอบให้กับลูกค้า อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู Z4 2.5i เครื่องยนต์แบบ 6 สูบ พร้อมเงื่อนไขพิเศษผ่อนเริ่มต้นที่ 41,473 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 48 เดือน ขณะที่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ผ่อนเริ่มต้นที่ 22,811 บาทต่อเดือน ระยะเวลา 48 เดือน และ บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d (ดีเซล) ผ่อนเริ่มต้นที่ 33,127 บาท ต่อเดือน ระยะเวลา 48 เดือน ส่วน บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ผ่อนเริ่มต้นที่ 34,274 บาทต่อเดือน ระยะเวลา 48 เดือน โดยเป็นการผ่อนแบบมีบอลลูนทั้งหมด จากการสนับสนุนของบีเอ็มดับเบิลยูไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทยnnทางด้านรถยนต์ในเครือแบรนด์ "มินิ" นำรถมือสองภายใต้โปรแกรม "มินิเน็กซ์" (MINI Next)รุ่นต่าง ๆ รวมกว่า 15 คัน มาให้เลือกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมินิ คอนเวอร์ทิเบิล 2 รุ่น คือ มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวอร์ทิเบิล และมินิ คูเปอร์ คอนเวิอร์ทิเบิล พร้อมรับข้อเสนอทางการเงินต่างๆ จากมินิ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ทั้งนี้รถยนต์ Bmw Premium Selection และMINI Next ทุกคัน รับประกัน 2 ปี หรือ 40,000 กม.nn- ยนตรกิจ เกีย (YONTRAKIT KIA)nnยนตรกิจ เกีย ส่งรถยนต์มือสองในสังกัดเข้าร่วมงานมากมายกว่า 22 คัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กคันเก่ง อย่าง เกีย พิคานโต เครื่องยนต์เบนซิน 1,100 ซี.ซี. 4 สูบ SOHC 3 วาล์วต่อสูบ กำลังสูงสุด 65 แรงม้า เก๋งเล็กที่มีคล่องตัว และตอบสนองการขับขี่ได้ มีทั้งเกียร์แบบธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติให้เลือก นอกจากนี้ยังมี เกีย คาเรนส์, แกรนด์ คาร์นิวัล และเกีย โซล รถอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดมาจำหน่ายด้วย โดยสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าที่ซื้อรถภายในงานบางกอกยูสคาร์ฯ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 250,000 บาท จำนวนทั้งหมด 5 คันnn- อมรรัชดา(AMORN RATCHADA)nnเบนซ์อมรรัชดา กรุ๊ป ผู้จำหน่ายตลาดรถเบนซ์มือสองมานานถึง 45 ปี และมีศูนย์บริการหลังการขายครบวงจร พร้อมการรับประกันรถทุกคัน ซ่อมค่าแรงฟรีตลอดอายุการใช้งาน ขนรถมากมายหลายรุ่นกว่า 60 คันมาให้เลือก โดยเฉพาะเตรียมนำรถเบนซ์มือสองคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นซี, อี, เอส และเอ็ม คลาส จำนวน 10 คัน เพื่อนำมาขายในราคาทุนวันละ 2 คัน พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุดให้กับผู้ซื้อรถภายในงานมูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท และรับเงื่อนไขพิเศษจากรุงศรี จีอีออโต้ จัดโปรโมชั่นดาวน์ต่ำไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันเริ่มต้นที่ 10% ผ่อนนาน 60 เดือน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และยังมอบของสมนาคุณพิเศษ และบัตรเติมน้ำมันอีก 2,000 บาทnnนอกจากนี้ยังนำรถยนต์มือสองของบริษัทในเครือ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นอัลพาร์ด ไฮบริด, มาสด้า อาร์เอ็กซ์-8 และ เล็กซัส อาร์เอ็กซ์330 รวมถึงรถขนาดเล็ก โตโยต้า ยาริส และ ฮอนด้า แจ๊ซ ในราคาเริ่มต้นเพียง 3 แสนบาท มาเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกด้วยnnภาพงานปีที่แล้ว- เบนซ์ เอ็น.เค. (N.K. Car Plaza)nn เบนซ์ เอ็น.เค. ผู้จำหน่ายรถเบนซ์มือสองรายใหญ่ ระดมรถเบนซ์มือสองเกรด A ระดับพรีเมียม ที่ปีใหม่ ไมล์น้อย และผ่านการคัดสรรเป็นพิเศษมาให้ลูกค้าเลือก ภายในงานบางกอกยูสคาร์ฯ เลือกครบทุกคลาสทุกรุ่น และยังมีรถใหม่แกะกล่องรุ่นท็อปออปชั่น เช่น E250 CGI SEDAN หลังคา PANORAMIC FULL OPTION, E250 CGI SPORT COUPE หลังคา PANORAMIC FULL OPTION ในราคาพิเศษสุดๆ พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ BENZ N.K. BEST OFFER ซื้อเงินสด รับส่วนลดสูงสุด 180,000 บาท ซื้อผ่อน ดาวน์เพียง 8% ดอกเบี้ยต่ำสุด 1.8% ผ่อนนานถึง 84 เดือนnn- มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์(MASTER CERTIFIED USED CAR)nnมาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ ศูนย์รวมรถมือสองจากในและนอกประเท ที่ได้ผ่านการตรวจสอบสภาพรถด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน พร้อมระบุประวัติและที่มาอย่างละเอียดของรถแต่ละคันอย่างชัดเจนแล้ว นอกจากนำหลากหลายรุ่นมาจัดแสดงแล้ว ยังมอบโปรโมชั่นให้ลูกค้าที่ซื้อรถภายในงานบางกอกยูสคาร์ฯ โดย "ฟรีดาวน์ 0% ออกรถได้เลย" พร้อมกับ "MCU Care Value Package" โปรแกรมซ่อมบำรุงและดูแลรักษารถยนต์เป็นเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร โดย MMS - บ๊อช คาร์ เซอร์วิส ศูนย์บำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจรnnผู้นำเข้าขนรถหรู-สปอร์ตแน่นเวทีnn- บีอาร์จี กรุ๊ป (BRG)nnบริษัท รามคำแหงกรุ๊ป จำกัด หรือบีอาร์จี(BRG) ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ หรือเกรย์มาร์เก็ต งานนี้ขนมาทั้งรถยนต์มือสองสภาพดี ซึ่งคัดเฉพาะรถวิ่งระยะทางน้อย หรือเลขไมล์ประมาณ 10,000-20,000 กิโลเมตร หมุนเวียนกันมาเข้างานกว่า 30 คันแล้ว ยังมีรถยนต์ใหม่นำเข้าจากต่างประเทศมาให้ลูกค้าเลือกมายมาย ไม่ว่าจะเป็น เมอร์เซเดส- เบนซ์ อี -คลาส, คาบริโอเลต์ (เปิดประทุน) และรุ่นคูเป้ รวมถึง บีเอ็มดับเบิลยู แซด4 ออดี้ คิว5 และแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง โตโยต้า ไอคิว และ ฮอนด้า CR-Z ไฮบริด เป็นต้นnnนอกจากนี้ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถจากบีอาร์จีในงานทุกคัน จะได้บัตรกำนันห้องพักโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว มูลค่า 8,000 บาท ขณะเดียวกันยังทำราคาพิเศษ BRG SHOCK PRICE ให้รถยนต์ใหม่ป้ายแดงวันละ 1 คัน รวม 5 คัน โดยมอบส่วนลดสูงสุดถึง 5 แสนบาท เฉพาะในงานบางกอกยูสคาร์ฯ เท่านั้นnnToyota Iq- อีตั้น อิมปอร์ท (ETON)nnบริษัท อีตั้น อิมปอร์ท จำกัด ผู้นำเข้ารถยนต์ระดับนำอีกราย นำรถยนต์ใหม่ป้ายแดงจากต่างประเทศกว่า 60 คัน ไม่ว่าจะเป็นรถอเนกประสงค์แบบเอ็มพีวี(MPV) รุ่นALPHARD และESTIMA รวมถึงรถขนาดเล็ก Nissan Cube และสปอร์ต Nissan Gt R เป็นต้น มาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร เพราะลูกค้าไม่ใช่แค่ต้องการซื้อรถยนต์เท่านั้น หากแต่ลูกค้ายังคงต้องการเรื่องการบำรุงรักษารถยนต์ด้วย อีตั้นฯ จึงได้เปิดตัว "ETON EXCLUSIVE CARE" บริการฉุกเฉินตลอด 24 ชม. ( ทั่วประเทศ ) และยังจับมือกับเคทีซี เมื่อลูกค้าจองรถยนต์ผ่านบัตรเคทีซีมูลค่า 200,000 บาท รับทันทีส่วนลดค่าน้ำมัน 50% พร้อมลุ้นรับฟรีซ่อมบำรุงนานสูงสุดถึง 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตรnn- เอ.จี. คาร์ส (A.G.CARS) nn"เอ.จี.คาร์ส" ผู้นำเข้ารถยนต์มากว่า 20 ปี นำรถมาให้ลูกค้าเลือกหลากหลาย อาทิ FERRARI, PORSCHE, AUDI, BMW, MERCEDES-BENZ, Mini Cooper เป็นต้น และที่สำคัญมีสินค้ารองรับความต้องการของลูกค้าทันที จึงไม่มีการรับเงินจองล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือน อันจะทำให้ลูกค้าเกิดความกังวลใจว่าจะถูกเอาเปรียบจากผู้ขายหรือไม่ พร้อมสร้างความมั่นใจมอบกุญแจรถ 2 ชุด รับประกันรถทุกคัน และจดทะเบียนได้ใน 48 ชั่วโมงnnสำหรับไฮไลต์ในงานบางกอกยูสคาร์ฯ ได้แก่ Porsche Cayman 2.9 PDK เครื่องยนต์แบบวี6 เสื้อสูบเหล็กหล่อ ฝาสูบอะลูมิเนียม DOHC 24 วาล์ว มีความจุ 2,893 ซี.ซี. 265 แรงม้า, Audi TtS Quattro Coupe 2.0 ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า พร้อมระบบ เกียร์ S Tronic 6 สปีด และยังได้รับโปรโมชั่นพิเศษภายในงานด้วยnn- เจ ออโต อิมปอร์ต(J AUTO IMPORT)nnบริษัท เจ ออโต้ อิมปอร์ต จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นและยุโรป เปิดไฮไลต์ภายในงานด้วยการนำเข้า Nissan JUKE มาเปิดตัวในไทยที่งานบางกอกยูสคาร์ฯ นี้nไม่เพียงเท่านั้นยังนำ Porsche Cayenne S สีดำ Jet Black Metallic มาพร้อมกับล้อแม็ก 21 นิ้ว 911 Turbo II wheel โดยลูกค้าที่ซื้อรับรถในงานได้เลย พร้อมรับบริการเคลือบสี Glass Coating จาก J Glaze ฟรีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น และ TOYOTA ALPHARD 2.4 รถอนเกประสงค์เอ็มพีวียอดนิยม กับราคาที่สุดแสนจะประหยัด 2.95 ล้านบาท และยังมีรถมาให้เลือกหลากหลาย ทั้งประเภท MPV, SPORT SEDAN และ OFF-ROADnnNissan Juke- เอฟ1ออโต้สปอร์ต (F1 AUTOSPORT)nnเอฟ1 ออโต้สปอร์ต เป็นอีกผู้นำเข้ารถอิสระหลากหลายรุ่น และอุปกรณ์ชุดแต่งรถยนต์ CARLSSON มาในงานบางกอกยูสคาร์ฯ มอบโปรโมชั่นพิเศษ "จองรถในงาน รับไปเลย iPAD3G พร้อมซิมเบอร์พิเศษจากเอไอเอส" และพบกับ "NEW BEATTLE ORANGEBLACK EDITION 2.0 AT" ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นพิเศษทั้งแบบเปิดประทุนและหลังคาแข็ง พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมไม่เหมือนใคร จองวันนี้ออกรถได้เลย จำนวนจำกัดnnนอกจากนี้ยังมีสุดยอดซูเปอร์คาร์มาอวดโฉมคับคั่ง ในแบบของ Super Car Demon & Display Car กับราคาสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Ferrari F430, Porsche 996 TURBO, SL55AMG, Audi TtS Cabriolet และ GOLF GTi เป็นต้นnnBEATTLE ORANGEBLACK EDITION 2.0 AT - นิชคาร์ (NICHE CARS)nnทางด้าน บริษัท นิชคาร์ จำกัดผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ LAMBORGINI Hummer MERCEDES BENZ LORINSOR อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ไม่ยอมน้อยหน้าบรรดาผู้นำเข้าอิสระ ขนรถในเครือ 2 ยี่ห้อ LAMBORGINI และ Lotus มาให้เลือก โดยในส่วนของ LAMBORGINI นำรถมาครบทุกรุ่น ทั้ง MURICIERAGO และGALLARDO ซึ่งล้วนพกพาความเร็วสูงสุดเกินกว่า 320 กม./ชม. มาเอาใจผู้ที่ชื่นชอบความแร็วและแรงnnส่วน Lotus ได้นำรุ่น EXIGE SCURA รถสปอร์ตนำหนักเบารุ่นพิเศษ ที่ผลิตเพียง 35 คันทั่วโลก และคันที่นำมาแสดงในงานนี้เป็นคันที่ 35 ของสายการผลิต นอกจากนั้นยังมี Lotus Elise CLUB RACER Lotus Evora มาให้เลือกด้วยnnLotus Exige SCURAผู้จัดจับมือพันธมิตรแจกแหลกnnไม่เพียงผู้ประกอบการที่จัดโปรโมชั่นเท่านั้น ผู้จัดงานบางกอกยูสคาร์ฯ ยังร่วมกับพันธมิตร จัดโปรโมชั่นในช่วง "นาทีทอง" ทุกวันเวลา 19.00-20.00 น. สำหรับผู้ซื้อรถในบูทเจ ออโต้ และเอ.จี.คาร์ รับส่วนลดพิเศษทันที 200,000 บาท วันละ 1 คัน และผู้ชมงานยังร่วมสนุกกับการตอบแบบสอบถาม รับสิทธิ์ส่วนลดจากบูทยนตรกิจสูงสุดถึง 250,000 บาท จำนวนทั้งหมด 5 คัน และสำหรับผู้ที่ซื้อรถภายในงานสามารถส่งใบเสร็จ เพื่อชิงรางวัลใหญ่รถยนต์อาวีโอ มูลค่ากว่า 500,000 บาท จำนวน 1 คันnn(Source)

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553


21 กรกฎาคม 2553 09:40 น.ข่าวในประเทศ - "อีซูซุ" ฟันธง! ตลาดรถยนต์ไทยปีเสือไฟพุ่ง 7.25 แสนคัน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากปี 2548 ทำได้ 7.03 แสนคัน ยืนยันปิกอัพยังเป็นเสาหลักของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ทิศทางความต้องการในและต่างประเทศเพิ่มต่อเนื่อง จี้รัฐบาลสนับสนุนให้แข็งแกร่ง หวั่นถูกตุรกีและบราซิลแย่งชิงฐานผลิตnnฮิโรชิ นาคางาวา ฮิโรชิ นาคางาวา กรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า อีซูซุมองปิกอัพยังมีความสำคัญและเป็นเสาหลักอันดับแรกของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย เพราะทิศทางความต้องการปิกอัพทั้งในไทยและตลาดต่างประเทศ ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก จึงอยู่ที่รัฐบาลจะทำให้ปิกอัพในไทย มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้หรือไม่nn"การที่รัฐบาลออกนโยบายสนับสนุนอีโคคาร์ ถือเป็นสิ่งที่เหมาะสมในการเป็นอีกเสาหลักหนึ่ง ที่จะทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยแข็งแกร่ง และการที่บริษัทรถยนต์บางรายขอลดภาษีอีโคคาร์นั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาความเหมาะสมหลายๆ ด้าน แต่สิ่งที่ควรตระหนักปิกอัพเป็นรถสำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ใช้งานได้หลากหลาย และเป็นเสาหลักลำดับแรกของอุตสากรรมรถยนต์ไทย จึงควรจะพิจารณาปรับภาษีสรรพสามิตเช่นกัน"nnนายชิเงรุ วาคาบายาชิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 มีจำนวน 3.56 แสนคัน เทียบกับปีที่ผ่านมาช่วงเดียวกัน มีอัตราการเติบโตกว่า 54% โดยมีอัตราการเติบโตในทุกประเภทตลาดรถยนต์ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พืชผลราคาเกษตรค่อนข้างดี และราคาน้ำมันไม่แพงจนเกินไปนักnn"อีซูซุคาดว่าตลาดรถยนต์ไทยถึงสิ้นปีจะอยู่ที่ 7.25 แสนคัน เป็นปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ทำได้ 5.48 แสนคัน และหากเป็นไปตามคาดจะเป็นการทำสถิติสูงสุด ในประวัติศาสตร์ตลาดรถยนต์ของไทย ซึ่งในอดีตเคยมียอดขายสูงสุดอยู่ที่ 7.03 แสนคันในปี 2548 โดยแบ่งเป็นปิกอัพ 3.51 แสนคัน รถยนต์นั่ง 3.19 แสนคัน และรถประเภทอื่นๆ 5.43 หมื่นคัน โดยอีซูซุตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 1.39 แสนคัน ครองส่วนแบ่งในตลาดปิกอัพ 40% ใกล้เคียงกับโตโยต้าที่ 41%"nnทั้งนี้หากดูสถิติยอดขายรถในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ารถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตสูงมาก และปิกอัพมีสัดส่วนลดลงต่ำกว่า 50% แต่ไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมการผลิตปิกอัพในไทย จะไม่มีศักยภาพในการขยายตัว เพราะปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อตลาดปิกอัพไทย ยังมีทิศทางที่เป็นบวกอย่างมากnnนายวาคาบายาชิกล่าวว่า ประชากรไทยกว่า 60% มีอาชีพทางการเกษตร ค้าขาย และข้าราชการ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ปิกอัพส่วนใหญ่ และเป็นกลุ่มเดียวกับที่อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของปิกอัพเช่นกัน แม้ช่วงนี้ราคาข้าวจะไม่ค่อยดีนัก แต่พืชผลทางการเกษตรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง และอ้อย ล้วนมีความต้องการที่สูงขึ้นnn"เมื่อดูภาพรวมทางการเกษตรแล้ว จึงเชื่อว่าจะส่งผลให้ตลาดปิกอัพขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเมื่อดูอัตราการครองรถของประชากรต่อคัน ในต่างจังหวัดที่เป็นกลุ่มผู้ใช้ปิกอัพมีอัตราการขยายตัวมากเช่นกัน ยิ่งหากราคาพืชผลผลทางการเกษตรดีก็จะทำให้ตลาดปิกอัพเติบโตมากด้วย"nnส่วนสภาวะราคาน้ำมันปัจจุบันไม่สูงจนเกินไปนัก และหากรักษาระดับราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดปิกอัพ เช่นเดียวกับเงื่อนไขไฟแนนซ์ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้การดาวน์ต่ำน้อยลง แต่ก็มีการขยายเงื่อนไขระยะเวลาผ่อนแทน ขณะที่ความผันผวนทางการเมือง ดูจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2549 จนถึงความไม่สงบในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จะพบว่าไม่มีผลต่อการตลาดรถแต่อย่างใดnn"การส่งออกรถยนต์จากไทยมีการฟื้นตัวชัดเจน โดยตลาดทั่วโลกยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบราซิล จีน อินเดีย และแอฟริกา และการส่งออกปิกอัพจากไทยปัจจุบันมีสัดส่วนกว่า 70% ซึ่งแนวโน้มการส่งออกปิกอัพจากไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า จะเพิ่มเป็นกว่า 8.11 แสนล้านบาท จากเมื่อปี 2551 อยู่ที่ 3.77 แสนล้านบาท และไทยจะเป็นฐานการผลิตปิกอัพที่ใหญ่สุดในโลก มีสัดส่วน 35% จากปริมาณ 2.619 ล้านคันทั่วโลก โดยปัจจุบันอยู่ที่ 31% จากจำนวนผลิต 1.97 ล้านคัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับไทยจะรักษาสถานะฐานการผลิตปิกอัพไว้ได้หรือไม่ เพราะมีคู่แข่งสำคัญประเทศตุรกี และบราซิล ชิงความได้เปรียบอยู่" นายวาคาบายาชิกล่าวและว่าnnสำหรับตรุกีเป็นประเทศสมาชิกอียู จึงได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออก และตำแหน่งที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย จึงทำให้ได้เปรียบทางด้านการขนส่ง และตลาดมีการขยายตัวเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับประเทศบราซิล ตรงนี้จะทำให้เป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งชิงฐานผลิตปิกอัพจากไทย ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องรักษาความแข่งแกร่งเอาไว้ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้nn(Source)

HONDA


20 กรกฎาคม 2553 20:47 น.ข่าวในประเทศ - ฮอนด้า ประเมินสถานการณ์ตลาดใหม่ ปรับเป้ายอดขายตัวเองเป็น 110,000 คัน เพิ่มจากตัวเลขเดิม 95,000 คัน สอดคล้องยอดขายตลาดรวม โต20% เมื่อเทียบกับปี 2552nnอาซึชิ ฟูจิโมโตะอาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ฮอนด้าช่วงหกเดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.2553) ทำได้ 51,782 คัน เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (39,967 คัน) และจากกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมของผู้บริโภค ที่มีต่อแบรนด์และคุณภาพรถยนต์ ล่าสุดบริษัทฯปรับเป้ายอดขายปี 2553 เพิ่มเป็น 110,000 คัน (เดิม 95,000 คัน)หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 17% ของตลาดรถยนต์โดยรวมnnสำหรับตลาดรถยนต์รวมปีนี้น่าจะทำได้เกิน 650,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ประมาณ 20% และคาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศจะเพิ่มขึ้นถึง 800,000 คันในอีกสามปีข้างหน้าnn"เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของตลาดรถยนต์ประเทศไทย พิจารณาจากเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ ระดับรายได้สูงขึ้น และนโยบายด้านการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลไทย เราเชื่อว่าตลาดรถยนต์จะมีแนวโน้มขยายตัวในระยะยาว และส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งจะขยับขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับรถปิกอัพที่จำหน่ายในประเทศไทย ภายในอีกครึ่งทศวรรษข้างหน้า"nnนอกจากนี้ยังพบว่าผู้บริโภคชาวไทยค่อยๆ ปรับเปลี่ยนความต้องการในการขับขี่จากปิกอัพและรถซีดานขนาดใหญ่ มาเป็นรถขนาดเล็กที่ประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมความใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ดังนั้นการที่ผู้บริโภคเลือกใช้รถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงถือเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับ ฮอนด้า ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวรถอีโคคาร์ในเมืองไทยปี 2554 และคาดว่าจะได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคเมื่อออกสู่ตลาดnn(Source)

VOLKSWAGEN


20 กรกฎาคม 2553 13:35 น.ข่าวในประเทศ - โฟล์คสวาเกนเดินหน้าขยายแนวรุกตลาดรถยนต์จีน ประกาศเตรียมสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 11 ในประเทศจีน ซึ่งจะแล้วเสร็จปี 2013 และมีกำลังการผลิตต่อปีมากกว่า 300,000 คันnnโฟล์คสวาเกน พาสสาทจากการเปิดเผยของโฟล์คฯ โรงงานใหม่แห่งนี้จะตั้งอยู่ที่ทางตะวันออกของประเทศจีน ในเมือง Yizhen มณฑล Jiansu โดยเป็นโรงงานแห่งที่ 11 ในประเทศจีน และใช้เงินลงทุนจำนวน 7,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 254,000 ล้านบาทnnตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเกิดขึ้นกระชั้นชิดและเป็นการเปิดแนวรุกแบบสายฟ้าแลบเพื่อรองรับกับความเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์จีนจะยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต เพราะก่อนหน้านี้เพียง 1 เดือน ทางโฟล์คฯ เพิ่งประกาศแผนสร้างโรงงานแห่งที่ 10 ของตัวเองในจีน ซึ่งจะตั้งอยู่ที่เมือง Foshan มณฑล Guangdong ทางตอนใต้ของประเทศnnตลอดช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โฟล์คฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์จากต่างแดนที่มียอดขายสูงสุดในตลาดจีน มียอดขายเพิ่มขึ้น 46% ด้วยตัวเลข 950,278 คัน โดยทางดร. มาร์ติน วินเตอร์คอร์น ซีอีโอของบริษัท กล่าวเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า อีก 4 ปีทางแบรนด์ดังของเยอรมนีตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะต้องทำยอดขายเพิ่มขึ้นจากปี 2009 ให้ได้เท่าตัว ซึ่งหมายความว่าภายในปี 2013 โฟล์คฯ จะมีตัวเลขยอดขายในจีนรวม 3 ล้านคันnnอย่างไรก็ตาม โฟล์คฯ ไม่ได้เปิดเผยว่าโรงงานใหม่หมายเลข 10 และ 11 จะรับหน้าที่ในการผลิตรถยนต์รุ่นไหนออกสู่ตลาดnnตลาดรถยนต์จีนมีความสำคัญยอ่างมากในเชิงกลยุทธ์สำหรับโฟล์คฯ ในการพาบริษัทแซงหน้าโตโยต้าเพื่อขึ้นสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์หมายเลข 1 ของโลกภายในปี 2018 โดยโรงงานที่เมือง Foshan โฟล์คฯ จะทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่าง FAW Volkswagen Automotive Company Ltd. ส่วนโรงงานที่ Yizheng จะเป็นการร่วมมือกับ hanghai Volkswagen Automotive Company Ltd.nn(Source)

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

TOYOTA


20 กรกฎาคม 2553 08:44 น.ข่าวต่างประเทศ - โตโยต้าเตรียมเพิ่มไลน์ผลิตให้กับรถยนต์ครอบครัวยอดนิยมอย่างคัมรี่ เมื่อมีข่าวเผยว่า ตอนนี้กำลังที่จะใช้ประเทศมาเลเซียเป็นฐานการผลิต โดยการปรับปรุงไลน์ผลิตจะเสร็จสิ้นปี 2012 และถือเป็นการกลับมาผลิตอีกครั้งหลังจากที่โตโยต้าเลิกผลิตรถยนต์รุ่นนี้ในมาเลเซียเมื่อปี 2006nnUMW Toyota Motor Sdn Bhd. บริษัทร่วมทุนระหว่าง โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน หรือ TMC กับกลุ่มธุรกิจท้องถิ่นในประเทศมาเลเซียเผยว่า ไลน์ผลิตจะอยู่ที่ชาห์อาลัม ใกล้กับกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเป็นการปรับปรุงเพื่อรองรับกับคัมรี่รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในช่วงเวลาดังกล่าวnn‘โปรเจ็กต์การผลิตคัมรี่สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนของ UMV Toyota และ TMC ต่อนโยบายส่งเสริมการผลิตรถยนต์ภายในประเทศของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งเราคาดหวังว่าโครงการครั้งนี้จะช่วยสร้างรายได้และทำให้ซัพพลายเออร์ท้องถิ่นได้รับผลประโยชน์และสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นมา’ Kuah Kock Heng ประธานของ UMV Toyota กล่าวnn‘นอกจากนั้นเรายังวางแผนที่จะเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศกับรถยนต์ที่ประกอบในมาเลเซียอีกด้วย เช่น วีออสใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ซึ่งเปอร์เซ็นต์ของการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศจะเพิ่มจาก 40% ในปัจจุบันมาเป็น 50%’nnปัจจุบัน ไลน์ผลิตแห่งนี้รับหน้าที่ในการผลิตรถยนต์ของโตโยต้าหลายรุ่น เช่น วีออส, รถตู้ไฮเอซ และผลผลิตจากโครงการ IMV ทั้ง 3 รุ่น คือ ปิกอัพ, อินโนว่า และฟอร์จูนเนอร์ ขณะที่คัมรี่ที่ขายอยู่ในปัจจุบันเป็นการนำเข้าจากโรงงานในประเทศไทย ส่วนอะวันซ่า ซึ่งแชร์พื้นฐานร่วมกับรถยนต์ของเพอโรดัว (แบรนด์ที่ใช้รถยนต์ของไดฮัทสุ พันธมิตรของ โตโยต้า มาดัดแปลงและขายในชื่อของตัวเอง) ก็จะอาศัยโรงงานผลิตของเพอโรดัว สำหรับการขายในประเทศnnคาดว่าการเตรียมการครั้งนี้จะใช้เงินลงทุนจำนวน 32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1,056 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้เพื่อปรับปรุงและอัพเกรดระบบการผลิต ซึ่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัทแห่งนี้มีการลงทุนมากถึง 90.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 2,980 ล้านบาทnnนอกจากนั้น ยังมีการเปิดเผยอีกว่า UMV Toyota ยังเตรียมงบฯ อีก 62.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 2,059 ล้านบาทสำหรับการทำให้เมือง Bukit Raja ใน Klang เป็นศูนย์กลางของการขนส่งทั่วประเทศ และการปฏิบัติการครั้งนี้จะเริ่มขึ้นในช่วงกลางปี 2011nn(Source)

BMW 5,MERCEDES BENZ E,BMW,MERCEDES BENZ


20 กรกฎาคม 2553 09:25 น.ข่าวในประเทศ - สาวกได้เฮ "บีเอ็มดับเบิลยู" เร่งแผนเปิดตัว ซีรีส์ BMW 5 โฉมใหม่ รุ่นประกอบในประเทศ ดีเดย์กันยายนนี้กับ 525i เครื่องยนต์เบนซิน อี20 พร้อมมีรถส่งมอบทันที ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลมาปลายปี หรืออย่างช้าต้นปีหน้า สุดมั่นยอดขายแซง เมอร์เซเดส- เบนซ์ อี -คลาส แน่นอนnnซีรีส์ BMW 5 โฉมใหม่ เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทเริ่มขึ้นไลน์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ BMW 5 โฉมใหม่ (รหัสF10) รุ่นประกอบในประเทศ(CKD) ก่อนมีคิวทำตลาดจริงช่วงเดือนกันยายนนี้ กับรุ่น525i ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 ส่วนราคาขายนั้นกำลังพิจารณา แต่เชื่อว่าเป็นราคาที่แข่งขันได้ และไม่หนีจากคู่แข่งในตลาดแน่นอนnn"525i รุ่นประกอบในประเทศ จะเปิดตัวในงาน Bmw Xpo 2010 เดือนกันยายนนี้ ซึ่งถือเป็นการเลื่อนเปิดตัวเร็วกว่ากำหนดเดิม ที่เตรียมไว้ช่วงปลายปี แต่ด้วยโฉมเก่า (E60)ได้การตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี สต๊อกหมดเร็วกว่าที่คาด ทำให้บริษัทต้องเร่งแผนการผลิต และทำตลาดรุ่นประกอบในประเทศให้เร็วขึ้น เช่นเดียวกับ ซีรีส์ BMW 5 เครื่องยนต์ดีเซล บริษัทก็มีแผนเปิดตัวช่วงเดือนธันวาคม หรืออย่างช้าไม่เกินต้นปีหน้า"nnสำหรับยอดขาย ซีรีส์ BMW 5 โฉมใหม่ คงไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ แต่บริษัทยังยืนยันเป้าหมายเดิมคือ ต้องชนะเมอร์เซเดส- เบนซ์ อี -คลาส และก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถหรูต่อไป ทั้งนี้บริษัทมั่นในว่า ซีรีส์ BMW 5 ใหม่ ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่ 6จะตอบสนองทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะและความสะดวกสบาย อย่างไรก็ตามก่อนรุ่นประกอบในประเทศจะเริ่มทำตลาดเดือนกันยานยนนี้ บริษัทได้เปิดตัว ซีรีส์5โฉมใหม่รุ่นนำเข้าทั้งคัน(CBU) กับ 2 ทางเลือก535i ราคา 7,599,000 บาท และ 530d ราคา 7,299,000 บาทnnโดย บีเอ็มดับเบิลยู 5 35i วางเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร BMW 6 สูบ306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,200-5,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ BMW 8 สปีด ส่วนรุ่น530d เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร BMW 6 สูบ245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตร ที่ 1,750-3,000 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ BMW 8 สปีด ซึ่งทั้งสองรุ่นให้ประสิทธิภาพ ความประหยัดน้ำมัน ความหรูหรา สะดวกสบาย พร้อมอารมณ์ขับขี่สไตล์สปอร์ตnnนายเศรษฐิพงศ์ กล่าวว่า ยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.2553) เติบโต 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งขยายตัวสูงกว่าเซกเมนท์รถหรูที่เติบโต 22% ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากความพยายามในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเพิ่มศักยภาพการบริการหลังการขยายให้ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้สูงสุดnnสำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังมองว่า วิกฤตการเมืองช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะส่งกระทบหลายภาคธุรกิจ รวมถึงยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูในช่วงไตรมาส BMW 3 ทำให้บริษัทต้องทำงานอย่างหนัก แต่เชื่อว่าไตรมาสสุดท้ายของปีสถานการณ์จะดีขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทเริ่มทำตลาดซีรีส์ BMW 5 รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมมีรถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ทันทีnn(Source)

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

FORD FIESTA,FORD


18 กรกฎาคม 2553 09:36 น.ข่าวในประเทศ- ฟอร์ด ประเทศไทย เชิญชวนแฟนๆ รถฟอร์ดทั่วประเทศ ร่วมสนุกกับแคมเปญสุดคูล "Love Fiesta…Snap It Now!" (เลิฟ FORD เฟียสต้า สแนป อิท นาว) หรือ "ถ่ายรถ บอกรัก" เพื่อเป็นการสร้างความตื่นเต้นก่อนการเปิดตัวรถ ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ อย่างเป็นทางการในต้นเดือนกันยายนนี้ กับภารกิจถ่ายรูปรถ ฟอร์ด เฟียสต้า ที่คุณพบเห็นตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ หรือดึงภาพจากอินเตอร์เนต จากนั้นอัพโหลดรูปพร้อมคำบรรยายถึงความประทับใจที่มีต่อ ฟอร์ด เฟียสต้า ลงบนหน้ากิจกรรมการแข่งขันของเฟซบุ๊คที่ www.facebook.com/FordFiestaThailand รูปที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด รับรางวัลใหญ่ ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ มูลค่า 699,000 บาท ไปครอง นอกจากนี้ ยังมีรางวัลแพ็คเกจท่องเที่ยวสุดฮิปพร้อมขับรถ ฟอร์ด เฟียสต้า จำนวน 8 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 15,000 บาท กิจกรรมสุดคูลนี้ เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ - 15 กันยายนนี้ เท่านั้นnn(Source)

LEXUS IS,HUMMER,LEXUS


18 กรกฎาคม 2553 09:30 น.ข่าวในประเทศ- อีตั้นกระตุ้นยอดขายครึ่งปีหลังลุยแคมเปญสะเทือนวงการรถยนต์นำเข้าคือรับส่วนลดสูงสุดมากกว่า 1,000,000 บาท ในแคมเปญ ETON EXCLUSIVE CAR ANNUAL SPECIAL SALE ในงาน BANGKOK USED CAR SUPER CAR 2010 nnพีรศุษม์ ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท จำกัด กล่าวถึงสถานะการณ์การของการตลาดรถยนต์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าก่อนหรือหลังวิกฤตจนมาถึงตอนนี้ผลกระทบในทางลบยังไม่มีให้เห็น มีแต่ช่องทางที่ผู้ค้ารถยนต์จะสามารถทำการตลาดได้ เนื่องจากมีงานและสถานที่รองรับและสนับสนุนการขาย ให้เราได้ทำการตลาดกระตุ้นยอดขาย หาแคมเปญใหม่ ๆ มาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ในแต่ละค่ายnnที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมามีงานมอเตอร์โชว์ 2010 ที่ไบเทค กลางปีงานรถมือสอง ท้ายปลายปีงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป และยังมีงานโชว์รถขนาดเล็ก ๆ ของแต่ละค่ายแทรกเกือบทั้งปีส่งผลดีต่อวงการรถยนต์บ้านเรา และลูกค้า-ผู้บริโภคเพราะจะได้รับสิ่งที่ดีคุ้มค่าที่สุดในการจะตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์สักคัน ส่วนการเติบโตของตลาดรถยนต์นำเข้าคาดว่า 5,000 คัน ในอีก 2-3ปี nnอัจฉรีย์ ตันติยันกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และการตลาด บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท จำกัด กล่าวถึงการจัด แคมเปญ ETON EXCLUSIVE CAR ANNUAL SPECIAL SALE ครั้งนี้ว่า " เรามอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าแบบเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นของขวัญกลางปีให้แก่ลูกค้าเนื่องจากส่วนลดที่เราจัดให้นั้นสูงสุดมากกว่า 1,000,000 บาท สำหรับรายละเอียดของแคมเปญคือ เมื่อลูกค้าจองรถยนต์ผ่านบัตร KTC มูลค่า 200,000 บาท รับทันทีส่วนลดค่าน้ำมัน 50 % พร้อมลุ้นรับฟรีซ่อมบำรุงนานสูงสุดถึง 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร"nnอัจฉรีย์ ตันติยันกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และการตลาด บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท จำกัด กล่าวถึงการจัด แคมเปญ ETON EXCLUSIVE CAR ANNUAL SPECIAL SALE ครั้งนี้ว่า " เรามอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าแบบเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นของขวัญกลางปีให้แก่ลูกค้าเนื่องจากส่วนลดที่เราจัดให้นั้นสูงสุดมากกว่า 1,000,000 บาท สำหรับรายละเอียดของแคมเปญคือ เมื่อลูกค้าจองรถยนต์ผ่านบัตร KTC มูลค่า 200,000 บาท รับทันทีส่วนลดค่าน้ำมัน 50 % พร้อมลุ้นรับฟรีซ่อมบำรุงนานสูงสุดถึง 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร" nnแคมเปญดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 31 ก.ค 53 รวมไปถึงงาน BANGKOK USED CAR SUPER CAR 2010 ระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 กรกฎาคม 2553 ที่เมืองทองธานี ส่วนรุ่นของรถที่นำมาจำหน่ายมีทั้งหมด 10 รุ่นด้วยกัน เช่น Benz ELK 250 CGI Sport Cuope’ / Lexus Is 250 C FAIRLADY /HUMMER และ ALPHALD ชุดแต่ง Wald ทั้งนี้ต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มโดยแคมเปญนี้ตั้งเป้ายอดขายรวม 50 คัน "nn(Source)

วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

MERCEDES BENZ


16 กรกฎาคม 2553 14:16 น.nnข่าวในประเทศ - เมอร์เซเดส-เบนซ์เแถลงผลประกอบการครึ่งปีแรกสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 556,700 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2009 (ยอดขาย 483,300 คัน) โดยเฉพาะมิถุนายนเดือนเดียวมียอดจำหน่ายทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์คือ 113,300 คัน (ปี 2009: 100,300 คัน) เพิ่มขึ้นถึง 13 เปอร์เซ็นต์ โดยรุ่นที่ทำตลาดได้มากที่สุดในทุกภูมิภาคทั่วโลกคือ E-Class และ S-Class เมื่อเปรียบเทียบกับรถทุกรุ่น เมอร์เซเดส- เบนซ์ E-Class ซีดานยังคงครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของเซ็กเม้นที่สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 62 เปอร์เซ็นต์ในครึ่งปีแรกคงความเป็นผู้นำในตลาดรถหรูด้วยยอดขาย 101,700 คัน ในขณะที่ S-Class มียอดขายเพิ่มขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์ ด้วยยอดขาย 30,500 คัน และ C-Class ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ nnสำหรับยอดจำหน่ายรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย ยอดขายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รับความสำเร็จเกินความคาดหมายและสร้างปรากฏการณ์ ใหม่ด้วยยอดจำหน่ายเฉพาะเดือนมิถุนายนรวมทั้งสิ้น 532 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 57.6เปอร์เซ็นต์ โดยรุ่นที่สามารถทำยอดขายได้มากที่สุดคือ E-Class ด้วยยอดจำหน่ายที่ 396 คัน (จาก 532 คัน) ครองส่วนแบ่งการตลาดของเซ็กเม้นต์อี-คลาสสูงถึง 81.6 เปอร์เซ็นต์nnนายสเตฟาน เมอบิอุส รองประธานฝ่ายขายและการตลาด เมอร์เซเดส- เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า "การที่ยอดจำหน่ายรถเมอร์เซเดส-เบนซ์โดยเฉพาะ E-Class สูงเป็นประวัติการณ์นั้นแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ E-Class ที่ตรงใจกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ที่มีรองรับและให้เลือกมากมาย อาทิ มีทั้งหรูหราแบบซีดาน 4 ประตู โฉบฉี่ยวแบบสปอร์ตคูเป้ หรือเร้าใจแบบสปอร์ต AMG และ รุ่น E-Class Cabriolet แบบเปิดประทุน ที่กำลังอวดโฉมในเร็วๆนี้ เป็นต้นnnนอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเอาใจใส่ดูแลลูกค้าและให้ความสำคัญงานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การขับเคลื่อนแบบองก์รวมด้วยแนวคิด "Customer Appreciation" การให้บริการที่เป็นเลิศโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางnn(Source)

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

BMW 3,MERCEDES BENZ A,MERCEDES BENZ C,VOLVO XC90,BMW,MERCEDES BENZ,VOLVO


14 กรกฎาคม 2553 15:01 น.ค่าย “วอลโว่” หนุนนโยบายรัฐผลักดันรถยนต์ใช้น้ำมัน อี85 ประกาศพร้อมเพิ่มไลน์ผลิตรุ่นอื่นๆ ในไทย โดยเฉพาะโมเดลใหม่ “ วอลโว่ เอส60” หากทางบริษัทแม่พัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับได้ จากปัจจุบันที่ผลิต “ วอลโว่ เอส80” เครื่องยนต์เบนซินแบบเต็ม 100% ให้เป็นรถที่สามารถรองรับน้ำมันอี 85 ขณะเดียวกันเดินหน้าสู้ศึกเดือดตลาดรถหรูครึ่งปีหลัง เตรียมงัดกลยุทธ์ออกเวอร์ชั่นพิเศษ วอลโว่ เอส80 และเอ็กซ์ซี90 รวมถึงปรับแผนเร่งขึ้นไลน์ประกอบ “ วอลโว่ เอ็กซ์ซี60” หวังส่งลงทำตลาดในช่วงปลายปีนี้ ด้วยราคาส่วนต่างจากรุ่นซีบียูเป็นล้านบาท และที่เป็นไฮไลต์สำคัญทิ้งทวนปีเสือไฟ เห็นจะเป็นการนำเข้าโฉมใหม่ของ “ วอลโว่ เอส60” ที่ไม่เพียงพลิกรูปลักษณ์ใหม่สู่ความสปอร์ตทุกรายละเอียด ยังอัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมความปลอดภัยล่าสุดตามสไตล์ บนเครื่องยนต์เบนซินรหัส T5 ขนาด 2000 ซีซี VOLVO 240 แรงม้า และอาจจะมีเครื่องยนต์ดีเซลรหัส D ตามมาเป็นอีกทางเลือกด้วย ก่อนที่จะขึ้นไลน์ซีเคดีในไทยปีต่อไปnnเอส80ช่วงนี้ตลาดรถหรูดุเดือดจริงๆ เมื่อสองค่ายใหญ่ “เมอร์เซเดส- เบนซ์ A mp;rdquo; และ “บีเอ็มดับเบิลยู” ต่างเข็นรถใหม่สู่ตลาดแบบถี่ยิบ ทั้งนำเข้าสำเร็จรูป (CBU) และซอยรุ่นย่อยไลน์โมเดลหลัก อย่างล่าสุดค่ายดาวสามแฉกส่ง 2 รุ่นย่อยตัวใหม่ “เมอร์เซเดส- เบนซ์ ซี -คลาส” เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลสู่ตลาด ขณะที่ค่ายใบพัดสีฟ้าเปิดตัว “ บีเอ็มดับเบิลยู 3 20d Sport” สวนหมัดกลับ เท่านั้นยังไม่พอวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ เตรียมนำเข้ารถตัวธง “ซีรี่ส์5” โฉมใหม่ มานำร่องรุกตลาดรถหรู ก่อนที่จะขึ้นไลน์ประกอบในไทย (CKD) ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งจากการโหมลุยตลาดของสองผู้นำเช่นนั้น ย่อมทำให้ค่ายรถหรูอื่นๆ อยู่นิ่งไม่ได้ โดยเฉพาะ “วอลโว่” ที่กำลังกลับมาโตวันโตคืน ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และที่สำคัญเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 เครื่องยนต์ตั้งแต่ 1800 ซีซีขี้นไป ลดลงจากอัตราเดิมอีก 3% และลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนประกอบรถอี85 จำนวน 8 รายการ และกำลังมีการขอลดภาษีเพิ่มอีก 15 รายการ จึงล้วนเข้าทางวอลโว่แบบเต็มๆ ในฐานะผู้บุกเบิกการนำเข้าและผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันอี85…nn“ถือเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐสนับสนุนรถยนต์ใช้พลังงานทดแทน และโดยเฉพาะการทำให้เกิดความชัดเจนเป็นระบบ ด้วยการนำภาษีของรถยนต์ใช้น้ำมันอี 85 ไปอยู่ในโครงสร้างภาษีแท้จริง ย่อมส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจ และตัดสินใจได้ง่ายที่จะลงทุนผลิตรถ ซึ่งย่อมส่งผลให้ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันการบริหารจัดการของผู้ประกอบการก็ง่ายขึ้น เพราะสามารถดำเนินการได้ทันที จากปัจจุบันที่แม้จะได้รับชดเชยจากกระทรวงพลังงาน แต่ก็ต้องมีขั้นตอนการดำเนินงาน ทำให้ล่าช้ากว่าการอยู่ในโครงสร้างภาษีโดยตรง เพราะสามารถหักลดอัตราภาษีได้เลย”nnฉันทนา วัฒนารมย์ ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์(ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นถึงการสนับสนุนรถยนต์ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 ของรัฐบาล กับ “ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง” และกล่าวว่า ในส่วนของวอลโว่พร้อมจะสนับสนุนนโยบายภาครัฐ เกี่ยวกับการรณรงค์ผลักดันให้ใช้น้ำมันทดแทนอยู่แล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากการที่วอลโว่เป็นผู้นำในการนำเข้าและผลิตรถยนต์ อี85 โดยปัจจุบันรถยนต์รุ่น “ วอลโว่ เอส80” เครื่องยนต์เบนซินที่ผลิตในไทย 100% เป็นรถที่สามารถใช้น้ำมันอี85 ได้ทั้งหมดnn“วอลโว่ผลิตรถยนต์อี85 ออกมาทำตลาดในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคดีมาก ดังจะเห็นได้จากยอดขายหลักกว่า 40% มาจากรุ่น วอลโว่ เอส80 ส่วนรุ่นอื่นๆ วอลโว่ประเทศไทยก็มีความพร้อมที่จะผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันอี85 เช่นกัน หากโมเดลไหนที่ทางบริษัทแม่พัฒนาให้สามารถใช้ได้ อย่าง วอลโว่ เอส60 โฉมใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดโลก แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีเครื่องยนต์รองรับ แต่ก็เป็นโมเดลที่มีความเป็นไปได้ในอนาคต และหากเริ่มเมื่อไหร่วอลโว่ประเทศไทยก็พร้อมที่จะขึ้นไลน์ผลิตในไทยทันที”nnส่วนการลดภาษีของรถยนต์ใช้น้ำมันอี85 ของรัฐบาลล่าสุด คงไม่มีผลต่อการปรับลดราคาของรถยนต์ วอลโว่ เพราะราคาปัจจุบันได้หักลดภาษีสรรพสามิตลง 3% ไว้แล้ว จากการชดเชยของกระทรวงพลังงาน และการลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนประกอบ 8 รายการก็ไม่มีผล เพราะโรงงานประกอบของวอลโว่ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากรภาษี (Free Zone) อยู่แล้ว ราคาต้นทุนทั้งหมดจึงคิดตามความเป็นจริงแต่ต้นnnฉันทนากล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดรถหรูในปีนี้ ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้วอลโว่มียอดขายกว่า 400 คัน มากกว่าปีที่ผ่านมาเกินเท่าตัว และเชื่อว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายปีนี้ที่ตั้งไว้ 1,000 คัน เพราะปกติยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังของ วอลโว่ สัดส่วนจะอยู่ที่ประมาณ 60% อยู่แล้วnnเอ็กซ์ซี90nnเอ็กซ์ซี60 “ที่สำคัญสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลง และเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน ทำให้ทิศทางตลาดรถขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะนำมากระตุ้นการตัดสินใจซื้อรถของลูกค้าในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาด ไม่ว่าจะการทำรุ่นพิเศษ และเปิดตัวรถโมเดลใหม่ วอลโว่ เอส60 ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทั้งหมดจะช่วยกระตุ้นยอดขายของวอลโว่ให้เป็นไปตามเป้าหมายได้”nnทั้งนี้รถยนต์รุ่นใหม่แนะนำสู่ตลาด ซึ่งกำลังแข่งกันอย่างดุเดือด แน่นอนคงจะเป็นเวอร์ชั่นพิเศษ โดยจะมีทั้ง วอลโว่ เอส80 และรถอเนกประสงค์ วอลโว่ เอ็กซ์ซี90 (XC90) แต่จะเป็นอย่างไรหรือเมื่อไหร่คงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และที่กำลังดำเนินงานอย่างเร่งด่วน คือการขึ้นไลน์ประกอบในประเทศของ วอลโว่ เอ็กซ์ซี60 (XC60) เพื่อเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาลดลงจากรุ่นซีบียูเป็นล้านบาทnnเอส60 ใหม่nnเอส60“ขณะที่ วอลโว่ เอส60 (S60) เป็นรถโมเดลใหม่ที่นำเข้ามาทำตลาดในไทย ซึ่งมีความโดดเด่นสวยงาม และที่สำคัญมีเทคโนโลยีทันสมัยอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องนวัตกรรมระบบความปลอดภัยใหม่ล่าสุด ที่ถือเป็นความล้ำหน้าของ วอลโว่ จึงเชื่อว่ารถรุ่นนี้จะสามารถกระตุ้นยอดขายได้อีกระดับหนึ่ง และในอนาคตวอลโว่ประเทศไทยก็มีแผน ที่จะนำ วอลโว่ เอส60 เข้ามาประกอบซีเคดีในไทยอีกรุ่น”nสำหรับ วอลโว่ เอส60 ใหม่ เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 โดยได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยการพลิกโฉมสู่รูปลักษณ์สปอร์ตในทุกรายละเอียด แต่ก็ยังคงความเป็นเอกลัษณ์ของรถยนต์วอลโว่ยุคใหม่ไว้ชัดเจน โดยเห็นได้จากกระจังหน้าทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ ซึ่งทีมออกแบบของวอลโว่เรียกสไตล์การออกแบบ Racetrack Design ส่วนด้านท้ายออกแบบให้แนวเสา C-Pillar ลาดเท เพื่อความโฉบเฉี่ยวและดูเป็นรถสปอร์ตมากขึ้นnnส่วนเรื่องระบบความปลอดภัยจุดขายสำคัญของ วอลโว่ ในรุ่นเอส60 ใหม่ยังคงมีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจสอบสภาพผู้ขับ หรือระบบกล้องและสัญญาณเตือนมุมอับสายตา เป็นต้น และยังนำนวัตกรรมใหม่ล่าสุด Pedestrian Detection with Full Auto Brake System ตรวจจับคนเดินถนนที่อาจจะเดินลงมาบนถนนแบบกระทันหัน มาติดตั้งให้เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และผู้คนบนท้องถนนเพิ่มขึ้นไปอีกnn วอลโว่ เอส60 ในต่างประเทศมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินบล็อกใหม่ GTDi ซึ่งเป็นเทอร์โบแบบไดเร็กต์อินเจกชั่น รหัส T3 และ T4 เครื่องยนต์ขนาด 1600 ซีซี กำลัง 150 และ 180 แรงม้าให้เลือก แต่ในเมืองไทยยังคงจะทำตลาดกับรุ่นเครื่องยนต์ รหัส T5 ขนาด 2000 ซีซี VOLVO 240 แรงม้าเป็นหลัก และคงต้องมีเครื่องยนต์ดีเซลรหัส D3 แบบ 4 สูบ 2000 ซีซี 163 แรงม้า หรือติดตั้งเทอร์โบคู่รหัส D5 ที่วอลโว่นิยมทำตลาดในไทย ขนาด 2500 ซีซี 205 แรงม้า มาให้เลือกเช่นกันnnเรียกว่า “วอลโว่” ไม่ยอมโดนคู่แข่งค่ายยักษ์ถล่มเลยงานนี้ และยังเดินหน้าปั้นยอดขายให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แสดงให้เห็นถึงฝีมือของ “ฉันทนา วัฒนารมย์” ผู้หญิงไทยคนแรกที่ก้าวสู่การเป็นประธานบริษัทรถยนต์ข้ามชาติในไทยnn(Source)

BMW,CHEVROLET,DAEWOO,FORD,HONDA,HYUNDAI,MAZDA,MERCEDES BENZ,MITSUBISHI,NISSAN,SUBARU,SUZUKI,TATA,TOYOTA,VOLVO


14 กรกฎาคม 2553 15:47 น.ข่าวในประเทศ- บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานยอดขายรถยนต์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาว่ามียอดรวมทั้งสิ้น 356,692 คัน เทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกันแต่มียอดขายรวมแค่ 231,428 คัน ทั้งนี้ตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นมากสุด 59.6% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เพิ่มขึ้น 50.3 % nnหากมาดูเฉพาะเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามียอดขายรวม 70,557 คัน สูงสุดเป็นสถิติใหม่ของยอดขายของเดือนมิถุนายน และมีอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี ด้วยอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 62.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ขายได้ 43,402 คันnnผลจากการเติบโตเกิดจากตลาดรถยนต์นั่งที่มีปริมาณการขายถึง 32,946 คัน เพิ่มขึ้น 75.7% เพราะได้รับความนิยมต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งยังมีส่วนหนึ่งที่ค้างส่งมอบและได้มีการปรับเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา ประกอบกับตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 52.5 % เป็นอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นผลมาจากเศรษฐกิจของประเทศที่ฟื้นตัว ตลอดจนบรรยากาศทางการเมืองที่คลี่คลายได้ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคnnสำหรับตลาดรถในเดือนกรกฎาคม นี้ ต่างคาดการณ์ว่ายังคงเติบโตต่อเนื่องจากความนิยมในรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นที่ทยอยแนะนำเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ต้นปี ซึ่งบางรุ่นยังคงมียอดค้างส่งมอบแม้ว่าจะได้มีการปรับเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา การจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องของบริษัทรถยนต์ต่าง ๆประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอยู่ในเกณฑ์ทีดี และราคาสินค้าทางการเกษตร อาทิ ยางพารา มันสำปะหลังที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ยอดขายรถก็จะตามมา nn
ยี่ห้อ มิถุนายน53 มิถุนายน52 มกราคม-มิถุนายน53 มกราคม-มิถุนายน52
โตโยต้า 26,969 18,844 144,745 95,334
อีซูซุ 12,687 8,452 70,552 48,858
ฮอนด้า 12,535 7,320 51,782 39,967
นิสสัน 5,053 2,415 22,463 12,106
มิตซูบิชิ 3,474 1,303 16,599 7,742
มาสด้า 3,379 882 16,895 4,968
ฮีโน่ 836 525 4,327 2,898
ซูซูกิ 571 192 2,470 1,045
มิตซูบิชิ-ฟูโซ่ 68 50 384 786
นิสสัน-ดีเซล 67 33 384 252
ซูบารุ 8 10 62 80
รวมรถญี่ปุ่น 65,647 40,026 330,663 214,036
เชฟโรเลต 1,803 1,653 8,832 7,113
ฟอร์ด 725 515 3,910 3,314
เบนซ์ 554 304 2,226 2,217
ทาทา 503 91 2,327 421
โปรตอน 437 227 3,278 1,296
ฮุนได 250 110 1,360 549
บีเอ็มดับเบิลยู 204 161 1,408 881
วอลโว่ 98 51 612 314
โฟล์คสวาเกน 58 34 329 177
วู่หลิง 31 44 175 123
เเกีย 26 52 324 233
เปอโยต์ 10 4 37 39
แดวู 6 - 26 26
ยี่ห้ออื่น 205 130 1,185 689
รวมทั้งหมด 70,557 43,402 356,692 231,428
nn(Source)

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

VOLKSWAGEN CARAVELLE,VOLKSWAGEN


13 กรกฎาคม 2553 14:55 น.ข่าวในประเทศ – บริษัท เอบีที สปอร์ตไลน์ สถาบันปรับแต่งและเพิ่มสมรรถนะรถยนต์ ประเทศเยอรมนี นำเอารถตู้โฟล์คสวาเกน คาราเวล มาเพิ่มความสปอร์ตให้รูปลักษณ์ภายนอก ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งตัวถังรอบคันตามแบบฉบับ เอบีที สปอร์ตแวน ด้วยการปรับเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ให้ดูดุดันมากขึ้น เพิ่มความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หน้า เสกิร์ตด้านข้าง ชุดสเกิร์ตหลังพร้อมติดตั้งท่อไอเสียคู่ ซ้าย-ขวา และปีกเหนือกระจกหลังสไตล์รถแข่ง เสริมความหรูหรา ด้วยชุดล้อแม็กอัลลอย BR ซีรีย์ขนาดใหญ่ถึง 19 นิ้ว ทำให้ความสูงของตัวรถดูลดลง เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ใหม่สไตล์สปอร์ตเต็มพิกัด ตอกย้ำว่านี่คืออีกหนึ่งสายพันธ์รถสปอร์ตจากตระกูล ABTnnนอกจากนี้ ABT ยังปรับเปลี่ยนและพัฒนาชุดเพิ่มสมรรถนะช่วงล่างหลัง ให้กับรถตู้โฟล์คสวาเกน คาราเวล ด้วย ABT ISC SHOCK โช๊คอัพหลังตระกูลคอมฟอร์ทไลน์ ที่ให้ความนุ่มนวล มากด้วยคุณสมบัติพิเศษทำงานสอดประสานกับระบบดูดซับแรงสั่นสะเทือน สะดวกและรวดเร็วในการติดตั้งโดยไม่ต้องเปลี่ยนสปริง ABT T5 ระบบช่วงล่างเอบีที ให้ความนุ่มนวล เพื่อโฟล์คสวาเกน คาราเวล คันพิเศษของคุณnnราคาจำหน่ายชุดแต่ง ABT Volkswagen Caravelle T5nชุดแต่งรอบคัน Aerodynamics Set 266,000 บาท nชุดโช๊คอัพหลัง ABT ISC SHOCK 39,000 บาท n** ราคานี้รวมค่าติดตั้ง**nnเจ้าของรถตู้โฟลค์สวาเกน คาราเวลที่สนใจตกแต่งรถยนต์ด้วยชุดแต่ง ABT Sportsline สามารถติดต่อได้ที่โชว์รูม เอบีที สปอร์ตไลน์ ( ประเทศไทย ) จำกัด nn(Source)

BMW,MERCEDES BENZ,MINI


13 กรกฎาคม 2553 12:23 น.ข่าวในประเทศ-บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มือเก๋าวงการรถยนต์ ประกาศความพร้อมการจัดงาน “BANGKOK USED CAR & SUPERCAR SHOW 2010” งานมหกรรมยานยนต์รถมือสองและยนตรกรรมสุดหรูปีที่ 2 ผนึกพันธมิตร 21 บริษัท นำรถสวยมือสองการันตีคุณภาพ และรถหรูถูกกฎหมาย ร่วมงานกว่า 10,000 คัน สะดวกด้วยบริการไฟแนนซ์ รู้ผลอนุมัติได้ใน 2 ชั่วโมง พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดงาน BMW 5 วัน คาดเงินสะพัดกว่า 2,000 ล้านnnนายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และประธานการจัดงาน “BANGKOK USED CAR & SUPERCAR SHOW 2010” กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่ 2 สำหรับการจัดงานดังกล่าว โดยปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดมีรายได้ตลอดงานกว่า 900 ล้านบาท และปีนี้ได้เตรียมจัดงานขึ้นอีกครั้งระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2553 ณ ชาเลนเจอร์ BMW 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยคอนเซ็ปต์ของงานยังมุ่งตลาดรถมือสองเน้นเรื่องรถยนต์ที่ผ่านการรับประกันคุณภาพ แต่ราคาย่อมเยาว์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มรถมือสองที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวก็จัดสรรพื้นที่สำหรับแสดงรถหรูเพื่อตอบรับกลุ่มลูกค้าที่ชอบรถหรูหรา สปอร์ต และมีสไตล์nnงาน “BANGKOK USED CAR & SUPERCAR SHOW 2010” มีกระแสตอบรับอย่างดีจากบริษัทรถยนต์ที่เคยเข้าร่วมงานในปีก่อนนอกจากนี้ยังมีผู้สนใจติดต่อเข้าร่วมงานอีกคับคั่งโดยผู้จัดงานได้คัดสรรผู้จำหน่ายที่ตรงตามความต้องการของงานรวมกว่า 21 บริษัท โดยแบ่งเป็นบริษัทรถยนต์ และผู้จำหน่ายรถยนต์มือสอง อาทิ โตโยต้าชัวร์, เชฟวี่ โอเค, เบนซ์ เอ็น. เค., บีเอ็มดับเบิลยู พรีเมียมซีเล็กชั่น, มินิ เน็กซ์, ยนตรกิจคอเปอเรชั่น, เบนซ์อมร, 1966, โยรัชดา ฯลฯ และผู้นำเข้ารถยนต์อิสระในส่วนรถใหม่ คือ F1, DSG, BRG GROUP, A.G.CARS, J AUTO, ETON, NICHE CAR นอกจากนี้ยังมีโซนจัดจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ อีกกว่า 50 บูธ คาดว่าตลอดทั้ง BMW 5 วันของการจัดงานจะมีทั้งรถใหม่และมือสองมาจัดแสดงให้ผู้สนใจได้เลือกสรรมากกว่า 10,000 คัน โดยมีราคาตั้งแต่ 200,000 - 50 ล้านบาทขึ้นไป nnนอกจากกรังด์ปรีซ์ กรุ๊ป ยังร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำ คือ ธนาคารเกียรตินาคิน,กสิกรลีซซิ่ง และทิสโก้แบงค์ มาให้บริการด้านการจัดไฟแนนซ์ด้วยดอกเบี้ยที่ถูกกว่าการซื้อกับเต๊นท์รถทั่วไป และพิเศษผู้สนใจสามารถยื่นเอกสารและตรวจสอบการอนุมัติสินเชื่อทราบผลได้ใน 2 ชั่วโมง และสำหรับใครที่มีรถเก่าอยากมาประเมินราคาทางผู้จัดงานยังร่วมกับ Trade In Express เปิดพื้นที่เพื่อร่วมตรวจสอบประเมินราคากันอย่างเที่ยงธรรมไม่จำกัดค่ายรถยนต์ และเพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานในปีนี้ผู้จัดร่วมกับชมรมรถยนต์ต่างๆ เปิดพื้นที่กิจกรรมตลอด BMW 5 วัน เพื่อโชว์ไฮไลท์รถสวยรูปแบบต่างๆ อาทิ รถตกแต่งจากร้าน PS, โชว์รถเรสซิ่ง, โชว์รถ VIP Style Thailand 2010 ฯลฯnnพิเศษสำหรับลูกค้าบัตรเครดิต KTCใช้จ่ายในงานครบทุก 5,000 บาท รับฟรีประกันอุบัติเหตุ(PA) จาก MAXI Insurance มูลค่า 100,000 บาท พิเศษเพียง 60 กรรมธรรม์ต่อวัน พร้อมคูปองล้างรถกับ Wizard Auto Care และเมื่อซื้อสินค้าภายในบูธ KTC อาทิ TOONSPORT,ATP, BMW 3 M, Meguiar’s, Expert Car Rental, MAXI, Wizard Auto Care, Bosch รับโปรโมชั่นพิเศษส่วนลด 50% และผ่อนชำระนาน 10 เดือน สำหรับผู้สมัครบัตรใหม่ KTC บางจาก ในงานรับฟรี Voucher ขับรถท่องเที่ยวมูลค่า 500 บาท nnด้านธนาคารเกียรตินาคิน ส่งแคมเปญใหญ่พิเศษแห่งปี โดยลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ภายในงานและใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์กับธนาคาร จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลไปชมการแข่งขันรถ Formula BMW 1 ที่ประเทศสิงคโปร์ BMW 3 วัน 2 คืนพร้อมที่พักฟรี ในช่วงปลายเดือนกันยายน 53 นี้nnนอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษจากผู้จัดงาน อาทิ โปรโมชั่นนาทีทอง จัดทุกวันเวลา 19.00-20.00 น. สำหรับผู้ซื้อรถในบูธ J AUTO , A.G.Cars และ F1 รับส่วนลดพิเศษทันที 200,000 บาท วันละ 1คัน และสำหรับผู้ร่วมตอบแบบสอบถามในงานสามารถนำใบยืนยันไปแลกรับสิทธิส่วนลดจากบูธยนตรกิจสูงสุดถึง 250,000 บาท จำนวนทั้งหมด BMW 5 คัน และไฮไลท์ของงานยังเป็นรางวัลพิเศษจากผู้จัด เพียงซื้อรถในงานสามารถส่งใบเสร็จเพื่อชิงรางวัลใหญ่รถยนต์อาวีโอ ป้ายแดง มูลค่ากว่า 500,000 บาท จำนวน BMW 1 คัน nnงานมหกรรมยานยนต์รถมือสองและยนตรกรรมสุดหรู “BANGKOK USED CAR & SUPERCAR SHOW 2010” เปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2553 วันธรรมดาตั้งแต่ 11.00-22.00 น. และเสาร์ อาทิตย์ 10.00-22.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ BMW 3 อิมแพ็คเมืองทองธานีnn(Source)