วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

BMW 5,FORD FIESTA,HONDA CIVIC,MAZDA 3,MERCEDES BENZ E,BMW,CHEVROLET,CITROEN,FORD,HONDA,HYUNDAI,MAZDA,MERCEDES BENZ,SUBARU,TOYOTA,VOLVO


8 กรกฎาคม 2553 09:32 น. โตโยต้า พรีอุส ไฮบริดส่องกล้องสำรวจรถใหม่เปิดตัวช่วงครึงหลังปีนี้ ที่เป็นเวลาของเก๋งคอมแพ็กต์กลับมาปลุกองศาเดือด เมื่อค่ายจีเอ็มส่ง “ เชฟโรเลต ครูซ” มาทำตลาดแทน “ออพตร้า” แต่กลับต้องเจอศึกหนักจากการขยับตัวครั้งสำคัญของยักษ์ใหญ่ “โตโยต้า” ที่ได้ฤกษ์ไมเนอร์เชนจ์ “โคโรลล่า อัลติส” ใหม่ ที่ไม่เพียงปรับโฉม ยังเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นแบบ Dual VVT-I เหมือนกันหมด พร้อมติดตั้งเกียร์ธรรมดา BMW 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT เท่านั้นไม่พอต้องจับตา! “ โตโยต้า พรีอุส” รถยนต์ไฮบริดเต็มรูปแบบ ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรีเพิ่งอนุมัติลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วน BMW 6 รายการ ทำให้โอกาสเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้น ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ตามกระแสข่าว ขณะที่ค่ายอื่นๆ อัดแคมเปญและแต่งหน้าทาปากสู้เต็มที่ เช่นเดียวกับตลาดรถหรูร้อนแรงเช่นกัน เมื่อค่ายใบพัดสีฟ้า “บีเอ็มดับเบิลยู” เตรียมเปิดตัวรถธง “ซีรี่ส์5” โฉมใหม่ สู่ตลาดกลางเดือนกรกฎาคมนี้ ด้วยการส่งเวอร์ชั่นซีบียูนำร่อง ก่อนจะตามมาด้วยรุ่นประกอบในประเทศ หรือซีเคดีช่วงปลายปี ที่จะเป็นเวลาของคู่แข่ง “ วอลโว่ เอส60” ถูกนำเข้ามาทำตลาดเป็นการตีโต้แบบหมัดต่อหมัด เพื่อรอเวลาเวอร์ชั่นซีเคดีตามมาในปีหน้า แต่หากต้องการทางเลือกอื่นๆ ยังมีรถรุ่นใหม่จ่อคิวเปิดตัวอีกเพียบnn ฮุนได ไอ10เข้าสู่สังเวียนช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดรถยนต์ไทยยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง จนทำให้ค่ายรถยักษ์ใหญ่ “โตโยต้า” ต้องทำการประเมินภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 2553 นี้ใหม่ จากเดิมเมื่อต้นปีคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 6.2 แสนคัน เตรียมปรับตัวเลขเพิ่มเป็น 6.5 แสนคัน ซึ่งมาจากการพิจารณายอดขายรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งที่เผชิญกับวิกฤตการเมืองครั้งสำคัญ แต่ตัวเลขยอดขายตลาดรถยนต์ในช่วงดังกล่าว กลับไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังของปีที่สถานการณ์ทางการเมืองสงบลง สภาวะเศรษฐกิจเริ่มปรับฟื้นตัวดีขึ้นชัดเจน บวกกับเงินอัดฉีดโครงการไทยเข้มแข็ง และล่าสุดรัฐบาลเปิดโครงการ “อภิมหาประชานิยม” เรียกคะแนนเสียงกันแบบสุดๆ จึงทำให้หลายฝ่ายประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทยจะสดใสอย่างยิ่ง ขณะที่ปัจจัยลบให้ต้องกังวลมีเพียงเรื่องราคาน้ำมัน แต่หากเทียบกับราคาที่เคยพุ่งทำสถิติไปก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นปีนี้ยังถือว่าเด็กๆ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงส่งผลดีต่อตลาดรถยนต์แน่นอน และที่สำคัญค่ายรถยังเตรียมอัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายกันเต็มที่ รวมถึงการเปิดตัวรถใหม่ที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อลองส่องกล้องดูแล้ว… มีโมเดลใหม่ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้ช่วงที่ผ่านมาเลย!nn เชฟโรเลต ครูซเก๋งคอมแพ็กต์เปิดหลากทางเลือกnnยุคนี้เป็นเวลาของตลาดรถยนต์นั่ง หรือเก๋ง จากการหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อรถ ที่เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะยุคราคาน้ำมันแพง และกระแสลดภาวะโลกร้อนเช่นนี้ ทำให้เก๋งขนาดเล็กได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถดีเป็นอย่างยิ่งnnดังจะเห็นจากการเปิดตัวรถเล็กรุ่นใหม่ออกมา ล้วนได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีทุกรุ่น ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังนี้มีเปิดตัวเช่นกัน กับ “ ฟอร์ด เฟียสต้า ” เก๋งซับคอมแพ็กต์ที่เผยโฉมตีปี๊บสร้างกระแส บ่อยเสียจนความรู้สึกสดใหม่ในแง่ของตัวสินค้าไม่มีแล้ว แต่ยังไม่ยอมเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการเสียที ล่าสุดเพิ่งจะทำพิธีเปิดตัวรถจากสายผลิตคันแรกไปเมื่อวานนี้ (6 ก.ค.) พร้อมเปิดราคาเฟียต้าโดยเริ่มต้น 529,000 บาท สูงสุด 699,000 บาท และจะมีการแถลงข่าวความคืบหน้าแผนทำตลาดอีกรอบสัปดาห์หน้า เพื่อรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้nnแต่กลุ่มเก๋งที่เป็นรถตลาดอื่นๆ น่าสนใจและจับตามองมาก เพราะมีความเคลื่อนไหวของเก๋งคอมแพ็กต์ ที่จะส่งผลต่อการแข่งขันของตลาดในช่วงครึ่งหลังปีนี้มากทีเดียว โดยเฉพาะการเปิดตัวของเก๋งโมเดลใหม่ “ เชฟโรเลต ครูซ” ซึ่งจะเข้ามาทำตลาดแทนรุ่น “ออพตร้า” ในปัจจุบันnnอัลติส ไมเนอร์เชนจ์แม้ชื่อชั้นแบรนด์อาจจะด้อยกว่า หากเทียบกับคอมแพ็กต์คาร์รุ่นอื่นๆ ในตลาดไทย แต่ความที่เป็นโมเดลใหม่ และจีเอ็มประเทศไทยก็มุ่งหวังที่จะสร้างชื่อให้ได้ เนื่องจากเป็นโมเดลสำคัญของจีเอ็มทั่วโลก ย่อมต้องทำให้กระแสตลาดคอมแพ็กต์ที่นิ่งๆ มานานกลับร้อนแรงอีกครั้งn เชฟโรเลต ครูซ มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 1.6 และ 1.8 ลิตร ซึ่งแว่วว่าเครื่องยนต์สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ด้วย โดยตัวถังมีเฉพาะรุ่นซีดาน หรือแบบ 4 ประตูเท่านั้นnnอย่างไรก็ตาม เชฟโรเลต ครูซ คงจะต้องเจอกับงานหนักแน่ เพราะยักษ์ใหญ่ “โตโยต้า” มีการขยับเช่นกัน ด้วยการไมเนอร์เชนจ์ให้กับ “โคโรลล่า อัลติส” เพื่อทำตลาดในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ โดยรูปลักษณ์คงไม่ได้แตกต่างจากเวอร์ชั่นในยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งปรับโฉมไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ตามรายงานข่าวในไทยจะตกแต่งรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ให้เห็นความแตกต่างจากรุ่น 1.6 และ 1.8 ลิตรชัดเจนnnการไมเนอร์เชนจ์ของ โตโยต้า อัลติส ใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นการเดิมพันสำคัญ เพราะที่ผ่านมายังไม่สามารถเอาชนะคู่แข่ง “ ฮอนด้า ซีวิค ” ที่ทำตลาดมาหลายปีได้อย่างเด็ดขาดเลย งานนี้จึงต้องใส่เข้าไปอย่างเต็มที่ ด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์รุ่น 1.6 และ 1.8 ลิตร เป็นแบบ DUAL VVT-i เช่นเดียวกับรุ่น 2.0 ลิตร และยังปรับเป็นเกียร์ธรรมดา BMW 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ CVT ด้วยnn ซีตรอง ดีเอส3เท่านี้ยังไม่พอ จับตา! การรุกครั้งสำคัญของ “โตโยต้า” ให้ดี เพราะอาจจะได้พบกับรถโมเดลใหม่ “ โตโยต้า พรีอุส” รถยนต์ไฮบริดอีกรุ่นที่จะออกจากไลน์การผลิตของโรงงานโตโยต้าในไทย จากปัจจุบันที่ผลิต “ โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด” อยู่แล้ว ยิ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ปรับลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ไฮบริด BMW 6 รายการ ซึ่งโตโยต้าผลักดันและรอคอยมานาน แม้จะไม่ได้ครบทุกรายการตามที่ขอไป แต่ก็ถือเป็นจุดสำคัญที่น่าจะทำให้ “พรีอุส” เปิดตัวสู่ตลาดไทยในช่วงปลายปีนี้ ตามกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้เป็นจริงมากขึ้นnn โตโยต้า พรีอุส เป็นรถยนต์แบบไฮบิดเต็มรูปแบบ ที่เรียกกันว่า Fully Hybrid บางจังหวะสามารถขับเคลื่อนโดยอาศัยพลังจากเครื่องยนต์ หรือมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว หรือว่าจะให้ทั้ง 2 อย่างทำงานร่วมกันก็ได้ โดยระบบไฮบริดของพรีอุสเป็นแบบ Hybrid Synergy Drive หรือ HSD ซึ่งตอบสนองความเร้าใจด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน แบบ 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ที่มีความจุ 1.8 ลิตร 98 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร มีกำลังสูงสุด 80 แรงม้า แต่เมื่อรวมการทำงานของทั้ง 2 ส่วนเข้าด้วยกัน ขุมพลังไฮบริดรุ่นนี้สามารถตอบสนองกำลังสูงสุดได้ 134 แรงม้าและส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT นี่จึงnnอี-คลาส เปิดประทุนจากโมเดลใหม่ “ เชฟโรเลต ครูซ” และการที่ยักษ์ใหญ่ “โตโยต้า” ขยับตัวครั้งสำคัญ ย่อมทำให้ตลาดเก๋งคอมแพ็กต์ดุเดือดขึ้น ซึ่งค่ายอื่นๆ คงต้องงัดกลยุทธ์ออกมาสู้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการอัดแคมเปญของทุกยี่ห้อ หรือแต่งหน้าทาปากกระตุ้นยอดของ “มาสด้า3” ก่อนที่โฉมใหม่จะมาในช่วงต้นปีหน้า หรือแม้แต่ “ ฮอนด้า ซีวิค ” อาจจะต้องขยับบ้าง จากรายงานข่าวจะเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ต้นปีหน้าเช่นกันnnซีรี่ส์5-เอส60เขย่าอี-คลาสสะเทือนnnอีกตลาดที่ดูแล้วน่าจะร้อนแรงไม่แพ้กัน เห็นจะเป็นตลาดรถยนต์หรูหรา ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ต่างงัดกลยุทธ์ทั้งออกรุ่นพิเศษ พร้อมลดราคา หรือแตกรุ่นย่อยออกมาอีกเพียบnในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยิ่งดุเดือดมากกว่าเดิมอีก เพราะจะมีโมเดลสำคัญของกลุ่มรถหรูหราเปิดตัวสู่ตลาด นั่นก็คือโฉมใหม่ของ “ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์5” ซึ่งถือเป็นรถธงของค่ายใบพัดสีฟ้า และเป็นคู่แข่งสำคัญของ “เมอร์เซเดส เบนซ์ อี -คลาส” ซึ่งล้วนเป็นตัวหลักในตลาดรถยนต์หรูหราของไทยnทั้งนี้ระลอกแรก บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะเปิดตัว “ซีรี่ส์5” ใหม่เวอร์ชั่นนำเข้าจากต่างประเทศ หรือซีบียู(CBU) ซึ่งมีกำหนดเปิดตัววันที่ 19 กรกฎาคมศกนี้ แม้จะยังไม่รายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่ตามรายงานจะนำเข้ามาทำตลาด 2 รุ่น ได้แก่ รหัส 535i เครื่องยนต์เบนซิน BMW 6 สูบ ความจุ 3000 ซีซี มาพร้อมกับเทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า และอีกรุ่น บีเอ็มดับเบิลยู 5 30d เครื่องยนต์ดีเซล BMW 6 สูบ ขนาด 3000 ซีซี 245 แรงม้าnnฺBMW ซีรีส์5จากนั้นจะเป็นเวอร์ชั่นประกอบในประเทศ(CKD) ซึ่งแน่นอนแล้วว่าจะเปิดตัวปลายปีนี้แน่นอน เพราะ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ต้องการอาศัยจังหวะกระแสกำลังร้อนแรง และภาพรวมยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูกำลังไปได้ดี จึงได้เร่งโครงการประกอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์5 ใหม่ให้เร็วขึ้น ส่วนโมเดลที่จะขึ้นไลน์ประกอบย่อมต้องเป็นรุ่นเล็กรหัส 520 ที่เป็นหัวใจหลักของซีรี่ส์ BMW 5 อยู่แล้วnnแต่งานนี้ค่าย “วอลโว่” คงไม่ยอมง่ายๆ เช่นกัน เพราะหลังจากแต่งหน้าทาปากให้กับรุ่น “เอส80” เครื่องยนต์เบนซิน และหั่นราคาลงมาจนยอดขายพุ่งแรงทีเดียว ดังนั้นในส่วนเครื่องยนต์ดีเซลที่ชะลอไประยะหนึ่ง ในช่วงอีกไม่กี่เดือนนี้จะถูกนำมาขึ้นไลน์ประกอบ เพื่อทำตลาดในไทยอีกครั้งnnส่วนไฮไลต์ของวอลโว่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ น่าจะอยู่ที่การเปิดตัวของ “ วอลโว่ เอส60” เจนเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งเพิ่งเผยโฉมในตลาดโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นปลายปีนี้ วอลโว่ ประเทศไทย จะนำเข้ารถแบบซีบียูมาทำตลาดก่อน และจากนั้นจะขึ้นไลน์ประกอบในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคาลดลงจากรุ่นซีบียูเป็นล้านบาททีเดียวnn วอลโว่ เอส60 วอลโว่ เอส60 ด้วยการพลิกโฉมสู่รูปลักษณ์สปอร์ตในทุกรายละเอียด แต่ก็คงความเป็นเอกลัษณ์ของรถยนต์วอลโว่ยุคใหม่ได้ชัดเจน ขณะที่ระบบความปลอดภัย ในรุ่นเอส60 ใหม่ มีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจสอบสภาพของผู้ขับ หรือระบบกล้องและสัญญาณเตือนมุมอับสายตา เป็นต้น และยังนำนวัตกรรมใหม่ล่าสุดPedestrian Detection with Full Auto Brake System ตรวจจับคนเดินถนนที่อาจจะเดินลงมาบนถนนแบบกะทันหัน มาติดตั้งให้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และผู้คนบนท้องถนนเพิ่มขึ้นไปอีกnnเรียกว่าตลาดเก๋งร้อนแรงจริงๆ เพราะโมเดลหลักต่างถูกส่งออกมาฟาดฟันกันอย่างดุเดือด นี่ยังไม่รวมรถรุ่นอื่นๆ ที่จะถูกส่งออกมาทำตลาด ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส- เบนซ์ ประเทศไทย ที่เตรียมนำเข้า “อี-คลาส รุ่นเปิดประทุน” มาเก็บเล็กผสมน้อยช่วยดันยอดขาย การกลับมารุกตลาดของค่าย ซีตรอง ที่ช่วงปลายปีนี้จะเปิดตัวรถเล็ก “ ซีตรอง ดีเอส3”nn ซูบารุ เอาท์แบ็กส่วนค่ายรถ “ซูบารุ” ช่วงตุลาคมนี้จะส่ง “ ซูบารุ เอาต์แบ็ก”บุกตลาดรถอเนกประสงค์ เช่นเดียวกับค่ายรถจากเกาหลี “ฮุนได” ที่เตรียมต่อยอดความสำเร็จในรุ่น “เอช1” ด้วยการนำเข้ารถเอ็มพีวีหรู BMW 7 ที่นั่ง “แกรนด์ สตาเร็ก” และหากสถานการณ์เข้าทาง อาจจะบุกตลาดรถเล็กส่ง “ ฮุนได ไอ10” มาบู๊กับตลาดรถเล็กที่กำลังแข่งขันกันดุเดือดnnทางด้านตลาดปิกอัพที่ยอดขายกำลังกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แม้จะยังไม่มีโมเดลใหม่สู่ตลาดในช่วงนี้ เพราะตามแผนแต่ละค่ายจะเริ่มเปิดตัวรุ่นใหม่ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป แต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังมีการขยับกระตุ้นยอด ด้วยการแต่งหน้าทาปาก หรือเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม ซึ่งแว่วว่าโตโยต้าจะเปิดตัวปิกอัพ “ไฮลักซ์ วีโก้” พื้นเรียบ และติดตั้งก๊าซเอ็นจีวี เพื่อชิงตำแหน่งปิกอัพตอนเดียวคืนจากคู่แข่ง หรือค่ายนิสสันก็จะทำการแต่งหน้าทาปากให้กับรุ่น “นาวารา” เช่นเดียวกับ “ มาสด้า บีที-50” หรือหากชื่นชอบปิกอัพเล็ก ค่ายทาทาจะเปิดตัว “ซูเปอร์ เอช” เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 1.4 ลิตร ที่สามารถบรรทุกได้ถึง BMW 1 ตันสู่ตลาดnnจากความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ตลาดรถยนต์ไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ร้อนแรงไม่แพ้ช่วงต้นปีแน่นอน ทีนี้ก็อยู่ที่ท่านๆ แล้วล่ะว่า… จะถูกใจและเลือกถอยป้ายแดงคันไหน? nn(Source)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น