
4 สิงหาคม 2553 10:32 น. ข่าวในประเทศ - "โตโยต้า" เล็งผุดโครงการใหญ่ ยกไทยเป็นศูนย์กลางผลิตเก๋งระดับโลก เช่นเดียวกับปิกอัพ เร่งทำแผนเสนอบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น คาดใช้เวลาสรุปผล 1 ปี เชื่อมั่นมีศักยภาพพร้อม และเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดอีกหลายรุ่น โดยเฉพาะรถไฮบริด " โตโยต้า พรีอุส" และโครงการอีโคคาร์ ฟุ้งมูลค่าส่งออกปีนี้มีสิทธิ์ทะลุ 1.95 แสนล้านบาท ผงาดเป็นบริษัทส่งออกมูลค่าสูงสุดของไทย พร้อมปรับเพิ่มยอดขายในประเทศเป็น 3 แสนคัน ทำสถิติสูงสุดของโตโยต้าในไทย ด้าน "มาสด้า" เล็งย้ายฐานผลิตเก๋งคอมแพกต์ "มาสด้า3" จากฟิลิปปินส์มาไทย รอเพียงบริษัทแม่ประเทศญี่ปุ่นยืนยัน คาดไม่เกินสิ้นปีนี้ได้ขอสรุปnnเคียวอิจิ ทานาดะ เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด หรือทีเอ็มที(TMT) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตปิกอัพขนาด 1 ตัน สำคัญระดับโลกของ โตโยต้า จากการเป็นฐานผลิตเพื่อการส่งออกทั่วโลก แต่ในอนาคต โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ต้องการจะขยายบทบาทดังกล่าว ไปยังรถยนต์นั่ง หรือเก๋งด้วยเช่นกัน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ระดับโลกอย่างแท้จริงnn"ขณะนี้เรากำลังศึกษาแผนยกระดับไทย เป็นฐานการผลิตเก๋งระดับโลก จากปัจจุบันที่ผลิตรองรับตลาดในประเทศ และส่งออกภูมิภาคอาเซียน-ออสเตรเลียเป็นหลัก ซึ่งแผนทั้งหมดทีเอ็มทีจะต้องศึกษาครอบคลุม ทั้งเรื่องโรงงานผลิต การลงทุน และผลิตภัณฑ์ ตลอดจนตลาดส่งออก เพื่อให้บริษัทแม่ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น หรือทีเอ็มซี(TMC) เป็นผู้ตัดสินใจ โดยคาดว่าจะชัดเจนและสรุปได้ภายใน 1 ปีนับจากนี้ไป"nnโดยโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางผลิตเก๋งระดับโลก มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะไทยมีศักยภาพความพร้อมสูงสุด และปัจจุบันโตโยต้าในประเทศไทย เป็นบริษัทเดียวที่มีกำลังการผลิตเดือนละกว่า 5 หมื่นคัน นับว่าสูงที่สุดในโลก แม้ในสหรัฐอเมริกาจะมีตัวเลขการผลิตสูงกว่า แต่เป็นยอดการผลิตของบริษัทในเครือหลายแห่งรวมกันnnนายทานาดะกล่าวว่า ในส่วนของโรงงานที่จะรองรับโครงการศูนย์กลางผลิตเก๋งระดับโลก ไทยมีพื้นที่ว่างขยายการผลิต หรือสร้างโรงงานเพิ่มได้ ทั้งที่เกตุเวย์(ปัจจุบันผลิตเก๋ง) และโรงงานบ้านโพธิ์(ผลิตปิกอัพและรถอเนกประสงค์พีพีวี) จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งสามารถนำมาพิจารณาว่า ตรงไหนมีความเหมาะสมมากที่สุดได้ทั้งคู่nnโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์"ประกอบกับทิศทางตลาดเก๋ง ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายเก๋งและปิกอัพปัจจุบันใกล้เคียงกันมาก ทำให้เชื่อว่าอนาคตตลาดเก๋ง จะมีมากกว่า หรือมีสัดส่วนเกิน 50% แต่ไม่ได้หมายความว่ายอดขายปิกอัพจะลดลง ตลาดปิกอัพยังจะเติบโตต่อไป เพียงแต่สัดส่วนปริมาณจะน้อยกว่าเก๋งเท่านั้น"nnจากทิศทางดังกล่าว แน่นอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาด จึงต้องสอดคล้องกับสภาพตลาด โดยปัจจุบันเก๋งที่ผลิตในไทยไม่ว่าจะเป็น โตโยต้า รุ่นโคโรลล่า อัลติส, รุ่นคัมรี่, รุ่นวีออส และยาริส ล้วนได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี และในไทยยังมีศูนย์พัฒนาและวิจัยประจำภูมิภาคในไทย จึงย่อมมีศักยภาพในการพัฒนาและผลิตเก๋งรุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดได้nn"ไม่เพียงเท่านี้โตโยต้ายังให้ความสำคัญ กับรถพลังงานทางเลือกไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นรถพลังงานเชื้อเพลิงธรรมชาติ หรือซีเอ็นจี(CNG) น้ำมันไบโอดีเซล รวมถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริด ซึ่งในไทยโตโยต้าได้ผลิตและทำตลาดรุ่นคัมรี่ไปแล้ว และเรากำลังวางแผนจะผลิต โตโยต้า พรีอุส รถยนต์ไฮบริดโมเดลใหม่ในไทย เพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกอาเซียน โดยทุกอย่างจะชัดเจนภายในช่วงระยะเวลา 1 ปีจากนี้ และอีก 2-3 ปี โตโยต้ายังมีโครงการผลิตอีโคคาร์ในไทยตามที่ได้ประกาศไปแล้ว" นายทานาดะกล่าวและว่าnnสำหรับการส่งออกรถยนต์โตโยต้าจากประเทศไทย มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะส่งออกทั้งหมด 330,000 แสนคัน โดยแบ่งเป็นปิกอัพ 270,000 คัน สำหรับส่งออกไปทั่วโลก 109 ประเทศ และเก๋งอีก 60,000 คัน ในภูมิภาคอาเซียน และออสเตรเลียnn"หากเป็นไปตามเป้าหมาย รวมการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป และชิ้นส่วนของโตโยต้าจากไทย มีมูลค่ามากกว่า 1.95 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 1.56 แสนล้านบาท ซึ่งน่าจะผลักดันทำให้โตโยต้าเป็นบริษัทส่งออกมากที่สุดในประเทศไทย จากปัจจุบันที่บริษัทคอมพิวเตอร์ทำได้มากที่สุด"nn โตโยต้า พรีอุสนายทานาดะกล่าวว่า ส่วนตลาดรถยนต์ในประเทศปีนี้ จากการที่ยอดขายรวมครึ่งแรกของปีขยายตัวกว่า 50% ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองเมืองไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ และราคาสินค้าทางการเกษตรปรับตัวดี จึงทำให้จากเดิมคาดตลาดรถยนต์ถึงสิ้นปีนี้อยู่ที่ 650,000 คัน โตโยต้าได้ปรับเพิ่มเป็นประมาณ 750,000 คัน หรือเทียบกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 37% ซึ่งเป็นสถิติยอดขายสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของตลาดรถไทยnn"โตโยต้าเองได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการขายเช่นกัน จากเดิมเมื่อต้นปีตั้งไว้ 250,000 คัน เพิ่มเป็น 300,000 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติการขายที่ดีที่สุดของโตโยต้าในประเทศไทย โดยที่ผ่านมาเคยทำได้สูงสุดเพียงกว่า 290,000 คันเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวเลขออกทั้งหมด ทำให้โตโยต้าในประเทศไทยมียอดขายกว่า 600,000 แสนคัน เป็นการบรรลุเป้าหมายตั้งแต่ปีแรก ในการเข้ามาบริหารงานทีเอ็มทีของผม จากเดิมจะต้องทำให้ได้ภายใน 3 ปี" นายทานาดะกล่าวnnทั้งนี้การขยายตัวอย่างมากของตลาดรถไทย ส่งผลให้กำลังการผลิตทุกโรงงานแทบจะไม่เพียงพอรองรับ จึงต้องเพิ่มเวลาทำงานเป็น 2 กะ และเพิ่มการทำงานล่วงเวลา หรือโอที(OT) อีกโรงงานละ 5 ชั่วโมง แต่ความต้องการของตลาดที่มีมากกว่า โตโยต้าจึงต้องลดเวลาผลิตต่อคันลง โดยในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ มีแผนลดเวลารถยนต์ออกจากสายการผลิตโรงงานเกตุเวย์จากปัจจุบัน 1.4 นาที เป็น 1.25 นาที โรงงานบ้านโพธิ์ลดลงมาเป็น 1.8 นาที และโรงงานสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ลดเวลาลงเป็น 51 วินาที ซึ่งถือว่าเป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพการผลิตที่ดีที่สุดในโลกของ โตโยต้า จึงแสดงให้เห็นศักยภาพของโตโยต้าในประเทศไทย ที่จะเป็นฐานการผลิตระดับโลกทั้งปิกอัพและเก๋งnn(Source)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น