
/plugins/like.php?href=http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9530000119164&layout=standard&show_faces=false&width=450&action=like&colorscheme=light&height=35" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:35px;" allowTransparency="true"> ข่าวในประเทศ - ฟอร์ด- มาสด้า ลุยโปรเจกท์ "ปิกอัพ โมเดลใหม่" พร้อมควัก 1.1 หมื่นล้านบาท เตรียมไลน์ผลิตที่โรงงานเอเอที จังหวัดระยอง คาดเดินเครื่องกลางปีหน้าnnรายงานจาก ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอรเรชั่น ว่า จะร่วมลงทุนมูลค่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท) ในโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างฟอร์ดและ มาสด้า เพื่อสนับสนุนการผลิตรถปิกอัพ 1 ตัน รุ่นใหม่ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการผลิตในกลางปี 2554nnเรนเจอร์(บน) BT-50 (ล่าง)เตรียมนับถอยหลังเปลี่ยนโมเดล nnการลงทุนมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาทนี้ ถือเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในระยะยาวของฟอร์ดและมาสด้าที่มีต่อประเทศไทย โดยเงินลงทุนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับโรงงานและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ เพื่อการผลิตรถปิกอัพคอมแพ็ครุ่นใหม่ของมาสด้าและ ฟอร์ด ทั้งนี้ เมื่อการลงทุนดังกล่าวเสร็จสิ้นลง จะทำให้การลงทุนร่วมกันระหว่างมาสด้าและฟอร์ดในโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย มีมูลค่ารวมกว่า 1.85 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.82 หมื่นล้านบาท) นับตั้งแต่โรงงานดังกล่าวเริ่มดำเนินการครั้งแรกในปี พศ. 2538nnนายโตชิโนริ คุซึฮาชิ ประธานบริหาร บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว "การที่รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยเติบโตและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เอเอทีสามารถผลิตและส่งออกรถกระบะและรถยนต์ระดับโลกได้ การลงทุนครั้งใหม่นี้จะทำให้เราสามารถพัฒนาชื่อเสียงของรถกระบะขนาดหนึ่งตัน ในฐานะที่เป็นผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยต่อไปได้"nnในโครงการลงทุนครั้งนี้ยังมีการจัดสรรทรัพยากรส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการฝึกอบรมและพัฒนาแรงงาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพนักงานของเอเอทีจะมีทักษะในการทำงานที่เหมาะสม และมีมาตรฐานการทำงานในระดับสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการผลิตรถกระบะรุ่นใหม่ดังกล่าวnn"การลงทุนในเอเอทีครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึงพันธสัญญาในระยะยาวของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ที่มีต่อประเทศไทย ในฐานะที่เป็นฐานการผลิตทางกลยุทธ์ในการดำเนินงานในระดับโลกของเรา" นายโจ ฮินริคส์ ประธาน ฟอร์ด ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา กล่าว "การทำงานหนักด้วยความทุ่มเทของพนักงานเอเอที และความมุ่งมั่นของผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย จะยกระดับทำให้สายการผลิตใหม่ของ เอเอทีมีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น"nnทั้งนี้ ออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีความทันสมัยมากที่สุดในประเทศไทยอยู่แล้วนั้น ได้มีส่วนสำคัญในการสร้างมาตรฐานให้กับโรงงานผลิตรถยนต์ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ผ่านการทำงานที่ยึดมั่นต่อคุณภาพในระดับโลก ความมีมาตรฐาน และการรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้nn"การลงทุนครั้งใหม่นี้จะทำให้เอเอทียังคงเป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศด้านการผลิตรถกระบะคอมแพ็คของทั้งสองแบรนด์ และมีบทบาทสำคัญในแผนกลยุทธ์ระดับโลกของมาสด้า" นายมาซาฮารุ ยามากิ ตัวแทนผู้อำนวยการ รองประธานบริหาร และผู้ช่วยประธานบริษัท มาสด้า ดูแลด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิต จัดซื้อ และคุณภาพ กล่าวnn(Source)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น