
6 สิงหาคม 2553 13:22 น. จีเอ็มนำ " เชฟโรเลต ครูซ" มาเผยโฉมแบบแวบๆ ชนิดช่างภาพก็ยังตั้งหลักไม่ทัน ในงานแถลงข่าวทิศทางใหม่ของบริษัทฯตลาดเก๋งคอมแพ็กต์ร้อนแรง ตั้งแต่เข้าสู่โค้งแรกของครึ่งปีหลัง เมื่อค่ายรถดาหน้าออกมาเรียกลูกค้า แม้แต่ค่ายจีเอ็มที่ประกาศแผนธุรกิจในไทย ยังปั่นกระแสให้กับ " เชฟโรเลต ครูซ" ยืนยันจะขึ้นไลน์ประกอบและส่งลงทำตลาดในไทยช่วงปลายปีนี้แน่นอน พร้อมเผยอนาคตจะมีรุ่นรองรับพลังงานทดแทนทยอยตามออกมา เรียกว่ายังไม่ถึงเวลาก็ขอเบรกกระแสคู่แข่งเอาไว้ก่อน เมื่อค่าย"มาสด้า" ทำการแต่งหน้าทาปากใหม่ให้กับ "มาสด้า3" โฉบเฉี่ยวสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ไม่แตกต่างระหว่างรุ่น 1.6 และ 2.0 ลิตร เคาะราคาเริ่มต้น 7.55 แสนบาท หวังเรียกแรงซื้อจากลูกค้า สู่เป้าหมาย 6,000 คันในปีนี้ แต่ไม่ว่าค่ายไหนคงต้องสะเทือนกันหมด กับการที่ยักษ์ใหญ่ "โตโยต้า" บิ๊กไมเนอร์เชนจ์ให้กับ "โคโรลล่า อัลติส" ทั้งรูปลักษณ์และโดยเฉพาะสมรรถนะ ที่ปรับเครื่องยนต์เป็นแบบ Dual VVT-i เหมือนกันหมด และยังเปลี่ยนเกียร์ธรรมดาเป็นแบบ 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 7 สปีด ทำให้สมรรถนะแรงและไหลลื่นขึ้นกว่าเดิม nnโฉมหน้า มาสด้า 3 แฮทช์แบ็กกระแสความแรงของเก๋งขนาดเล็กในช่วงที่ผ่านมา บดบังตลาดรถยนต์ประเภทอื่นๆ เสียหมด แม้แต่เก๋งคอมแพ็กต์ที่เคยเป็นตลาดใหญ่ของกลุ่มรถยนต์นั่ง ยังต้องหลบทางให้กับเก๋งเล็กทั้งหลายที่ทยอยเปิดตัวออกมา ไม่ว่าจะเป็นเก๋งซับคอมแพ็กต์ และอีโคคาร์ แต่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้คิวเปิดตัวของบรรดาเก๋งเล็กรุ่นสำคัญ จะเว้นระยะไปช่วงหนึ่งจนกว่าถึงต้นปีหน้า ที่เป็นกำหนดการอีโคคาร์ของฮอนด้าจะถูกส่งลงทำตลาด ช่วงนี้จึงนับว่าเป็นโอกาสของเก๋งคอมแพ็กต์ ที่จะกลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง และเพียงแค่เข้าสู่เดือนที่สองของช่วงครึ่งปีหลัง เก๋งคอมแพ็กต์ก็เริ่มขยับเขย่าตลาดกันอย่างคึกคักแล้ว nnจริงๆ แล้วเริ่มมีการชิมลางของเก๋งคอมแพ็กต์ ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคมแล้ว เมื่อค่ายเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย หรือจีเอ็ม(GM) ประเทศไทย เปิดแถลงข่าวทิศทางใหม่ของจีเอ็มในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในงานนี้ได้สร้างความแปลกใจให้กับสื่อมวลชนเล็กน้อย ด้วยการนำ " เชฟโรเลต ครูซ" มาเผยโฉมแบบแวบๆ ชนิดช่างภาพก็ยังตั้งหลักไม่ทัน กว่าจะฮือเข้าไปถ่ายภาพรถก็หายกลับเข้าไปหลังเวทีเสียแล้ว nn"นี่คือ เชฟโรเลต ครูซ ที่เป็นการนำเสนอการออกแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยเน้นถึงรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งและสะท้อนถึงความปลอดภัยในการขับขี่ และแน่นอนว่าจะต้องมีตราสัญลักษณ์โบว์ไท ที่ใช้กับรถยนต์เชฟโรเลตทั่วโลก ซึ่งจะพบกับรถยนต์ เชฟโรเลต ครูซ ในไทยได้ช่วงปลายปีนี้"nnนั่นคือคำกล่าวของ "มาร์ติน แอพเฟล" ประธานกรรมการคนใหม่ของ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสเอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด ที่ดูแลจีเอ็มทั้งหมดในภูมิภาคอาเซียน และบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์(ประเทศไทย) จำกัด และว่าจะรถรุ่นนี้จะประสบความสำเร็จในไทย เช่นเดียวกับที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้นำเข้าจากเกาหลีมาเปิดตัวทำตลาด ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนในไทยจะเป็นการขึ้นไลน์ประกอบที่โรงงานของจีเอ็ม จังหวัดระยองnnสำหรับ เชฟโรเลต ครูซ จะมาทำตลาดแทนรุ่นออปตร้า ซึ่งตามรายงานข่าวจะมีให้เลือกหลักๆ ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 และ 1.8 ลิตร ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร กำลังพิจารณาทางการตลาดอยู่ ส่วนเครื่องยนต์รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 แอพเฟลบอกว่าคงต้องใช้ระยะเวลาพัฒนาสักระยะ จะเห็นได้คงใช้เวลานับจากนี้ประมาณ 18 เดือน เช่นเดียวกับรถใช้พลังงานเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี ที่เป็นอีกความสำเร็จของจีเอ็มในไทย และจะต้องเดินหน้าต่อไปแน่นอน nnแต่ก่อนที่จะจีเอ็มจะขยับเป็นรูปธรรม ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ต้องเจอกับงานหนักเสียแล้ว จากการเปิดตัวเก๋งคอมแพ็กต์ใหม่จาก 2 ค่าย ที่ประสบความสำเร็จในตลาดดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ "มาสด้า" ที่ทำการแต่งหน้าทาปากให้กับ "มาสด้า3" หวังดันยอดช่วงโค้งสุดท้าย หลังจากยื้อทำตลาดมานานหลายปี โดยได้ทำการแนะนำสู่ตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา nn มาสด้า 3 รุ่น 4ประตู มาสด้า 3 ใหม่ ได้ปรับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ โดยในรุ่นซีดาน หรือ 4 ประตูมีปรับกระจังหน้าเป็นแบบเดียวกันกับรุ่น 2.0 ลิตร พร้อมกันชนหน้าและหลังแบบสปอร์ตใหม่ ทำให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ส่วนรุ่น 5 ประตูติดตั้งชุดแต่งสปอร์ตรอบคันดีไซน์ใหม่ สเกิร์ตหน้า ด้านข้างและหลังดีไซน์สปอร์ต ปลายท่อไอเสียสแตนเลสทรงสปอร์ต เซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด สีเดียวกับตัวรถ ด้านภายในด้วยปุ่มแอร์อัตโนมัติ แต่งด้วยโครเมียม พร้อมออปชั่น AUX เชื่อมต่อเครื่องเล่น iPod และเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาอื่นๆ nnเครื่องยนต์ มาสด้า 3 ยังเป็นบล็อก MZR 2.0 ลิตร DOHC 16 วาล์ว 147 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 182 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที และเครื่องยนต์ MZR 1.6 ลิตร 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-มตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบวาล์วแปรผัน SVT (Sequential Valve Timing) ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ Activematic 4 สปีดเช่นเดิม nnโดยราคาของ มาสด้า 3 ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร เริ่มต้น 755,000 - 857,000บาท และรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ราคา 966,000 บาท ส่วนรุ่น 5 ประตู ราคา 1,035,000 บาท ซึ่งผลจากการแต่งหน้าทาปากใหม่ครั้งนี้ มาสด้าหวังจะผลักดันให้รถรุ่นบรรลุยอดขาย 6,000 คันตามเป้าหมายแน่นอน nnส่วนที่ได้รับการจับตามองพิเศษ เห็นจะเป็นการเปิดตัวของ " โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส" ใหม่ ซึ่งแนะนำสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ ในวันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมาเพราะไม่เพียงเป็นรุ่นนำของตลาดคอมแพ็กต์ในไทย ยังถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ทีเดียว ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์และสมรรถนะ นับตั้งแต่เปิดตัวโฉมนี้มาตั้งแต่ปี 2551 nnทั้งนี้ โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ยังคงมีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 รุ่นหลักเช่นเดิม แต่ได้ปรับเปลี่ยนระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.6 และ 1.8 ลิตร เป็นแบบ Dual VVT-i (ยกเว้น 1.6 CNG ยังใช้ VVT-i เหมือนเดิม)เช่นเดียวกับรุ่น 2.0 ลิตร ซึ่งจะมีการทำงานทั้งวาล์วไอดีและไอเสีย ทำให้มีพละกำลังตอบสนองอัตราเร่งได้เป็นอย่างดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมnnอัลติส รุ่น 2.0 ลิตรโดยรุ่น 1.6 ลิตร มีแรงม้าจาก 109 ตัว เพิ่มเป็น 122 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที และแรงบิดจาก 145 ที่ 4400 รอบต่อนาที เป็น 154 ที่ 5200 รอบต่อนาที และในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร สมรรถนะกำลังจาก 132 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 170 ที่ 4200 รอบต่อนาที เพิ่มเป็น 140 แรงม้า ที่ 6400 รอบต่อนาที แรงบิด 173 ที่ 4000 รอบต่อนาที nnส่วนรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่ระบบวาล์วแปรผันเป็นแบบ VVT-i อยู่แล้ว แต่ได้มีการปรับสมรรถนะจากเดิมให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 5600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 189 ที่ 4400 รอบต่อนาที เป็น 145 ที่ 6200 รอบต่อนาที แรงบิด 187 ที่ 3600 รอบต่อนาที ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ หรือซีเอ็นจี(CNG) ไม่มีการปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด nnนอกจากนี้ยังยกชุดระบบส่งกำลัง จากเดิมรุ่น 1.6 ลิตร เป็นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ เปลี่ยนมาเป็น 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติในรุ่น 1.8 ลิตร และ 2.0 ลิตร หันมาใช้แบบอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT 7 สปีด พร้อมเล่นเปลี่ยนเกียร์เองได้ แต่เกียร์อัตโนมัติของรุ่น 1.6 ลิตร ยังใช้แบบเฟือง 4 สปีดเหมือนเดิม nnขณะที่รูปลักษณ์ภายนอก ได้ปรับเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่และกว้างขึ้น เช่นเดียวกับกันชนหน้าที่ขนาดใหญ่และดูสปอร์ต ส่วนไฟท้าย กันชนหลังและรีเฟลกเตอร์ดีไซน์ใหม่ ซึ่งในรุ่น 2.0 ลิตร ไม่เพียงกระจังหน้าใหม่มีบาร์กลาง ยังมากับชุดแต่งรอบคันอีกด้วย nnส่วนภายในโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้ปรับสีลายไม้-สีเมเทลิก ที่แปะบริเวณแผงคอนโซล และประตูข้าง เครื่องเสียงเพิ่มช่องต่อ AUX ตามสมัยนิยมจากโรงงาน ส่วนรุ่นท็อป 2.0 ลิตร เปลี่ยนวงพวงมาลัยให้ดูสปอร์ตคล้ายรถแข่ง โดยราคาเริ่มต้น 7.44 แสนบาท – 1.204 ล้านบาทnnจากความเคลื่อนไหวของทั้ง 3 ค่าย คงทำให้ผู้ที่ชื่นชอบเก๋งคอมแพ็กต์ ตัดสินใจจะเดินเข้าโชว์รูมไหน? เมื่อไหร่?nn(Source)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น