
28 มิถุนายน 2553 17:30 น.ข่าวต่างประเทศ - แม้มีแนวโน้มของตัวเลขที่ค่อนข้างดีในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ แต่สำนักวิจัยอย่างเจดี เพาเวอร์ แอนด์ แอสโซซิเอชั่นกลับเชื่อว่าตลาดรถยนต์อเมริกันยังอยู่ในช่วงที่ทรงตัวและยังไม่แข็งแกร่งอย่างที่คิด โดยเชื่อว่าตัวเลขยอดขายในเดือนมิถุนายนนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายรถยนต์ใหม่ของช่วงเดือนพฤษภาคมปีเดียวกันnn'ในตอนนี้ภาพรวมของเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้นในระดับหนึ่ง ดังนั้น ตัวเลขยอดขายแบบปลีกในตลาดรถยนต์ก็ควรจะดีขึ้นตามด้วย แต่นี่กลับไม่ และในเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าตัวเลขยอดขายจะลดลงอีก และถือเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันแล้ว ที่ตลาดรถยนต์อเมริกันมีตัวเลขยอดขายต่อเดือนลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า' Jeff Schuster กรรมการบริหารที่ดูแลในส่วนของการวิเคราะห์ตลาดรถยนต์ทั่วโลกกล่าวnn'ดูๆ ไปแล้วเหมือนกับว่า ผู้บริโภคมีความระมัดระวังตัวในการใช้เงินมากขึ้น และพวกเขามีความรอบคอบในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่กันมากขึ้น'nnคาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้ ตัวเลขยอดขายรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาน่าจะอยู่ที่ 768,000 คัน และส่งผลต่อเนื่องไปยังค่าตัวเลขของการวิเคราะห์การแปรผันที่ส่งผลต่อภาพรวม หรือที่เรียกว่า Seasonally Adjusted Annualized Rate (SAAR) ไปด้วย โดยถ้าเหตุการณ์ยังเป็นในลักษณะนี้การวิเคราะห์ตามหลัก SAAR เชื่อว่าสิ้นสุดปี 2010 ตัวเลขยอดขายรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาจะต่ำกว่า 9 ล้านคันตามที่หวังอย่างแน่นอน โดยอยู่ในระดับ 8.6 ล้านคัน และลดลงจากค่า SAAR ที่ได้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 8.9 ล้านคัน แต่ด็ยังดีกว่าค่า SAAR ที่ได้ในเดือนมิถุนายน 2009 ซึ่งอยู่ที่ 8.2 ล้านคันเท่านั้นnnอย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ได้เป็นแค่การวิเคราะห์จากแนวโน้มที่เกิดขึ้น แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่ายอดขายรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาน่าจะเกิน 9 ล้านคันสำหรับในส่วนของการขายปลีก หรือ Retail Sales และเมื่อรวมกับตัวเลขของการขายแบบ Fleet เชื่อว่าตัวเลขจะอยู่ในระดับ 11.8 ล้านคันnnจากสัญญาณที่ไม่ค่อยสู้ดีในครั้งนี้ ทำให้ทางเจดี เพาเวอร์มีการปรับลดตัวเลขการทำนายยอดขายรถยนต์แบบขายปลีกในสหรัฐอเมริกาลงมาจากเดิมที่เชื่อว่าจะอยู่ในระดับ 9.7 ล้านคันต่อปีลงมาอยู่ที่ 9.5 ล้านคันเท่านั้น แต่ยังไม่ปรับลดตัวเลขยอดขายรวมเพราะเชื่อว่าการขายแบบ Fleet ที่มีแนวโน้มที่ดีในด้านยอดขาย จะมีส่วนในช่วยในการรักษาระดับตัวเลขรวมของยอดขายในปีนี้ให้เป็นไปตามที่คาดหมายเอาไว้nnในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คาดว่าตัวเลขยอดขายแบบยกล็อต หรือ Fleet จะมีส่วนช่วยในการเพิ่มตัวเลขยอดขายในปีนี้ เพราะจากการคาดหมายเชื่อว่ายอดขายแบบ Fleet จะดีขึ้นมาอยู่ในระดับ 203,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้วถึง 59%nn(Source)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น